สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ชั่งน้ำหนักตอนไหนดี? เลือกเวลาให้ถูก อ่านค่าสุขภาพให้เป็น

 ชั่งน้ำหนักตอนไหนดี? เลือกเวลาให้ถูก อ่านค่าสุขภาพให้เป็น

เคยไหม ชั่งน้ำหนักเมื่อวานยังเท่าเดิม วันนี้ขึ้นมาอีกเกือบกิโล ทั้งที่กินเท่าเดิม ออกกำลังกายเหมือนเดิม จนเริ่มสงสัยแล้วว่า เครื่องชั่งพังหรือเปล่า? แต่ความจริงแล้ว ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักไม่ได้เปลี่ยนไปแบบไม่มีสาเหตุ เพราะหลายปัจจัยในชีวิตประจำวันมักส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักตัว เพราะฉะนั้นหากรู้ว่า ควรชั่งน้ำหนักตอนไหน และอ่านค่าตัวเลขอย่างไรให้ถูกต้อง ก็จะช่วยให้เข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น และไม่เผลอเครียดกับตัวเลขที่เห็นบนเครื่องชั่งโดยไม่จำเป็น  

ทำไมตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักถึงไม่คงที่?

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ เลือด กล้ามเนื้อและของเสีย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยเหล่านี้คือตัวการที่ทำให้เข็มนาฬิกาหรือตัวเลขดิจิตอลขยับขึ้นลงได้ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็น 

  • การดื่มน้ำ น้ำหนักตัวสามารถเพิ่มขึ้นได้ทันทีหลังจากดื่มน้ำปริมาณมาก 
  • การกินเค็ม อาหารรสจัดจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ (Water Retention) ส่งผลให้ตัวบวมและน้ำหนักเพิ่มขึ้นชั่วคราว 
  • ช่วงรอบเดือน ผู้หญิงมักมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 
  • การออกกำลังกาย หลังออกกำลังกายหนัก ร่างกายอาจเสียน้ำผ่านเหงื่อทำให้น้ำหนักลดลง หรือในบางรายอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการอักเสบของกล้ามเนื้อที่ดึงน้ำมาซ่อมแซม 
  • การขับถ่าย ปริมาณกากอาหารที่ค้างอยู่ในลำไส้มีผลโดยตรงต่อตัวเลขบนตาชั่ง 

ควรชั่งน้ำหนักเวลาไหนดีสุด? 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือตอนเช้าหลังจากตื่นนอน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายอยู่ในสภาวะคงที่มากที่สุด โดยมีหลักการง่าย ๆ 3 ข้อ ดังนี้ 

คนกำลังชั่งน้ำหนัก

1. หลังตื่นนอนตอนเช้า 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชั่งน้ำหนักคือหลังตื่นนอนตอนเช้า โดยควรเข้าห้องน้ำขับถ่ายให้เรียบร้อย และชั่งก่อนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำมื้อแรกของวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายยังไม่ได้รับพลังงานหรือของเหลวเพิ่มเติม ทำให้ตัวเลขที่แสดงบนเครื่องชั่งใกล้เคียงน้ำหนักตัวจริงที่สุด  

2. ชั่งเวลาเดิมทุกวัน ไม่เปลี่ยนเวลา 

หากคุณเลือกชั่งน้ำหนักตอน 07.00 น. ก็ควรยึดเวลานี้เป็นหลักในทุกวัน เพราะการชั่งต่างช่วงเวลา เช่น เช้า บ่ายหรือเย็น อาจได้ตัวเลขที่แตกต่างกัน เพราะปัจจัยในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ การชั่งในเวลาเดิมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักได้ชัดเจนขึ้น ว่าน้ำหนักลด เพิ่มหรือทรงตัวจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความผันผวนชั่วคราว ช่วยให้การติดตามสุขภาพมีความแม่นยำและไม่สับสนกับตัวเลขที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน

3. อย่าชั่งหลังออกกำลังกายทันที 

หลีกเลี่ยงการชั่งน้ำหนักทันทีหลังออกกำลังกาย เพราะช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายยังอยู่ในภาวะสูญเสียน้ำจากเหงื่อ ทำให้ตัวเลขบนเครื่องชั่งลดลงชั่วคราว โดยตัวเลขที่หายไปคือน้ำ ไม่ใช่ไขมัน ในขณะเดียวกัน บางคนอาจพบว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการที่กล้ามเนื้ออุ้มน้ำหรือเกิดการตึงตัวหลังใช้งานหนัก 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงความเป็นจริง ควรรอให้ร่างกายได้พัก ฟื้นสมดุลของน้ำและกลับสู่สภาวะปกติก่อน แล้วจึงชั่งน้ำหนักในเวลาที่กำหนดไว้ จะช่วยให้น้ำหนักที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดได้  

ควรชั่งน้ำหนักบ่อยแค่ไหน? 

สำหรับการติดตามผลสุขภาพทั่วไป แนะนำให้ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และแนะนำให้ทำตามเคล็ดลับการชั่งด้านบน คือชั่งหลังตื่นนอน ในวันและเวลาเดิม แต่สำหรับผู้ที่กำลังควบคุมอาหารหรือลดน้ำหนักอย่างจริงจัง การชั่งทุกวันก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรเครียดกับตัวเลขที่ขยับขึ้นลงเล็กน้อยในแต่ละวัน 

น้ำหนักบนเครื่องชั่ง บอกสุขภาพได้แค่บางส่วน ต้องดูองค์ประกอบร่างกายด้วย 

แม้เครื่องชั่งน้ำหนักแต่ละแบบจะให้ค่าน้ำหนักที่ถูกต้อง แต่การดูตัวเลขกิโลกรัมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการประเมินสุขภาพที่แท้จริง เพราะน้ำหนักรวม (Weight) ไม่สามารถแยกได้ว่า น้ำหนักนั้นมาจากไขมัน กล้ามเนื้อหรือมวลน้ำในร่างกาย เพราะบางคนก็อาจจะมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายสูง หรือที่เรียกว่า Skinny Fat ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ในขณะที่นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจมีน้ำหนักตัวมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อสูง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อสุขภาพ

ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่สามารถวัดองค์ประกอบร่างกาย ควบคู่ไปกับการชั่งน้ำหนักจึงช่วยให้เข้าใจสถานะสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น อย่างเครื่องชั่งน้ำหนักจาก OMRON ที่ไม่เพียงแต่วัดน้ำหนักตัวได้ แต่ยังสามารถวัดมวลกล้ามเนื้อ ไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) ไขมันในร่างกายและค่า BMI ได้ในเครื่องเดียว พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลเพื่อบันทึกและติดตามผลผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะยาวได้ 

 สุขภาพดี

สรุปบทความ

การชั่งน้ำหนักให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องชั่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเลือกช่วงเวลาในการชั่ง ความสม่ำเสมอและทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักเปลี่ยนแปลง อย่างการชั่งน้ำหนักในตอนเช้า เวลาเดิมทุกวันและหลีกเลี่ยงการชั่งหลังออกกำลังกาย จะช่วยให้ตัวเลขที่ได้สะท้อนสภาพร่างกายได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การไม่ยึดติดกับตัวเลข แต่ดูแนวโน้มระยะยาวควบคู่กับข้อมูลด้านองค์ประกอบร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น มวลกล้ามเนื้อหรือปริมาณไขมันในร่างกายก็จะช่วยให้คุณประเมินสุขภาพได้รอบด้านกว่าเดิม และทำให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างมีทิศทางและยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย สำหรับท่านใดที่สนใจเครื่องวัดมวลกล้ามเนื้อ และเครื่องวัดดัชนีมวลกายของ OMRON สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการบน Lazada และ Shopee 

ขอบคุณข้อมูลจาก 

admin

น่าสนใจสำครับคุณ