ครม. เคาะ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เยียวยาคนชวดบัตรคนจน
ครม. เคาะ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เยียวยาคนชวดบัตรคนจน–ไฟเขียว AI เอเปค–ปลดล็อกนกกรงหัวจุก
รัฐบาลจัดหนัก! ครม. นัดสำคัญเห็นชอบมาตรการช่วยผู้พลาดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับเงินเยียวยาพันบาทผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” พร้อมดันไทยขึ้นแท่นผู้นำดิจิทัล-AI ในเวทีเอเปค 2026
ด้านกระทรวงเกษตรฯ ขยับใหญ่โยกย้ายบิ๊กข้าราชการล็อตใหญ่ ขณะที่สายอนุรักษ์มีเฮ ปลดล็อกนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หนุนเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระที่น่าสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงการเร่งรัดนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชนและยกระดับขีดความสามารถของประเทศในระดับสากล
อัดฉีด ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เยียวยาคนชวดบัตรคนจน
ประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยกระทรวงการคลังได้เสนอโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อเป็นช่องทางเยียวยากลุ่มที่พลาดสิทธิ์ มาตรการนี้จะมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาจำนวน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน
คือในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากระทรวงการคลังเล็งปรับปรุงหลักเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับ “ยานพาหนะ” เพื่อคืนสิทธิ์ให้ประชาชนในลำดับถัดไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
ชูธง AI เอเปค 2026 ปราบอาชญากรรมไซเบอร์
ในมิติด้านเทคโนโลยี ครม. มีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประจำปี 2026 ซึ่งจะเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญในการประชุม ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคมนี้ โดยประเทศไทยได้ผลักดันประเด็นสำคัญ 5 ด้าน คือการเชื่อมต่อดิจิทัล, การใช้ AI เพื่อการพัฒนา, การยกระดับทักษะประชาชน, การสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัย และการส่งเสริมการลงทุนในระบบนิเวศดิจิทัล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับการ ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลและข้อมูลบิดเบือน (Deepfake) พร้อมทั้งมีนโยบายสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่ม SMEs และสตาร์ตอัป เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ปลดล็อก ‘นกกรงหัวจุก’ – ขยับบิ๊กเกษตรฯ
อีกหนึ่งวาระที่เป็นกระแสคือ การเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเลิก “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในฐานะสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกร โดยรัฐบาลจะยังคงติดตามประชากรในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ในส่วนของการบริหารงานบุคคล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งถือเป็นการปรับทัพครั้งสำคัญในกรมหลักๆ ของกระทรวง
ขณะเดียวกันยังวาระอื่นที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ครม. ยังรับทราบประเด็นอื่นๆได้แก่ การปรับผังเมืองรวมเชียงใหม่ เพื่อเปิดทางให้ที่ดินเอกชนในพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้บางส่วนของอำเภอเวียงแหงและกัลยาณิวัฒนา สามารถใช้ประกอบพาณิชยกรรมได้ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว
การเตรียมความพร้อมเยือนอินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 เพื่อจัดทำแผนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ปี 2569-2573 การเห็นชอบให้วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติและวันหยุดราชการประจำปี รับทราบการตราพระราชกฤษฎีกาจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม สส. จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3
สำหรับการประชุมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและการเยียวยาทางเศรษฐกิจที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น พร้อมกับการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมอาชีพใหม่ๆ ให้กับประชาชน
