กสิกรไทย 9 เดือนปี 69 กำไร 40,635 ล้านบาท โต 3.43%
ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารงวด 9 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รับแรงหนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโต 21.51% ช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและความไม่แน่นอนจากทั้งในและต่างประเทศ
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฏจักรปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนในกลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ส่วนภาคครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,348 ล้านบาท หรือ 3.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 39,311 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 94,992 ล้านบาท ลดลง 8.87% จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รวมถึงการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระทางการเงินให้ลูกค้า ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.89% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 21.51% หรือ 9,185 ล้านบาท มาอยู่ที่ 51,894 ล้านบาท จากบริการบริหารความมั่งคั่ง การจัดการกองทุน การลงทุน และบริการประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากขึ้น
ด้านการควบคุมต้นทุน ธนาคารมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ จำนวน 59,922 ล้านบาท ลดลง 3.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 40.79% สะท้อนผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งการบริหารทรัพยากรบุคคล การปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการนำเทคโนโลยีรวมถึง AI มาสนับสนุนการทำงาน
ขณะเดียวกัน ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นรวม 30,171 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 1.60% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายปี 2569 ที่ 1.40-1.60% ส่วนอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 177.90%
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 4,614,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.22% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงหนุนจากสินเชื่อสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL) อยู่ที่ 3.18% และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินอยู่ที่ 19.77%
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 12,720 ล้านบาท ลดลง 3.98% จากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ลดลงตามภาวะตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลดลง 4.14% เหลือ 19,892 ล้านบาท
ทั้งนี้ธนาคารคาดว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐจะช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีได้บางส่วน แต่ผลบวกต่อเศรษฐกิจทั้งปียังมีจำกัด จากข้อจำกัดด้านงบประมาณของภาครัฐ กำลังซื้อครัวเรือนที่เปราะบาง ผลกระทบจากน้ำท่วม และความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ธนาคารจึงเดินหน้ากลยุทธ์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุลและผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว /-
