สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

West Pharmaceutical Services ลุยตลาดไทยเต็มสูบ รับเทรนด์ ‘Advanced Biopharma’

 West Pharmaceutical Services ลุยตลาดไทยเต็มสูบ รับเทรนด์ ‘Advanced Biopharma’

จากการประกาศเปิดตัวระบบกระบอกฉีดยาแบบเติมสำเร็จ West Synchrony (PFS)  ระบบเข็มฉีดยาพร้อมใช้ ยกระดับซัพพลายเชนการแพทย์ระดับโลก ของบริษัท เวสต์ ฟาร์มาซูติคอล เซอร์วิสเซส อิงค์ ผู้นำนวัตกรรมสำหรับการบริหารยาฉีดระดับโลก ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 100 ปี ในงาน CPHI Southeast Asia ณ กรุงเทพมหานคร ล่าสุด ประกาศเดินหน้าการเติบโตในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยปักหมุดประทศไทย ให้เป็นหนี่งในยุทธศาสตร์สำคัญ

ผู้บริหารคนสำคัญ “Maha Elkharbotly รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ Michael Ho ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ กลุ่ม Biologics และ Glass Systems ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยอมรับประเทศไทย หลังจากที่เล็งเห็นถึง ศักยภาพการทรานส์ฟอร์มจากศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Healthcare Tourism Hub) สู่การเป็นฮับด้านชีวเภสัชภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Biopharmaceutical Hub) ในภูมิภาค

พร้อมกับการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมล่าสุด “West Synchrony (PFS)” ระบบเข็มฉีดยาประเภทพร้อมฉีด (Prefilled Syringe) แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การรักษาพยาบาลที่บ้าน (Home Care) และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยากลุ่ม Biologics และ GLP-1

ส่องความยักษ์ใหญ่ของ West ผู้อยู่เบื้องหลังความปลอดภัยของวัคซีนระดับโลก

บริษัท เวสต์ ฟาร์มาซูติคอล เซอร์วิสเซส อิงค์ อาจเรียกได้ว่า เป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมยาและสาธารณสุขโลก โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 1 แสนล้านบาท มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน และโรงงานผลิต 26 แห่งทั่วโลก โดยอยู่ในเอเชียแปซิฟิก 4 แห่ง ได้แก่ สิงคโปร์ อินเดีย และจีน 2 แห่ง โดยผลิตชิ้นส่วนและบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่งยามากกว่า 40,000 ล้านชิ้นต่อปี โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นผู้ผลิตฝาปิด ขวดยา และลูกสูบไซริงค์ให้กับวัคซีนโควิด-19 เกือบทั้งหมดในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ บริษัท คาดการณ์ว่า จะสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,300 ล้านเหรียญฯ ในปี 2026 และบริษัท ฯ ยังจะมีอัตราการเติบโตอีกกว่า 10%

3 เมกะเทรนด์ขับเคลื่อนการแพทย์ชีวภาพขั้นสูง (Advanced Biologics)

รองประธาน และผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ บริษัท เวสต์ ฯ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยากำลังเปลี่ยนผ่านจากโมเลกุลแบบดั้งเดิม (Simple Molecules) ไปสู่โมเลกุลที่มีความซับซ้อนสูง (Complex Molecules) และยาชีววัตถุ (Biologics/Biosimilars) ซึ่งขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก “เริ่มจาก ​การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งปัจจัยนี้ จะเป็นยากลุ่มนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะยารักษาโรคมะเร็ง (Oncology) ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของยาที่กำลังพัฒนาในตลาด ตามด้วยโรคติดเชื้อ และโรคระบบประสาท”

ปัจจัยต่อมา คือ ​กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เช่น ข้อกำหนด Annex 1 ที่บังคับใช้ทั่วโลกเพื่อควบคุมความปลอดภัยของยาฉีด และปัจจัยสุดท้ายคือ ​การเปลี่ยนผ่านสู่การดูแลตัวเองที่บ้าน (Home Care) “ในส่วนนี้ ผู้ป่วยอาจจะต้องการความสะดวกในการฉีดยาด้วยตัวเองที่บ้าน (Self-injection) เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 (เช่น Semaglutide) ที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งยากลุ่มนี้ต้องการบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง” ผู้บิรหารกล่าว

West Synchrony” ปฏิวัติซัพพลายเชน ลดขั้นตอนยุ่งยากให้บริษัทยาทั่วโลก

สำหรับ ​ไฮไลท์สำคัญของการขับเคลื่อนตลาดในปีนี้ คือ การเปิดตัว West Synchrony (PFS) หรือระบบไซริงค์พร้อมฉีดแบบบูรณาการ ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย (เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น) ไปเมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมา และพร้อมให้บริการในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ โดย ​Michael Ho ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ฯ อธิบายว่า ความท้าทายของบริษัทยาในปัจจุบัน คือการต้องซื้อชิ้นส่วนไซริงค์แยกจากหลายซัพพลายเออร์ เช่น กระบอกฉีดยา ลูกสูบ ฝาปิด เข็ม “ซึ่งที่ผ่านมา การแยกซื้อชิ้นส่วนดังกล่าว ทำให้ควบคุมคุณภาพยาก และต้องมีขั้นต่ำการสั่งซื้อ (MOQ) ที่ไม่เท่ากัน รวมถึงต้องยื่นเอกสารอนุมัติกับหน่วยงานกำกับดูแล (Regulatory) ที่ซับซ้อนในแต่ละประเทศ”

​”West Synchrony จะเข้ามาแก้ Pain Point ตรงจุดนี้ โดยส่งมอบเป็นระบบรวมชิ้นส่วน (System-level offering) จากเวสต์เพียงรายเดียว มีเอกสารรับรองข้อมูลการทดสอบคุณภาพ (Verification Data Package) และเอกสารสนับสนุนด้านกฎระเบียบแบบครบถ้วน บริษัทยาสามารถนำข้อมูลไปใช้ยื่นอนุมัติเพื่อเข้าสู่ตลาดโลก เช่น สหรัฐฯ ยุโรป หรือจีน ได้ทันทีในรูปแบบที่แทบจะดึงข้อมูลไปวางได้เลย (Copy-paste mode) ช่วยลดเวลาการนำยาเข้าสู่ตลาดจากปกติ 10-12 ปี ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ฯ อธิบาย

​ Michael Ho  บอกด้วยว่า West ยังจะได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรบรรจุยาชั้นนำ เช่น Bosch, Syntegon, Optima และผู้นำด้านอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย อาทิ Nemera, BD เพื่อให้มั่นใจว่าระบบของ West สามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมในอุตสาหกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งในรูปแบบผลิตเพื่อสต็อก (Make to Stock) และผลิตตามสั่ง (Make to Order)
​ปรัชญา 4 แกนหลัก และการันตีความปลอดภัยของตัวยา (Integrity) “เพื่อให้มั่นใจว่า ตัวยาที่มีมูลค่าและมีความซับซ้อนสูง จะรักษาประสิทธิภาพไปจนถึงมือผู้ป่วย West ยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบ 4 ข้อ เริ่มจาก​การปกป้องตัวยา (Protecting the drug): รักษาความคงตัวและประสิทธิภาพของยา, ​ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient safety) โดยตัวยาเข้าสู่ร่างกายในปริมาณและรูปแบบที่ถูกต้อง, การลดความเสี่ยง (Risk mitigation) ช่วยลดความเสี่ยงด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์ และกฎหมายข้อบังคับ และ การใช้งานง่าย (User-friendliness) โดยเราออกแบบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยใช้งานได้ง่าย และมีความปลอดภัยสูงสุด

มุ่งสู่ความยั่งยืน และวิสัยทัศน์ในตลาดไทย

​แม้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทใช้แล้วทิ้ง (Disposable) แต่สำหรับ บริษัท เวสต์ ฯ ได้มองไปถึง ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม (Sustainability) และบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) เป็นอย่างมาก “ที่ผ่านมา เรามีการตั้งสำนักงานเพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะ มุ่งเน้นการคัดสรรวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) และพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable) เพื่อลดขยะชีวภาพ (Bio-waste)

สำหรับตลาดประเทศไทย บริษัท เวสต์ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจเป็นเวลานานผ่านพันธมิตรทางการค้าในประเทศไทย  (Commercialization Partners) โดย Maha Elkharbotly ทิ้งท้ายว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากจากการสนับสนุนของภาครัฐในการขยายตัวสู่ อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Biopharma) และเวสต์ ก็พร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับโมเมนตัมของตลาดในปี 2569 นี้ โดยการสนับสนุนซัพพลายเชนและการส่งมอบเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างโลกที่สุขภาพดีขึ้นตามสโลแกน Innovate for a Healthier World”

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ