สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ศน. จับมือสำนักพราหมณ์ฯ -วัดแขกสีลม จัดงานเทศกาลนวราตรีร่วมสืบสานเทศกาลแห่งการฉลองบูชา พระแม่อุมาเทวี

 ศน. จับมือสำนักพราหมณ์ฯ -วัดแขกสีลม จัดงานเทศกาลนวราตรีร่วมสืบสานเทศกาลแห่งการฉลองบูชา พระแม่อุมาเทวี

  วันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 08.45 น . กรมการศาสนาร่วมกับสำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง และวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม)  จัดพิธีบูชาพระพิฆเนศ พิธีบูชาเทพประจำแผ่นดิน และเทพแห่งดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 เนื่องในเทศกาลนวราตรี ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2568 โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีบูชาพระพิฆเนศ พิธีบูชาเทพประจำแผ่นดิน และเทพแห่งดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พร้อมด้วยผู้แทนสำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง ผู้อำนวยการกองศาสนูปถัมภ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วม ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

 

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนาร่วมกับสำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง และวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) จัดงานเทศกาลนวราตรี ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2568 อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้โครงการ “เสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา” ในรูปแบบการจัดงานเทศกาลประเพณีทางศาสนา 5 ศาสนา ประกอบด้วย กิจกรรม “เสน่ห์วันวาน เทศกาลงานวัด” ของศาสนาพุทธ “วันอาซูรอสัมพันธ์” ของศาสนาอิสลาม “เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส”ของศาสนาคริสต์“เทศกาลนวราตรี” “เทศกาลดิวาลี” ของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และ “วันครบรอบ 556 ปีวันคล้ายวันประสูติคุรุนานักซาฮิบ องค์ปฐมบรมคุรุ” ของศาสนาซิกข์ เพื่อเทศกาลประเพณีในมิติศาสนา สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและเทศกาลในมิติศาสนา เสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มั่นคงและสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างศาสนิกชนส่งผลให้เกิดความสงบสันติสุขของสังคม ศาสนิกชนทุกศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความรักสามัคคีสืบต่อไป

 

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า กรมการศาสนาได้ร่วมกับสำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง องค์การทางศาสนาศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูที่กรมการศาสนาให้การรับรอง จัดงานเทศกาลนวราตรี ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) ตามคติของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูที่เกิดจากการหลอมรวมความเชื่อของชาวอารยันที่นำความเชื่อเรื่องสุริยเทพและเทพธรรมชาติมาผสมผสานกับความเชื่อเรื่องวิญญาณของชาวพื้นเมืองในลุ่มแม่น้ำสินธุ โดยมีมหาเทพพระตรีมูรติ ประกอบด้วย พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ที่แสดงถึงการสร้าง การรักษา และการเกิดใหม่ เพื่อสร้างสมดุลของจักรวาล ซึ่งเทศกาลนวราตรีนี้เป็นช่วงเวลาที่ศาสนิกชนชาวฮินดูบูชาพระแม่อุมาเทวีที่ได้ปราบอสูรที่ชื่อว่า “มหิษาสูร” ซึ่งสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายไปทั่ว เหล่าทวยเทพจึงอัญเชิญพระแม่อุมาเทวีในร่างอวตารเป็นองค์ “พระแม่ทุรคา” 9 ปาง ซึ่งสู้รบกับมหิษาสูรตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน และปราบลงได้สำเร็จในวันที่ 10 ศาสนิกชนจึงได้จัดพิธีขึ้นเพื่อบูชาพระแม่อุมาเทวีในชัยชนะครั้งนี้และในวันที่ 10 คือ วันสุดท้ายของเทศกาล เรียกว่า “วันวิชัยทศมิ” อันมีความหมายถึงวันเฉลิมฉลองในชัยชนะในคืนที่สิบ ซึ่งแสดงถึงธรรมะที่สามารถชนะอธรรม และการมีปัญญาแสดงถึงการส่งเสริมหลักธรรมทางศาสนา การเตือนให้ทุกคนทำความดีและเอาชนะความเลวร้าย ตลอดเทศกาลนี้ศาสนิกชนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ ๆ สวยงาม เต้นรำ ร้องเพลง และเฉลิมฉลองกันตลอดทั้งวันทั้งคืนการจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในมิติศาสนา สร้างรายได้ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้เดินทางมาเข้าร่วมพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมียอดขายเพิ่มขึ้น ผู้คนในท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้าและบริการต่าง ๆ เช่น การทำเครื่องสักการะบูชา การขายอาหาร และการเช่าชุดสำหรับเข้าร่วมพิธี

นายสุรพงษ์ สิริธรกุล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิวัดพระศรีมหาอุมาเทวี กล่าวว่า ภายในงานมีการจัดกิจกรรมบูชาองค์เทพที่สำคัญของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของศาสนิกชน ตลอดทั้งเทศกาลจะมีพิธีบูชาองค์เทพต่างๆในช่วงเช้าเริ่มเวลา 09.30 น. และช่วงค่ำเริ่มเวลา 17.00 น. ในวันที่ 22 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 ที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) โดยเป็นการจัดงานพิธีบูชาองค์พระพิฆเนศวร(บรมครู) พิธีบูชาเทพประจำแผ่นดิน และพิธีบูชาเทพแห่งดาวนพเคราะห์ทั้งเก้า ซึ่งเป็นพิธีบูชาขอขมาและขออนุญาตจัดงานต่อองค์เทพภายในวัด เพื่อเป็นสิริมงคลในงานนวราตรีประจำปีให้รวดเร็วและราบรื่น และพิธีบูชาช่วงเย็นเริ่มเวลา 17.00 น. พิธีอัญเชิญองค์พระพิฆเนศวร,องค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี,องค์พระแม่ศรีมหาซูลั่มกาลี 

สำหรับวันที่ 23 กันยายน 2568 เป็นวันเริ่มงานเทศกาลนวราตรี ประจำปี พ.ศ. 2568 ประกอบด้วยพิธีบูชาองค์พระแม่มหาทุรคาเทวีเป็นเทพีแห่งชัยชนะ ปกป้องผู้ศรัทธาจากภัยร้าย ภูตผี อสูร และความทุกข์ยากผู้ที่นับถือจะเชื่อว่าการบูชาพระแม่จะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี และเสริมความมั่นคงทางจิตใจ และมีพิธีอัญเชิญธงสิงห์ขึ้นเสาเวลา 18.30 น. ถือเป็นการประกาศเริ่มต้นงานเทศกาล จากนั้นจึงจัดพิธีบูชา ดังนี้ พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาทุรคาเทวีทรงเชี่ยวชาญในการสงครามและสามารถปราบศัตรูได้ทั่วทิศ พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาลักษมีเทวีเป็นเทวีแห่งอำนาจบารมีและวาสนา มีพลังอำนาจและความยิ่งใหญ่ พิธีอภิเษกสมรสของพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและองค์พระศิวะมหาเทพและพิธีบูชาพระแม่มหาสรัสวตีเทวี มเหสีของพระพรหม ผู้สร้างสรรค์จักรวาล  

โดยในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 เวลา 19.30 น. งานแห่วันวิชัยทัสมิ ประจำปี 2568 อีกหนึ่งพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ถือเป็นการแห่เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะขององค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ในภาคพระแม่ทุรคา ที่ต่อสู้กับมหิษาสูรมาถึง 9 วัน 9 คืน ตามตำนานประกอบด้วยรถแห่ จำนวน 8 ขบวน ได้แก่ขบวนคนทรงพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ขบวนคนทรงพระขันธกุมาร ขบวนคนทรงองค์พระแม่กาลี ขบวนราชรถองค์พระพิฆเนศ ขบวนราชรถพระขันธกุมาร ขบวนราชรถองค์พระกฤษณะ ขบวนราชรถองค์พระกัตตวรายัน ขบวนราชรถองค์พระศรีมหาอุมาเทวี องค์พระแม่มหาลักษมีเทวี   

งานเทศกาลนวราตรี นั้น เป็นประเพณีสำคัญทางศาสนาฮินดู ศาสนิกชนสามารถเดินทางเข้ามาร่วมพิธีได้โดยไม่มีการจำกัดเชื้อชาติหรือศาสนา โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตของตนเองและครอบครัวด้วยสำหรับข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมงานนวราตรี และงานแห่วันวิชัยทัสมิ ควรแต่งกายด้วยชุดที่สุภาพ สีสันสดใส โปรดระวังทรัพย์สินมีค่าของตนเอง และแนะนำให้เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ รวมถึงการเตรียมร่างกายจิตใจให้บริสุทธิ์เพื่อเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ ขณะขบวนแห่ผ่าน ขอให้ศาสนิกชนแสดงพฤติกรรมที่อยู่ในกรอบของหลักคำสอนและวิถีแห่งปัญญา 

รายละเอียดการจัดงานนวราตรี 

ในวันแรก วันที่ 22 กันยายน 2568 เป็นการจัดงานพิธีบูชาองค์พระพิฆเนศวรเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ตามคติฮินดูที่ว่าก่อนเริ่มบูชาเทพทุกองค์ต้องเริ่มบูชาจากองค์พระพิฆเนศวรก่อนเสมอ รวมทั้งพิธีบูชาเทพประจำแผ่นดิน และพิธีบูชาเทพแห่งดาวนพเคราะห์ทั้งเก้า โดยการถวายอัญมณี ธัญพืช และผ้าส่าหรี 9 สี 9 ชนิด อันเป็นสีประจำองค์เทพแต่ละองค์ เพื่อขอให้จัดงานนวราตรีประจำปี 2568 ประสบความสำเร็จ เป็นสิริมงคลต่อผู้เข้าร่วมพิธี และเพื่อขอพรให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุขร่มเย็นอีกด้วยต่อมาในช่วงบ่ายถึงค่ำเป็นการนำขบวนราชรถขององค์เทพออกแห่บนเส้นทางถนนปั้น ประกอบด้วย ขบวนองค์พระพิฆเนศ ขบวนองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี และขบวนองค์พระแม่ซูลั่มกาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในเทวรูปสำคัญของวัดพระศรีมหาอุมาเทวี โดยศาสนิกชนจะมีโอกาสได้เห็น และสักการะเพียงแค่วันเดียวภายในวันก่อนเริ่มงานเทศกาลนวราตรี เท่านั้น 

วันที่ 23 กันยายน 2568 เป็นวันเริ่มงานเทศกาลนวราตรี ประจำปี พ.ศ. 2568โดยเริ่มด้วยพิธีบูชาองค์พระแม่มหาทุรคาเทวี เทพแห่งอำนาจ บารมี ตลอดทั้ง 3 วัน (23- 25 กันยายน 2568) โดยในช่วงเย็นจะมีพิธีอัญเชิญธงสิงห์ขึ้นเสา ถือเป็นการประกาศเริ่มต้นงานเทศกาล เป็นสัญญาณของการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพเจ้าโดยเฉพาะองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ซึ่งจะเป็นพิธีกรรมเพื่อเริ่มต้นงานเทศกาลนวราตรีอย่างสมบูรณ์

วันที่ 26 – 28 กันยายน 2568 พิธีบูชาองค์พระแม่มหาลักษมีเทวี มเหสีของพระวิษณุ ผู้ปกปักรักษา พระองค์เป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ทรัพย์สิน และความสำเร็จ โดยเชื่อว่าการบูชาพระแม่มหาลักษมีจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งทางการเงิน ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความผาสุกในครอบครัว

วันที่ 29 กันยายน 2568 พิธีอภิเษกสมรสของพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและองค์พระศิวะมหาเทพเป็นพิธีอภิเษกสมรสขององค์เทพ ซึ่งจะมีการจัดรูปแบบของขบวนขันหมากและพิธีอภิเษกตามความเชื่อของศาสนาฮินดูโดยจัดเพียง 1 ครั้งในรอบปีเท่านั้น จึงเป็นพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจจากศาสนิกชน และคู่รักหรือคู่ครองที่จะมาขอพรเพื่อการแต่งงาน และการสมหวังในความรัก ซึ่งในปีนี้ได้เรียนเชิญ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีการสำคัญนี้อีกด้วย โดยศาสนิกชนที่เข้าร่วมในพิธีอภิเษกสมรสขององค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและองค์พระศิวะมหาเทพจะได้ร่วมในขบวนแห่ขันหมาก ซึ่งประกอบด้วย ขนมมงคลบนถาดบูชาสำหรับถวายองค์เทพ โดยเมื่อจบพิธีศาสนิกชนสามารถนำกลับไปรับประทานเพื่อสิริมงคลได้ทั้งนี้ พีธีบูชาพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและองค์พระศิวะมหาเทพ จะดำเนินไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2568

วันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 พิธีบูชาพระแม่มหาสรัสวตีเทวี มเหสีของพระพรหม ผู้สร้างสรรค์จักรวาล พระองค์เป็นเทพีแห่งความรู้ การศึกษา และแรงบันดาลใจทางศิลปะ เชื่อว่าการบูชาพระแม่มหาสรัสวตีจะช่วยเสริมสร้างสติปัญญา การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความสำเร็จด้านวิชาการ 

 วันที่ 2 ตุลาคม 2568 งานแห่วันวิชัยทัสมิ ประจำปี 2568 อีกหนึ่งพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ถือเป็นการแห่เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะขององค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ในภาคพระแม่ทุรคา ที่มีชัยต่อมหิษาสูรตามตำนานซึ่งในขบวนแห่ดังกล่าว ประกอบด้วยรถแห่ จำนวน 8 ขบวน คือ ขบวนคนทรงองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีเป็น เทวีแห่งพลังอำนาจ การทำลายสิ่งชั่วร้าย ความรัก ความอ่อนโยน ขบวนคนทรงองค์พระขันธกุมารเทวีแห่งสงคราม ความกล้าหาญ และการปกป้อง ขบวนคนทรงองค์พระแม่กาลีเทวีแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย พลังศักดิ์สิทธิ์ ความกล้าหาญ และการหลุดพ้น ขบวนราชรถองค์พระพิฆเนศวรเทพแห่งปัญญา ความรู้ ความสำเร็จ การเริ่มต้น และผู้ขจัดอุปสรรคขบวนราชรถองค์พระขันธกุมารเทพแห่งสงคราม ความกล้าหาญ ปัญญา และผู้ปกป้องจากอันตราย ขบวนราชรถองค์พระกฤษณะเทพแห่งความรัก ปัญญา ความยุติธรรม และความสุขเป็นอวตารของพระวิษณุ ผู้มานำธรรมะกลับคืนสู่โลก ขบวนราชรถองค์พระกัตตวรายัน และขบวนราชรถองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระแม่มหาลักษมี และพระแม่มหาสรัสวตี โดยขบวนแห่จะเริ่มเคลื่อนออกจากวัดพระศรีมหาอุมาเทวี ในเวลา 19.30 น. เคลื่อนขบวนโดยเวียนไปทางขวาของวัด มุ่งหน้าตรงไปยังแยกนราธิวาส แยกสาทร แยกสุรศักดิ์ ตามลำดับ และเคลื่อนขบวนกลับสู่พระศรีมหาอุมาเทวี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี โดยตลอดสองข้างทางที่ขบวนราชรถขององค์เทพเคลื่อนผ่าน เรียงรายไปด้วยโต๊ะหมู่บูชาประดับประดาสีสันสวยงาม จากศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมงาน เพื่อหวังจะได้สักการะองค์เทพที่ตนนับถืออย่างใกล้ชิด ภายใต้การกำกับดูแลความปลอดภัยของสำนักงานเขตบางรัก และสถานีตำรวจนครบาลบางรัก 

วันที่ 4 ตุลาคม 2568 หลังจบเทศกาลนวราตรี คณะพราหมณ์จะประกอบพิธีอัญเชิญธงสิงห์ลงและพิธีอาบน้ำคณะพราหมณ์และคณะคนทรง ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีคณะพราหมณ์จะนำสายสิญจน์ที่ผ่านการทำพิธีตลอดทั้ง 10 วัน มาผูกข้อมือให้แก่สานุศิษย์ผู้ศรัทธา 

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการเทศกาลประเพณีทางศาสนา 5 ศาสนา ภายใต้การจัดกิจกรรมเทศกาลของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู เป็นการส่งเสริมให้ศาสนิกชนได้ปฏิบัติศาสนกิจตามศาสนา

อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันศาสนาให้เป็นเสาหลักที่จะสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณธรรม ศาสนิกชนทุกศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความรักสามัคคีสืบไป

**********************

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ