สรุปสถานการณ์ ชายแดนไทย 24 ก.ค. 68
สรุปสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด วันที่ 24 กรกฎาคม 2568
จากเหตุการณ์ทหารไทย ที่ลาดตระเวนบริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เหยียบกับระเบิด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นครั้งที่ 2 กลายเป็นอีกประเด็นที่ทำให้ บริเวณชายแดนไทย และ กัมพูชา เกิดความตึงเครียดมากขึ้น จนส่งผลให้ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ประกาศยกระดับการตอบโต้ กัมพูชา ด้วยการปิด 4 ด่าน ทั้ง ด่านช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ และ ด่านช่องสายตะกู จ.สุรินทร์ รวมถึงประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยว อย่าง ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย เช่นเดียวกับ ทางด้าน รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็ได้มีการสั่งลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา ด้วยการเรียกทูตไทย กลับประเทศ พร้อมๆ กับขับทูตกัมพูชา ออกนอกประเทศทันที
และจากความตึงเครียด ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เกิดความรุนแรงขึ้น ตามบริเวณชายแดนของไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยทาง บางกอกทูเดย์ ได้สรุปไทม์ไลน์ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาให้ทราบกัน เริ่มจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคม 25668
เวลา 07.35 น. กองกำลังสุรนารี สั่งล้อมลวดหนาม รอบปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ขณะที่ทางทหารกัมพูชา 6 นาย พร้อมอาวุธ ได้เข้ามาประชิดแนวลวดหนาม ส่งผลให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ต้องเจรจา เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
ต่อมาเวลา 08.20 น. ฝ่ายทหารกัมพูชา บริเวณตรงข้ามฐานหมูป่า ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือนธม ได้เปิดฉากยิงเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณด้านตะวันออกของปราสาทตาเมือนธมประมาณ 200 เมตร เปิดฉากยิงเข้ามายังฝั่งไทย ด้วยอาวุธปืนเล็กยาว ทำให้ทางทหารของฝ่ายไทย ต้องยิงตอบโต้ เพื่อป้องกันตัว กระทั่งเวลา 09.40 น. ทหารฝั่งกัมพูชาที่มีฐานอยู่บริเวณ เขาแหลม (ฝั่งประเทศกัมพูชา) ได้ยิงปืนใหญ่ BM-21 เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ทำให้ลูกปืน ตกใส่ปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ รวมถึงพื้นที่ อ.พนมดงรัก และ กาบเชิง โดยเฉพาะชุมชน บ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล และ ปั๊มน้ำมัน ได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ มีเด็กอายุเพียง 5 ขวบ รวมอยู่ด้วย
จากนั้น 10.58 น. เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทย จำนวน 6 ลำ ขึ้นบิน และยิงถล่มเข้าใส่กองพลน้อย ของกัมพูชา จำนวน 2 กองพล ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ทางฝั่งสื่อโซเชียลของกัมพูชา ได้รายงาน เฟคนิวส์ โดยกล่าวหาว่ เครื่องบิน F-16 ของไทยถูกกองทัพกัมพูชา ยิงตก แต่ต่อมาเวลา 12.14 น. ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมายืนยัน ว่า เครื่องบิน F-16 ของไทย กลับบ้านปลอดภัย ครบทุกลำ หลังจาก จัดส่งไว ส่งด่วน ระเบิดทำลายกองพลน้อย ของกัมพูชา
นอกจากนี้ ทางด้าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานตำรวจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น ตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจภูธรภาค 3, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะที่ เวลา 13.06 น. ทหารกัมพูชา ระดมยิงจรวด BM-21 โจมตีพื้นที่ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ บ้านเรือนเสียหาย มีประชาชน และมีเด็ก ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ก่อนที่จะถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว
ถัดมาเวลา 14.15 น. นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเน็ต ของกัมพูชา ได้ส่งจดหมายเรียกร้องไปยัง เอกอัครราชทูตอาซิม อิฟติคาร์ อาหมัด ผู้แทนถาวรปากีสถานประจำสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยในเนื้อหาของจดหมายอธิบายว่าเป็น “การรุกรานทางทหารที่วางแผนไว้ล่วงหน้า” ของ กองทัพไทย ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเนื้อหาในจดหมาย ระบุถึงการโจมตีด้วยอาวุธหลายครั้งจากฝ่ายไทย ซึ่งเริ่มต้นในช่วงเช้าวันนี้ รวมถึง มีรายงานด้วยว่าการโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่นหลายแห่งของกัมพูชา รวมถึงปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตากระเบยและพื้นที่มอมเบย ในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย
และในเวลา 14.49 น. ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้โพสต์ประกาศด่วน ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ต.เสาธงชัย และ ต.โศกขามป้อง จ.ศรีสะเกษ อพยพเข้าไปอยู่ในบังเกอร์ และหลุมหลบภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัย ซึ่งต่อมา เวลา 15.00 น. ทางกองทัพภาค 2 ได้โพสต์วสรุปสถานการณ์ตอบโต้การโจมตี ของกองทัพกัมพูชา โดยในพื้นที่ ชำแต อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ทางกองทัพไทยได้ใช้รถถังเข้าตี เพื่อยึดพื้นที่ นอกจากนี้ ที่ช่องตาเฒ่า จุดตรวจการณ์เขาสัตตาโสม สามารถทำลายรถถังกัมพูชาได้จำนวน 2 คัน เช่นเดียวกับที่ ภูมะเดื่อ สามารถทำลายกระเช้าส่งกำลังได้บางส่วน ส่วน บริเวณช่องจอม และพื้นที่ปราสาทตาควาย รวมถึง พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ยังคงมีการโจมตีระหว่างกองทัพไทย และกองกำลังของกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง
และเมื่อเวลา 15.15 น. Army Military Force เพจสื่อของกัมพูชา ได้เปิดภาพ นายฮุน เซน นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว “Hawker 800 XP” ออกจากกัมพูชา โดยมุ่งหน้าไปยังสาธารณรัฐประชาชน จีน หลังจากเกิดเหตุความรุนแรง บริเวณขายแดนไทย และ กัมพูชา
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้ นั่น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ของกองทัพ ที่เป็นการตอบโต้เฉพาะพื้นที่ทางทหารเท่านั้น ซึ่งการตอบโต้กลับของกองทัพไทย จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย หากกัมพูชา ไม่เป็นฝ่ายละเมิด อนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4 (1949) มาตรา 18 ห้ามการโจมตีโรงพยาบาลพลเรือน ก่อยน เพราะถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง โดยเจตนา ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม ขณะที่ กองทัพไทย ยังคงยึดมั่น และยืนยัน ที่จะใช้สันติวิธี ในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด
