ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย ผนึกเสียงนักวิชาการ–ผู้ประกอบธุรกิจ ร่วมขับเคลื่อนอนาคตระบบอาหาร
ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศความผันผวนทางเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตอาหารที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและผู้ประกอบการการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางห่วงโซ่อุปทานผ่านนโยบายการจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย เปิดเวทีเสวนา “Who Shapes the Future of Food? Farming, Business and Animal Welfare in a Changing Climate and Economy” ภายใต้กิจกรรม Empower for Impact 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Climate Action Week 2026 ณ โรงแรม ASAI BangkokSathornโดยมีผู้แทนจากภาควิชาการภาคเกษตรและธุรกิจโรงแรมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตระบบอาหารการเปลี่ยนผ่านสู่กาจัดซื้อไข่ไก่ปลอดกรงและการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทาน เสียงจากเวทีเสวนาสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของภาคการผลิตอาหารโดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนทางเศรษฐกิจซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนการผลิต ราคาอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงระบบอาหาร สุขภาพประชาชน และความยั่งยืน
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างระบบอาหาร สุขภาพของประชาชน และความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาระบบอาหารควรคำนึงถึงทั้งคุณภาพทางโภชนาการ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมการส่งเสริมรูปแบบการบริโภคที่มีความหลากหลายและเพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืช (Plant-Based Foods)จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถเชื่อมโยงการส่งเสริมสุขภาพประชาชนเข้ากับการรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว
รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตร อาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวถึงความเสี่ยงที่ภาคเกษตรต้องเผชิญทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการผลิตอาหาร โดยผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับเกษตรกร แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงราคาอาหารและความมั่นคงทางอาหารในภาพรวมการรับมือกับความท้าทายดังกล่าวจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนพร้อมคำนึงถึงข้อจำกัดของผู้ผลิตการเข้าถึงเทคโนโลยีและแรงจูงใจที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต
นายสาธิต เครือรัฐติกาล หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด สงวนฟาร์ม แบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงไก่ไข่แบบปลอดกรงโดยเน้นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในพฤติกรรมตามธรรมชาติของไก่และการจัดการฟาร์มอย่างเหมาะสมตั้งแต่การฝึกให้ลูกไก่คุ้นเคยกับคอนเกาะและรังวางไข่ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อสนับสนุนการปรับตัวเข้าสู่ระบบการเลี้ยงแบบปลอดกรงประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงแต่ยังเกี่ยวข้องกับองค์ความรู้การจัดการฟาร์มและความพร้อมของผู้ผลิตในการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน
หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาคือบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและบริการซึ่งการตัดสินใจจัดซื้อวัตถุดิบไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงต้นทุนและคุณภาพสินค้า แต่ยังเชื่อมโยงกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) รวมถึงการคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทาน
นางสาวกนกวรรณ แช่มช้อย ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนของ Chatrium Hospitality Group แบ่งปันแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Think First, Think Earth” ซึ่งให้ความสำคัญกับการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนตัดสินใจดำเนินงาน ตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากรไปจนถึงการจัดซื้อวัตถุดิบโดยการเปลี่ยนผ่านสู่การจัดซื้อไข่ไก่ปลอดกรงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยขยายมิติของความยั่งยืนให้ครอบคลุมถึงสวัสดิภาพสัตว์และความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหารแนวคิดดังกล่าวยังสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในระดับองค์กรและการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเลือกใช้ทรัพยากรและสินค้า
ชวกร ชนะธัญธำรง ผู้อำนวยการด้าน ESG และความยั่งยืนองค์กรของ ONYX Hospitality Groupถ่ายทอดประสบการณ์การผลักดันการจัดซื้อไข่ไก่ปลอดกรงในธุรกิจโรงแรมโดยชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวทางจัดซื้อที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์จำเป็นต้องประเมินความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ทั้งด้านราคา ปริมาณ คุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร และความพร้อมของซัพพลายเออร์ประสบการณ์จากทั้งสององค์กรสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนในภาคธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นของผู้บริหารการทำงานร่วมกับคู่ค้าและการปรับกระบวนการจัดซื้อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดและความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสมในระยะยาว
นางสาวศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการกำหนดนโยบายการจัดซื้อและส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์
“เมื่อภาคธุรกิจเปลี่ยนวิธีปฏิบัติต่อสัตว์และกำหนดนโยบายที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์โดยการจัดหาและใช้ไข่ไก่ปลอดกรง จะส่งผลให้การเลี้ยงไก่แบบไม่ขังกรงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม”
“การทำงานร่วมกับบริษัทต่าง ๆ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของซิเนอร์เจีย แอนนิมอลเนื่องจากความร่วมมือจากหลายองค์กรสามารถช่วยขยายผลการเปลี่ยนแปลงไปตลอดห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมให้สวัสดิภาพสัตว์ได้รับการพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ”
