ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง”
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง (Oncogenesis)” พระราชทานแก่คณาจารย์ นักวิชาการ และนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓) รุ่นที่ ๔ ภาคการศึกษาที่ ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นวันแรก ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เขตหลักสี่ เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๒.๓๔ น.
ในการนี้ มีนักศึกษาแพทย์เข้ารับพระราชทานการบรรยายจำนวน ๕๒ คน โดยมีผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จ อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร
การบรรยายพิเศษครั้งนี้มุ่งเน้นให้ความรู้พื้นฐานด้านการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี และมะเร็งปอด ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งไม่ได้มาจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต การสัมผัสสารเคมี สารก่อมะเร็งจากอาหาร ไวรัส และรังสี
พระองค์ทรงอธิบายกระบวนการและขั้นตอนของการเกิดมะเร็ง รวมถึงชีววิทยาของเซลล์มะเร็ง ซึ่งมีความซับซ้อนและเกิดขึ้นเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น ขั้นก่อตัว และขั้นกระจายตัว พร้อมยกตัวอย่างกลไกการเกิดมะเร็งจากสารเคมี ทั้งกลไกที่ทำลายดีเอ็นเอโดยตรง เช่น สารอะฟลาทอกซินและไนโตรซามีน และกลไกที่ส่งผลต่อการควบคุมการแสดงออกของยีน ซึ่งช่วยให้นักศึกษาแพทย์เข้าใจเนื้อหาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันผลิตแพทย์ลำดับที่ ๒๓ ของประเทศไทย ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลจาก World Federation for Medical Education จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัย ครอบคลุมระดับปริญญาตรี โท และเอก มุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ความสามารถด้านการวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
