สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“คลัง” เตรียมชง ครม. เคาะมาตรการ TISA แจงการลดหย่อนภาษี 0.7 และ 1.3 แค่ตุ๊กตา

 “คลัง” เตรียมชง ครม. เคาะมาตรการ TISA แจงการลดหย่อนภาษี 0.7 และ 1.3 แค่ตุ๊กตา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่าการนำเสนอหลักการและกรอบมาตรการ Quick Big Win เสาที่ 4 โดยมีเหตุผลหลักเพื่อสนับสนุนการออมของประชาชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่ามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายคือ เพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในระยะยาว บัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ Thailand Individual Saving เนื่องจากปัญหาของประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางไม่มีเงินออมและไม่มีหลักประกันหลังเกษียณ ทำให้จำเป็นต้องดึงทุกเครื่องมือในระบบเศรษฐกิจและการเงินเข้ามาใช้ ทั้งภาษี พันธบัตรออมทรัพย์ และประกันภัย เพื่อสร้างความมั่นคงให้ประชาชนอย่างแท้จริง

ทำให้กระทรวงการคลังต้องเร่งมาตรการส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ Thailand Individual Saving Account (TISA) ซึ่งมาตรการลดหย่อนภาษีแบบเดิม เช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund : LTF) หรือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund หรือ TESG) ในปัจจุบันทำให้เกิดความบิดเบือน เพราะประชาชนซื้อเพื่อใช้สิทธิลดหย่อน ไม่ได้ซื้อเพื่อออมระยะยาวตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง อีกทั้งเมื่อครบกำหนดมักเกิดแรงกดดันให้รัฐต้องขยายเวลาออกไปเรื่อย ๆ จนกระทบตลาดทุน

นายเอกนิติ ได้กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการใหม่ รัฐบาลปรับรูปแบบแรงจูงใจทางภาษีให้ถาวร โดยกำหนดกรอบลดหย่อนภาษีสูงสุด 800,000 บาทต่อปี สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่าน จะให้แต้มต่อสำหรับผู้ที่ซื้อกองทุน Thai ESG จะได้สิทธิลดหย่อน 1.2 เท่า  พร้อมปลดล็อกเพดานเดิมของข้อจำกัดกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) ที่กำหนดไว้ห้ามเกิน 30% ของรายได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมีแรงจูงใจในการออมมากขึ้น

ด้านนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณามาตรการส่งเสริมการออมระยะยาว ว่าขณะนี้ตัวเลขตัวคูณ 1.3 และ 0.7 ที่ปรากฏในข่าว เป็นเพียง “ตุ๊กตา” ตัวอย่างหนึ่งในหลายโมเดลที่ทีมงานจัดทำขึ้น โดยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจำลองหลาย Scenario เพื่อประเมินผลกระทบเชิงพฤติกรรมและฐานรายได้ของผู้เสียภาษี พร้อมย้ำว่ายังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากคณะรัฐมนตรียังไม่ได้พิจารณาอนุมัติ

ข่าวที่เผยแพร่ออกไปเป็นเพียงข้อมูลชุดเดียว ยังไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของมาตรการที่อยู่ระหว่างการกลั่นกรองในชั้น ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งได้เสนอเข้าเพื่อขอความเห็นชอบในหลักการเท่านั้น จึงขอให้ประชาชนรอความชัดเจนเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าทีมงานได้พิจารณาทางเลือก Tapering และตัวคูณหลายชุดควบคู่กัน ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง

นายเบญจรงค์กล่าวว่า มาตรการนี้มีผลต่อพฤติกรรมการออมตั้งแต่ปีหน้า จึงต้องเร่งสรุปให้ได้ภายในปี 2568 เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการลงทุนปีใหม่ได้อย่างเหมาะสม โดยขณะนี้เหลือเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ ซึ่งรัฐบาลตั้งใจเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันก่อนสิ้นเดือนธันวาคม

porntep

น่าสนใจสำครับคุณ