วันน้ำโลกชี้ “ระบบอาหาร” ตัวแปรกดดันทรัพยากรน้ำโลก Sinergia Animal เผยเนื้อวัว 1 กก. ใช้น้ำกว่า 15,000 ลิตร
jumpon
- 20/03/2026
เนื่องใน World Water Day วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี ประเด็น “ทรัพยากรน้ำ” ได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่น้ำจืดกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะ “ระบบอาหาร” ซึ่งถูกชี้ว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำในระดับโลก Sinergia Animal เปิดเผยว่า การผลิตอาหารจากสัตว์ต้องใช้น้ำในปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะเนื้อวัวที่ต้องใช้น้ำเฉลี่ยมากกว่า 15,400 ลิตรต่อกิโลกรัม ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกพืชอาหารสัตว์ การเลี้ยง ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป
ข้อมูลจาก United Nations ระบุว่า ปัจจุบันมนุษย์ใช้น้ำมากถึง 4 ล้านล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงของภาวะ “ล้มละลายทางทรัพยากรน้ำของโลก” หรือสถานการณ์ที่การใช้น้ำจืดเร็วกว่าความสามารถในการฟื้นตัวของธรรมชาติ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหารถูกจับตามองในฐานะผู้ใช้น้ำรายใหญ่ที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของทรัพยากรน้ำในระยะยาว
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านข้อมูลวิจัยที่พบว่า กว่าครึ่งของทะเลสาบขนาดใหญ่ทั่วโลกมีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ขณะที่พื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติราว 410 ล้านเฮกตาร์ได้หายไปในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และประชากรกว่าครึ่งโลกยังต้องพึ่งพาน้ำใต้ดินเป็นแหล่งน้ำหลัก สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศน้ำที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประชากรเกือบ 2 พันล้านคนยังเผชิญความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาด ขณะที่น้ำเสียกว่า 80% ทั่วโลกถูกปล่อยกลับสู่ธรรมชาติโดยไม่ผ่านการบำบัด ส่งผลให้แหล่งน้ำสำคัญเกิดการปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ปัญหาดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงจากมลพิษในเขตเมืองและภาคอุตสาหกรรม การตกค้างของสารเคมีจากภาคเกษตรกรรม ตลอดจนปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักอย่างเจ้าพระยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ Food and Agriculture Organization ระบุว่า ภาคเกษตรกรรมใช้น้ำจืดมากถึงประมาณ 70% ของการใช้น้ำทั้งหมดของโลก โดยในกระบวนการผลิตปศุสัตว์ น้ำส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้โดยตรงกับสัตว์ แต่แฝงอยู่ในขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์ ข้อมูลจาก Water Footprint Network ชี้ว่า ราว 98% ของรอยเท้าน้ำในผลิตภัณฑ์จากสัตว์เกิดจากกระบวนการดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบ พบว่าเนื้อวัวมีการใช้น้ำสูงถึงประมาณ 15,400 ลิตรต่อกิโลกรัม ขณะที่ธัญพืชใช้น้ำเฉลี่ยเพียง 1,600 ลิตรต่อกิโลกรัม ส่วนไข่และเนื้อไก่อยู่ที่ประมาณ 3,200 และ 4,300 ลิตรตามลำดับ
นอกจากปริมาณการใช้น้ำแล้ว ระบบปศุสัตว์อุตสาหกรรมยังสร้างผลกระทบด้านมลพิษต่อแหล่งน้ำในวงกว้าง ของเสียจากฟาร์มขนาดใหญ่สามารถก่อให้เกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชัน ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในน้ำลดลง กระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ขณะเดียวกัน การใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ยังเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว
Sinergia Animal ระบุว่า วิกฤตน้ำไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างของระบบอาหารในปัจจุบัน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนและคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำของโลก พร้อมทั้งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจอาหารเพื่อส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบ เช่น การผลักดันนโยบายไข่ไก่ปลอดกรง และการสร้างความโปร่งใสผ่านการติดตามความคืบหน้าของบริษัทในหลายประเทศ
ท่ามกลางวิกฤตน้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันน้ำโลกปีนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนความเชื่อมโยงระหว่างอาหาร สิ่งแวดล้อม และวิถีการบริโภคของมนุษย์ โดยการเลือกบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและการสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยรักษาทรัพยากรน้ำจืดของโลกให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
