สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

อยากเข้าตาบริษัทจัดหาพนักงาน ต้องสร้าง LinkedIn ยังไง ?

 อยากเข้าตาบริษัทจัดหาพนักงาน ต้องสร้าง LinkedIn ยังไง ?

LinkedIn กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการหางาน โดยเฉพาะหากคุณต้องการถูกพบเห็นโดย Recruiter หรือบริษัทจัดหาพนักงาน (Recruitment Agency) การมีโปรไฟล์ LinkedIn ที่ดีไม่ได้แค่เพิ่มโอกาสให้ HR ติดต่อคุณ แต่ยังทำให้คุณเป็นที่สนใจของบริษัทชั้นนำที่กำลังมองหาคนที่ใช่ แล้วต้องทำยังไงบ้าง?

  1. ใช้ภาพโปรไฟล์และภาพปกที่เหมาะสม

รูปโปรไฟล์เป็นสิ่งแรกที่บริษัทจัดหาพนักงานเห็น อย่าใช้ภาพเล่นๆ หรือเซลฟี่ในที่มืด ควรเลือกภาพที่ดูเป็นมืออาชีพ หน้าตรงหรือมุม 45 องศา และแต่งกายให้เหมาะกับสายงาน ส่วนภาพปก (Background Image) สามารถใช้ภาพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่คุณทำงาน หรือข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจ

  1. เขียน Headline ให้ดึงดูด

ส่วน Headline เป็นหัวข้อที่อยู่ใต้ชื่อของคุณ ไม่ควรปล่อยให้เป็นเพียงชื่อตำแหน่ง (เช่น Marketing Executive) แต่ควรเพิ่มคำอธิบายที่แสดงถึงจุดแข็งของคุณ เช่น

Marketing Executive
 ✅ Marketing Executive | Performance & Content Marketing Specialist | SEO Enthusiast

ถ้าคุณกำลังเปิดรับโอกาสใหม่ๆ อาจใส่ “Open to Work” หรือ “Seeking New Opportunities” เพื่อให้บริษัทจัดหาพนักงานรู้ว่าคุณพร้อมสำหรับข้อเสนอ

  1. ปรับแต่ง About (Summary) ให้โดดเด่น

ส่วน About เป็นที่ที่คุณสามารถเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ควรเขียนเป็นแค่ลิสต์งานที่เคยทำ แต่ควรเป็น Personal Branding ที่โชว์จุดแข็งและประสบการณ์ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ

ตัวอย่างที่ดี:
 “ผมเป็น Digital Marketer ที่มีประสบการณ์ 5 ปีใน Performance Marketing และ Data-Driven Strategy เคยบริหารงบโฆษณากว่า 50 ล้านบาทต่อปี พร้อมช่วยธุรกิจเพิ่ม ROI และ Conversion Rate ผ่านกลยุทธ์ SEO และ SEM”

ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง:
 “ฉันเป็นนักการตลาดออนไลน์ มีประสบการณ์ทำโฆษณา Facebook และ Google”

  1. เติมเต็ม Experience ให้ครบถ้วน

การเขียน Experience ไม่ใช่แค่ใส่ตำแหน่งงานที่เคยทำ แต่ควรอธิบายถึงผลลัพธ์ที่คุณสร้างได้ เช่น

บริหารงบโฆษณา 10 ล้านบาท/ปี และช่วยเพิ่ม ROAS 200% ภายใน 6 เดือน”
 ❌ ทำโฆษณาออนไลน์ให้บริษัท”

หากเคยมีโปรเจ็กต์ที่ประสบความสำเร็จ ควรระบุ ตัวเลขและผลลัพธ์ที่วัดได้ เพื่อให้ Recruiter เห็นศักยภาพของคุณ

  1. ใส่ Skills & Endorsements ให้ตรงกับงานที่ต้องการ

บริษัทจัดหาพนักงานมักค้นหาผู้สมัครจาก Skills ดังนั้นควรเลือกใส่ทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของคุณ เช่น Project Management, SEO, Data Analytics, Python, UX/UI Design เป็นต้น นอกจากนี้ การได้รับ Endorsements (การรับรองจากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโปรไฟล์

  1. เพิ่ม Recommendations จากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า

หากมีคนที่เคยร่วมงานด้วยและสามารถเขียนคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานของคุณบน LinkedIn ได้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถืออย่างมาก Recruiter มักให้ความสำคัญกับ Feedback เหล่านี้ ดังนั้นควรขอให้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่เคยเห็นศักยภาพของคุณมาเขียนให้

  1. เปิด Open to Work และตั้งค่าให้ Recruiter มองเห็น

LinkedIn มีฟีเจอร์ “Open to Work” ที่ช่วยให้บริษัทจัดหาพนักงานเห็นว่าคุณกำลังมองหางานใหม่ โดยสามารถเลือกให้แสดงเฉพาะ Recruiter ได้ หากไม่ต้องการให้บริษัทปัจจุบันเห็น

วิธีตั้งค่า:

  • ไปที่โปรไฟล์ของคุณ
  • คลิก “Open to”“Finding a new job”
  • เลือกตำแหน่งงานที่ต้องการ และกำหนดว่าให้ใครเห็น
  1. โพสต์ Content อย่างสม่ำเสมอ

LinkedIn ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มหางาน แต่ยังเป็นที่สำหรับสร้างตัวตนในสายงานของคุณ การโพสต์บทความ, แชร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรม หรืออัปเดตโปรเจ็กต์ที่คุณทำ จะช่วยให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น และดึงดูดบริษัทจัดหาพนักงานให้เข้ามาติดต่อคุณ

  1. เข้าร่วมกลุ่มและเชื่อมต่อกับคนในสายงาน

LinkedIn มี Groups สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น Digital Marketing, UX/UI, Data Science, Finance, HR ฯลฯ การเข้าร่วมกลุ่มและแสดงความคิดเห็นจะช่วยให้คุณมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มโอกาสได้รับข้อเสนองานที่ดี

หากคุณอยาก เข้าตา Recruiter และบริษัทจัดหาพนักงาน อย่าปล่อยให้โปรไฟล์ LinkedIn เป็นแค่ “เรซูเม่ออนไลน์” ควรสร้างให้ดูเป็นมืออาชีพ ดึงดูด และมีตัวตนที่แข็งแกร่งในสายงานของคุณ โดยต้อง ใส่รายละเอียดให้ครบ, อัปเดตสม่ำเสมอ, ใช้คำที่สะท้อนความสามารถ และเปิดโอกาสให้ Recruiter ติดต่อคุณได้ง่าย

admin

น่าสนใจสำครับคุณ