สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ครม.มติเห็นชอบแต่งตั้ง “นายวิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนที่ 25 ของไทย

 ครม.มติเห็นชอบแต่งตั้ง “นายวิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนที่ 25 ของไทย

ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “นายวิทัย รัตนากร” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนที่ 25 ของไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอชื่อ ต่อจาก “ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าฯธปท. คนปัจจุบัน ที่จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้

สำหรับการแต่งตั้งครั้งนี้ได้รับความสนใจจากทั้งแวดวงเศรษฐกิจ การเงิน และภาคธุรกิจ เนื่องจากบทบาทของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และวางกรอบการเติบโตของประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะเปราะบางจากปัจจัยภายนอกและภายใน

ทั้งนี้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้ให้ความเห็นในการแต่งตั้งนายวิทัยต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ที่ประชุม ครม.รับทราบว่าเหตุผลที่เสนอตั้ง นายวิทัย รัตนากร เป็น ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ เนื่องจากพิจารณาแล้วมี 3 เหตุผลหลักสนับสนุนคือ

1.เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ

2.มีประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงินธนาคาร

และ 3.มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย  ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ

ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปโดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

เปิดประวัติ วิทัย รัตนากร หนึ่งในตัวเต็งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ ธปท.

วิทัย รัตนากร อายุ 54 ปี เติบโตมากับครอบครัวที่มีเศรษฐกิจและกฎหมายเป็นพื้นฐานความรู้ เพราะเขาเป็นลูกชายของ ศิริลักษณ์ รัตนากร อดีตกรรมการผู้จัดการ (เอ็มดี) หญิงคนแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงปี 2525–2528 กับ โสภณ รัตนากร อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งส่งผลให้เขามีความรู้และทักษะในการบริหารเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ประวัติการศึกษาของวิทัยเองก็น่าสนใจเช่นกัน โดยเขามีดีกรีปริญญาตรี 1 ใบ และปริญญาโทมากถึง 3 ใบ ได้แก่

ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปริญญาโท กฎหมายธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปริญญาโท การเงิน Drexel University, U.S.A.

หลายคนอาจรู้จัก “วิทัย รัตนากร” ในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แต่รู้หรือไม่ว่านั้นไม่ใช่แค่ตำแหน่งงานเดียวที่เขามีในปัจจุบัน ประสบการณ์ทำงานของนายวิทัยครอบคลุมทั้งภาคเอกชนและรัฐ โดยเริ่มจากสายงานการเงินในบริษัทหลักทรัพย์ภัทร และก้าวเข้าสู่ภาครัฐในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น

นายกสมาคม สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ประธานกรรมการ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

อุปนายกสมาคม สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์

รองประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

กรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด

กรรมการฝ่ายนายจ้าง กรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง

รวมถึงตำแหน่งรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน CFO สายการบินนกแอร์ รักษาการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เลขาธิการ กบข. และล่าสุดคือผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
ในบทบาทผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

นอกจากนี้นายวิทัยได้รับการยอมรับจากบทบาท “ผู้พลิกโฉมธนาคารรัฐ” ให้เป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” หรือ Social Bank โดยเน้นการขับเคลื่อนบทบาทของธนาคารออมสินสู่การช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก การเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นธรรม

ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า วิทัยมีความรู้และวิสัยทัศน์ที่สามารถคุมนโยบายการเงินของประเทศไทย ให้เศรษฐกิจสามารถพัฒนาและเติบโตได้จากประสบการณ์การทำงานที่เขามี
จับตาผู้ท้าชิงที่จะคุมทิศทางเศรษฐกิจและการเงินไทย

ทั้งนี้ “วิทัย รัตนากร” เป็นกำลังหลักในการผลักดันให้ธนาคารออมสินก้าวเข้าสู่บทบาทธนาคารเพื่อสังคม หรือ Social Bank ที่จะสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและการเงินที่ดียิ่งขึ้นของสังคมไทย โดยวิทัยเคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ไทยกำลังอยู่ในช่วงซบเซา

ดังนั้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโต ต้องทำงานควบคู่กันอย่างใกล้ชิด ทั้งมาตรการการเงิน มาตรการทางการคลัง และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนคนไทยกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน

โดย นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่ ได้เปิดเผยแนวคิดสำคัญต่อบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในยุคเศรษฐกิจเปราะบาง ว่า “ธปท.ต้องเป็นอิสระแต่ไม่โดดเดี่ยว” โดยควรมีอิสระในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

แต่ต้องร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งกระทรวงการคลัง BOI กระทรวงพาณิชย์ และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่สามารถพึ่งนโยบายการเงินอย่างเดียวได้

ซึ่งเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกรับแรงหนุนจากการส่งออกช่วงต้นปี และจำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรก แต่แนวโน้มครึ่งปีหลังยังน่ากังวลจากปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น สงครามยืดเยื้อ ภาษีนำเข้าสหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ

“แม้ ธปท. จะรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ดี เช่น ควบคุมเงินเฟ้อและสร้างระบบการเงินเข้มแข็ง แต่ด้วยบริบทที่ซับซ้อนขึ้น ธปท.จำเป็นต้องเพิ่มบทบาทในการดูแลการเติบโตของเศรษฐกิจมากกว่าที่เคย ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยขาดความสมดุล สถาบันการเงินแข็งแรงมาก มีกำไร

ขณะที่ภาคธุรกิจมีหนี้สิน ปิดกิจการ ยอดหนี้ครัวเรือนสูง คนยากจน มีความเหลื่อมล้ำสูง โดยส่วนตัวคิดว่าภาวะลักษณะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ และยังมีหลายปัจจัยรุมเร้ามาก ดังนั้นการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีหลากหลายมาตรการมาเสริมลักษณะเป็นแพ็กเกจ และต้องทำอย่างต่อเนื่องด้วย

อย่างไรก็ตามการเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ของ”วิทัย รัตนากร” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบุคลากร แต่สะท้อนทิศทางใหม่ของนโยบายการเงินไทย

ที่อาจขยับจาก “ความมั่นคงเป็นหลัก” ไปสู่ “ความเติบโตควบคู่เสถียรภาพ” ในยุคที่ประชาชนจำนวนมากยังเผชิญภาระหนี้ หนี้ครัวเรือนสูง และโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึงได้อย่างแน่นอน

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ