ร้องเอาผิด 25 ราย ปมแต่งตั้ง “สมชัย” นั่งอนุ กมธ.กิจการศาลฯ
“พนิดา–วาโย–พริษฐ์” พร้อมกรรมาธิการและผู้เกี่ยวข้องถูกกล่าวโทษ ขณะที่ “สมชัย” เผชิญอีกคดีปมเผยแพร่ข้อมูลจากกระบวนการพิจารณาของ กกต.
วันที่ 10 กันยายน 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีการกล่าวโทษบุคคลหลายรายที่เกี่ยวข้องกับ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จากปมการแต่งตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นอนุกรรมาธิการ โดยมีการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.บางโพ และมีรายงานว่าคดีดังกล่าวถูกเสนอเป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ
รายงานข่าวระบุว่า คดีแรกมีผู้ถูกกล่าวโทษรวม 25 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลทางการเมืองและผู้เกี่ยวข้องหลายราย อาทิ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึง นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ และ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โดยประเด็นกล่าวโทษเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นอนุกรรมาธิการ
อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ควรแยกให้ชัดว่าเป็น “การกล่าวโทษ” หรือ “ผู้ถูกกล่าวโทษ” ซึ่งยังไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลดังกล่าวกระทำผิด และกระบวนการสอบสวนรวมถึงการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจยังต้องดำเนินต่อไป
ปมตั้ง “สมชัย” เป็นอนุ กมธ. ถูกหยิบขึ้นตรวจสอบ
สาระสำคัญของข้อกล่าวหาเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งนายสมชัยเข้าร่วมทำงานในคณะอนุกรรมาธิการ โดยผู้กล่าวโทษตั้งประเด็นถึงคุณสมบัติและความเหมาะสม รวมถึงผลทางกฎหมายและจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง
สำหรับภูมิหลังของนายสมชัย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 หัวหน้า คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 4/2561 ให้ยุติการอยู่ปฏิบัติหน้าที่กรรมการการเลือกตั้ง โดยคำสั่งระบุถึงพฤติกรรมการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อและกรณีสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต. ขณะยังทำหน้าที่กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งถูกมองว่าเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นการให้ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ กกต. ไม่ใช่คำพิพากษาคดีอาญาว่ากระทำผิด
“สมชัย” ถูกกล่าวโทษอีกคดี ปมข้อมูล กกต.
นอกจากคดีเกี่ยวกับการแต่งตั้งอนุกรรมาธิการแล้ว รายงานยังระบุว่า นายสมชัยถูกกล่าวโทษอีกคดีจากกรณีเผยแพร่ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก โดยเนื้อหาที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับข้อมูลและผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยของ กกต. ในเรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งผู้กล่าวโทษเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาและยังไม่มีมติชี้ขาดจาก กกต.ชุดใหญ่
ข้อกล่าวหาที่ถูกรายงานครอบคลุมทั้งประเด็นการสนับสนุนเจ้าพนักงานเปิดเผยข้อมูลราชการ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาที่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและพิสูจน์ตามกฎหมายต่อไป
การเมืองร้อน แต่ต้องรอผลกระบวนการยุติธรรม
กรณีดังกล่าวทำให้ประเด็นเรื่อง มาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การแต่งตั้งบุคคลเข้าทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ และความรับผิดชอบต่อการใช้งบประมาณของรัฐ ถูกจับตามองอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี การกล่าวโทษหรือการรับเรื่องไว้สอบสวนยังไม่เท่ากับการชี้ว่ามีความผิด ผู้เกี่ยวข้องทุกคนยังมีสิทธิต่อสู้คดี ชี้แจงข้อเท็จจริง และได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
