‘รพีภัทร์’ ผงาดปลัดเกษตรฯ ‘สุริยะ’ ปัดล้างบางขั้วธรรมนัส ยันไร้ซื้อตำแหน่ง
ที่ประชุมครม. มีมติแต่งตั้ง “รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ขึ้นแท่นปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ แทน “วิณะโรจน์” ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ ขณะที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ออกโรงโต้ “ธรรมนัส–ไผ่ ลิกค์” ยันการจัดทัพข้าราชการเป็นไปตามความสามารถและอาวุโส ปัดข้อหาใช้ “การเงิน” นำหน้า “การงาน” พร้อมท้าตรวจสอบความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้ง นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ เพื่อทดแทน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงฯ คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้
เปิดประวัติ “รพีภัทร์” ลูกหม้อสายแข็งลุ้นนั่งยาว 7 ปี
สำหรับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการประจำในครั้งนี้ นายรพีภัทร์ ในวัย 53 ปี ถือเป็นลูกหม้อคนสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยยังเหลืออายุราชการอีกถึง 7 ปี ทำให้มีการคาดการณ์ว่าอาจจะได้ดำรงตำแหน่งยาวนานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ
เส้นทางการทำงานของนายรพีภัทร์โชกโชนทั้งในและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ, เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รวมถึงเคยไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดนทั้ง อัครราชทูตฝ่ายการเกษตร ประจำกรุงโรม และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี
อย่างไรก็ตาม ในอดีตเขาเคยเผชิญมรสุมถูกสั่งช่วยราชการชั่วคราวในยุคที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมว.เกษตรฯ ปมการตรวจสอบสาร BY2 ในทุเรียนส่งออก ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้กลับมานั่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตรและก้าวสู่ตำแหน่งปลัดฯ ในที่สุด
“สุริยะ” สวนกลับ “ธรรมนัส” ปัดล้างบางการเมือง
การโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางการเมือง โดยก่อนหน้านี้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ว่าการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ ยึดโยงกับเรื่อง “การเงิน“ มากกว่า “การงาน“ ขณะที่ นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ก็ออกมาแฉเรื่องนักการเมืองปิดห้องคุยโยกย้ายไม่เป็นธรรม
นายสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ประเด็นดังกล่าวอย่างดุเดือด ยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ “ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง“ อย่างที่ถูกกล่าวอ้าง โดยเป็นการเสนอชื่อจากปลัดกระทรวงฯ ที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องความซื่อสัตย์ ความทุ่มเท และอาวุโส
“หากฝ่ายใดมีข้อมูลเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ หรือเห็นต่าง สามารถยื่นเรื่องให้หน่วยงานตรวจสอบได้ทันที ตนยินดีชี้แจง“
นายสุริยะระบุ พร้อมยืนยันว่านี่ไม่ใช่การ “ล้างบาง“ ขั้วเก่า เพราะข้าราชการระดับสูงมีถึง 31 คน การย้ายเพียงบางตำแหน่งเพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุ 7 ตำแหน่ง จึงเป็นเรื่องปกติของการบริหารราชการ
โชว์โปรไฟล์ 11 สมัย ยันความโปร่งใส
นายสุริยะยังได้ยกประสบการณ์ทางการเมืองของตนเองขึ้นมาการันตี โดยระบุว่าตนเองเป็นรัฐมนตรีมาหลายยุคสมัย ตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนมาถึงปัจจุบัน รวมทั้งหมด 11 ครั้ง ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส ถือเป็น “หลักฐานเชิงประจักษ์“ ที่พิสูจน์การทำงานของตนได้เป็นอย่างดี
สำหรับเป้าหมายหลังจากนี้ นายรพีภัทร์ในฐานะปลัดเกษตรฯ คนใหม่ จะต้องเข้ามารับโจทย์ใหญ่ในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร โดยเฉพาะโครงการสำคัญอย่าง “พืชสวนโลก“ ในปี 2569 และ 2572 ซึ่งเป็นงานที่เขาคลุกคลีมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร
อย่างไรก็ตามการขยับ “รพีภัทร์” ขึ้นสู่เก้าอี้ปลัดฯ ในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นทั้งการจัดทัพเพื่อความต่อเนื่องของงาน และเป็นการพิสูจน์ฝีมือของรัฐมนตรีว่าการฯ ในการฝ่าแรงเสียดทานทางการเมืองจาก “ขั้วธรรมนัส” ที่จ้องจับตาการทำงานอย่างใกล้ชิดในฐานะฝ่ายตรวจสอบ
