‘จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์’ เปลี่ยนเศษผ้า สู่แบรนด์เสื้อระดับโลก
ถามว่า หากมีเศษผ้า หรือ เสื้อผ้าเก่าๆ อยู่ในบ้าน บางคนอาจมองเป็นเพียงของเหลือทิ้งที่ไร้ประโยชน์ และปล่อยให้เป็นขยะไป ทว่า สำหรับ “คุณจิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์” กลับมีมุมมองที่แตกต่างไป เขาเลือกที่จะนำเอาเศษผ้า เหล่านั้นมาปลุกชีพฟื้นคืนชีวิตให้กลายเป็น เสื้อผ้าสวยๆ อีกครั้ง โดยมีเป้าหมาย ที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักระดับโลก ในฐานะแฟชั่นรักษ์โลก
ต่อยอดธุรกิจครอบครัว สู่ธุรกิจรักษ์โลก
จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแสงเจริญแกรนด์ (SC GRAND) และผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้ารักษ์โลก “Circular” ให้สัมภาษณ์ กับสำนักข่าว “บางกอกทูเดย์” ว่าแนวคิดการเปลี่ยนเศษผ้าให้กลับมาเป็นเสื้อผ้าที่มีความสวยงามได้อีกครั้ง เริ่มต้นมาจากการต่อยอดมาจากธุรกิจของที่บ้าน ที่เป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งซบเซามานาน โดยเฉพาะ ในช่วงโควิด-19 “ช่วงนั้น อาจเรียกได้ว่า เป็นช่วงที่จะไปต่อ หรือ จะหยุดกิจการไปเลย แต่เราอยากทำต่อ เลยขอโอกาสที่บ้านเข้ามาบริหารงานต่อ ก็เลยเริ่มจากตรงนี้เป็นต้นมา”
“พอเราเข้ามาทำ ก็มองเห็นจุดแข็ง ที่ทำเกี่ยวกับของเหลือใช้ (ขยะจากเศษผ้า และเศษด้าย) อยู่ตลอด เรียกว่า มีความเชี่ยวชาญบางอย่าง ที่เราเห็นว่า หากมีการปรับเทคโนโลยีบางอย่างเข้ามา ก็น่าจะไปได้อีกไกล ผมก็เลยสร้างแบรนด์ผ้า SC GRAND และ แบรนด์แฟชั่นที่ชื่อว่า Circular ขึ้นมา” คุณวัธ–จริโรจน์ เล่า
ทุกธุรกิจย่อมมีอุปสรรค
“ต้องยอมรับว่าการสร้างแบรนด์ SC GRAND และ Circular ในช่วงแรกเรียกว่า เหนื่อยมากพอสมควร” เป็นคำพูดที่ออกจากปากของ คุณวัธ เพราะเวลานั้น อยู่ในช่วงวิกฤตโควิด ที่ทำเอาหลายธุรกิจต้องหยุดชะงัก “หลายคนกังวลเรื่องความอยู่รอดกันก่อน ทำให้มีการลดแลกแจกแถม หรือ ระบายสต็อก แต่สำหรับเรา ถือเป็นแบรนด์ใหม่ ต้องศึกษา และทำการตลาด และสร้างแบรนด์ร่วมกับหลายองค์กร ซึ่งก็เรียกว่า ค่อนข้างลำบากสำหรับเรา และยอดขายของเราไม่ได้มีเยอะมาก โดยเฉพาะ ในช่วงปี 2020-2022”
“เราเริ่มมียอดขายเกิดขึ้นในปี 2023 และพอเข้าปี 2024 ยอดขายของเราก็เริ่มโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดใหม่ ซึ่งตอนนี้ก็เรียกว่า ยอดขายของเราค่อนข้างดีขึ้น” คุณวัธ เล่าว่า แม้ในช่วงเริ่มแรกจะต้องเจอกับภาวะความยากลำบาก แต่ก็ทำให้เขามองเห็นโอกาสที่แบรนด์ SC GRAND และ Circular น่าจะมีโอกาสเป็นที่รู้จักมากขึ้น “เราอยากทำตัวเองให้พร้อม และมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น สำหรับโอกาสต่างๆ ที่จะเข้ามาต่อไปหลังจากนี้” คุณวัธ บอกว่า นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจตามที่เขาได้วางแผนไว้ ซึ่งจนถึงวันนี้ ยอดขายของบริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครือ ต่างเติบโตไปแล้วกว่า ไม่เกิน 200-300 ล้านบาทต่อปี ส่วนแบรนด์ SC GRAND และ Circular จะอยู่ที่ไม่เกิน 100 ล้านบาท ต่อปี
แผน 5 ปีข้างหน้า เข้าตลาดหลักทรัพย์
การทำธุรกิจ จำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ซึ่งคุณวัธ ก็วางแผนเช่นกัน “เรามีการวางแผนอยู่เหมือนกัน โดยแผนที่วาไว้ คือ เราคาดว่าจะมีการขาดทุน 4-5 ปี แล้วหลังจากนั้น ก็จะมีกำไรขึ้นมา ซึ่งในช่วงปีแรก หากไปดูงบประมาณที่ตั้งไว้ เราติดลบไปค่อนข้างเยอะเลย แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา เราก็พบว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ติดลบน้อยลง และคาดว่า ในปีนี้ก็ตั้งใจว่า จะมีกำไรเป็นปีแรก ในตลาดใหม่ที่เราสร้างขึ้นมา และยังมีแผนว่าอีก 5 ปี ข้างหน้า เราจะเป็นบริษัท ที่พร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ หรือไม่ อีกครั้ง”
ร่วมมือพันธมิตรและ องค์กรชั้นนำ
ความร่วมมือกับ องค์กรชั้นนำ เป็นหนึ่งในแนวคิดการทำงานของคุณวัธ “วันนี้ หากเป็นบิ๊กคอร์ปอเรตใหญ่ของเรา ก็จะมี การบินไทย ที่เราได้มีการทำข่าวประชาสัมพันธ์ร่วมกัน รวมถึง การนำเสื้อผ้ายูนิฟอร์มเก่าของทางสายการบิน มาสางเป็นไฟเบอร์ หรือ เส้นด้ายก่อนที่จะทอเป็นผ้าผืนใหม่ แล้วนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อโปโลสีม่วง ให้กับทางการสายการบิน ซึ่งตรงนี้ เราได้ไปร่วมกับ 10 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่เป็นแบรนด์เกิดใหม่ ทำร่วมกัน”
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ “ส่วนนี้ เราได้ไปเก็บขวดน้ำพลาสติกที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง มาผลิตเป็นเสื้อผ้า และผ้ากันเปื้อน ให้กับพนักงานของทางสายการบิน หรือแม้แต่ การร่วมมือกับทาง ปั๊ม พีที ที่ให้การสนับสนุนกับเรามานานพอสมควร ด้วยการวางจุดรับบริจาคเสื้อผ้าเก่า เพื่อแลกกับคะแนน ในการใช้บริการกับทางปั๊มน้ำมัน เพื่อนำมารีไซเคิล เป็นสินค้าใหม่ ที่มีแบรนด์เสื้อยืดป่าว เข้ามาช่วยกันออกแบบ ซึ่งวันนี้สินค้าขายหมดไปแล้ว”
มาร์เก็ตติ้งแพลน
ส่วนในปีนี้ ทาง SC GRAND และ Circular ยังมีโรดแมป อยู่หลายส่วนเช่นกัน “อย่างมาร์เก็ตติ้งแพลน ที่เราวางไว้ ก็จะมี การร่วมมือกันระหว่าง SC GRAND กับแบรนด์ เทลเลอร์สูท ร้านตัดเย็บ ในการตัดเย็บเสื้อผ้า ที่มีดีไซน์ เพือให้คนได้เห็นว่า ผ้าจากแบรนด์ SC GRAND ที่ไม่ได้ผ่านการฟอกย้อม สามารถเอามาแต่งตัวเป็น Classic Menswear ได้ รวมถึง การร่วมมือแฟชั่นแบรนด์วัยรุ่นผู้หญิง เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่า ผ้ารีไซเคิลของเรา สามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์”
“เช่นเดียวกับ ทาง Circular ที่เราเป็น OEM ในการนำเอาเสื้อผ้าเก่ามาทำเป็นเสื้อผ้าใหม่ ก็ยังคงมีหลายองค์กร ชั้นนำ ติดต่อเข้ามาพูดคุยกับเรา เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอยากจะให้ทุกคน ได้รอติดตามต่อไปว่า จะมีโครงการดีๆ อะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงปลายปีนี้” กรรมการผู้จัดการกล่าว
เป้าหมาย
สำหรับเป้าหมายในธุรกิจที่ตั้งไว้ ผู้ก่อตั้ง Circular อาจจะมีมุมมองแตกต่างไปจากคนอื่นๆ “เราไม่ได้ตั้งเป้าไว้ที่ยอดขาย แต่เรามองไปที่ Profit Margin เป็นประเด็นสุดท้ายที่เราต้องบริหารให้ได้กำไรให้ได้ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากไปดูงบประมาณปีกแรก เราขาดทุนเป็นหลัก 10 ล้าน แต่พอปีที่ผ่านมา ตัวเลขดีขึ้นเยอะ เหมือนเราตั้งเป้าไว้ว่า ปีที่แล้วเราจะต้องไม่ขาดทุนแล้ว แต่เราอาจจะฮิตทาร์เก็ตได้แค่ 70% แต่ปีนี้ เรามั่นใจว่า เราจะเริ่มมีกำไร และยอดขายต่อเนื่อง จากการขายผ้า หรือ บริการอื่นๆ ที่เราทำให้กับองค์กรต่างๆ” ซึ่งหากเป็นตามเป้าหมายที่ วางไว้ ก็เชื่อแน่ว่า ภายใน 5 ปี เราอาจจะได้เห็นบริษัท SC GRAND เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างแน่นอน “เราเริ่มเห็นอนาคตของธุรกิจเราชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และนั่น ก็ทำให้ภาพที่เราตั้งเป้าหมายไว้ จะกลายเป็นจริงอย่างแน่นอน”
กระแส “รีไซเคิล” หรือ การนำเอาของเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ การช่วยประหยัดทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เท่านั้น ทว่า ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะมาแก้ไข ปัญหาโลกร้อน ได้ดีอีกด้วย…. และเชื่อมั่นว่า นักธุรกิจไอเดียรักษ์โลก อย่าง คุณวัธ-จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์ จะประสบความสำเร็จและเติบโตไปบนเส้นทางนี้แน่นอน









