อยากเข้าตาบริษัทจัดหาพนักงาน ต้องสร้าง LinkedIn ยังไง ?
LinkedIn กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการหางาน โดยเฉพาะหากคุณต้องการถูกพบเห็นโดย Recruiter หรือบริษัทจัดหาพนักงาน (Recruitment Agency) การมีโปรไฟล์ LinkedIn ที่ดีไม่ได้แค่เพิ่มโอกาสให้ HR ติดต่อคุณ แต่ยังทำให้คุณเป็นที่สนใจของบริษัทชั้นนำที่กำลังมองหาคนที่ใช่ แล้วต้องทำยังไงบ้าง?
- ใช้ภาพโปรไฟล์และภาพปกที่เหมาะสม
รูปโปรไฟล์เป็นสิ่งแรกที่บริษัทจัดหาพนักงานเห็น อย่าใช้ภาพเล่นๆ หรือเซลฟี่ในที่มืด ควรเลือกภาพที่ดูเป็นมืออาชีพ หน้าตรงหรือมุม 45 องศา และแต่งกายให้เหมาะกับสายงาน ส่วนภาพปก (Background Image) สามารถใช้ภาพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่คุณทำงาน หรือข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจ
- เขียน Headline ให้ดึงดูด
ส่วน Headline เป็นหัวข้อที่อยู่ใต้ชื่อของคุณ ไม่ควรปล่อยให้เป็นเพียงชื่อตำแหน่ง (เช่น Marketing Executive) แต่ควรเพิ่มคำอธิบายที่แสดงถึงจุดแข็งของคุณ เช่น
❌ Marketing Executive
✅ Marketing Executive | Performance & Content Marketing Specialist | SEO Enthusiast
ถ้าคุณกำลังเปิดรับโอกาสใหม่ๆ อาจใส่ “Open to Work” หรือ “Seeking New Opportunities” เพื่อให้บริษัทจัดหาพนักงานรู้ว่าคุณพร้อมสำหรับข้อเสนอ
- ปรับแต่ง About (Summary) ให้โดดเด่น
ส่วน About เป็นที่ที่คุณสามารถเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ควรเขียนเป็นแค่ลิสต์งานที่เคยทำ แต่ควรเป็น Personal Branding ที่โชว์จุดแข็งและประสบการณ์ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ
ตัวอย่างที่ดี:
“ผมเป็น Digital Marketer ที่มีประสบการณ์ 5 ปีใน Performance Marketing และ Data-Driven Strategy เคยบริหารงบโฆษณากว่า 50 ล้านบาทต่อปี พร้อมช่วยธุรกิจเพิ่ม ROI และ Conversion Rate ผ่านกลยุทธ์ SEO และ SEM”
ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง:
“ฉันเป็นนักการตลาดออนไลน์ มีประสบการณ์ทำโฆษณา Facebook และ Google”
- เติมเต็ม Experience ให้ครบถ้วน
การเขียน Experience ไม่ใช่แค่ใส่ตำแหน่งงานที่เคยทำ แต่ควรอธิบายถึงผลลัพธ์ที่คุณสร้างได้ เช่น
✅ “บริหารงบโฆษณา 10 ล้านบาท/ปี และช่วยเพิ่ม ROAS 200% ภายใน 6 เดือน”
❌ “ทำโฆษณาออนไลน์ให้บริษัท”
หากเคยมีโปรเจ็กต์ที่ประสบความสำเร็จ ควรระบุ ตัวเลขและผลลัพธ์ที่วัดได้ เพื่อให้ Recruiter เห็นศักยภาพของคุณ
- ใส่ Skills & Endorsements ให้ตรงกับงานที่ต้องการ
บริษัทจัดหาพนักงานมักค้นหาผู้สมัครจาก Skills ดังนั้นควรเลือกใส่ทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของคุณ เช่น Project Management, SEO, Data Analytics, Python, UX/UI Design เป็นต้น นอกจากนี้ การได้รับ Endorsements (การรับรองจากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโปรไฟล์
- เพิ่ม Recommendations จากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า
หากมีคนที่เคยร่วมงานด้วยและสามารถเขียนคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานของคุณบน LinkedIn ได้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถืออย่างมาก Recruiter มักให้ความสำคัญกับ Feedback เหล่านี้ ดังนั้นควรขอให้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่เคยเห็นศักยภาพของคุณมาเขียนให้
- เปิด Open to Work และตั้งค่าให้ Recruiter มองเห็น
LinkedIn มีฟีเจอร์ “Open to Work” ที่ช่วยให้บริษัทจัดหาพนักงานเห็นว่าคุณกำลังมองหางานใหม่ โดยสามารถเลือกให้แสดงเฉพาะ Recruiter ได้ หากไม่ต้องการให้บริษัทปัจจุบันเห็น
วิธีตั้งค่า:
- ไปที่โปรไฟล์ของคุณ
- คลิก “Open to” → “Finding a new job”
- เลือกตำแหน่งงานที่ต้องการ และกำหนดว่าให้ใครเห็น
- โพสต์ Content อย่างสม่ำเสมอ
LinkedIn ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มหางาน แต่ยังเป็นที่สำหรับสร้างตัวตนในสายงานของคุณ การโพสต์บทความ, แชร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรม หรืออัปเดตโปรเจ็กต์ที่คุณทำ จะช่วยให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น และดึงดูดบริษัทจัดหาพนักงานให้เข้ามาติดต่อคุณ
- เข้าร่วมกลุ่มและเชื่อมต่อกับคนในสายงาน
LinkedIn มี Groups สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น Digital Marketing, UX/UI, Data Science, Finance, HR ฯลฯ การเข้าร่วมกลุ่มและแสดงความคิดเห็นจะช่วยให้คุณมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มโอกาสได้รับข้อเสนองานที่ดี
หากคุณอยาก เข้าตา Recruiter และบริษัทจัดหาพนักงาน อย่าปล่อยให้โปรไฟล์ LinkedIn เป็นแค่ “เรซูเม่ออนไลน์” ควรสร้างให้ดูเป็นมืออาชีพ ดึงดูด และมีตัวตนที่แข็งแกร่งในสายงานของคุณ โดยต้อง ใส่รายละเอียดให้ครบ, อัปเดตสม่ำเสมอ, ใช้คำที่สะท้อนความสามารถ และเปิดโอกาสให้ Recruiter ติดต่อคุณได้ง่าย

