สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“WASH เคาะราคาหุ้น IPO 7.50 บาท คาดเข้า mai ไตรมาส 4/68

 “WASH เคาะราคาหุ้น IPO 7.50 บาท คาดเข้า mai ไตรมาส 4/68

“ลอนดรี้ ยู” หรือ “WASH” ผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซักครบวงจรภายใต้แบรนด์ WashXpress เปิดจองหุ้น IPO 170 ล้านหุ้น เคาะราคา 7.50 บาท เตรียมเข้าตลาด mai ระดมทุนต่อยอดขยายสาขา-พัฒนาเทคโนโลยี-คืนหนี้ หวังขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งตลาดซักผ้าอัตโนมัติในภูมิภาค

นายสมชาย ศรีลอนดรี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้น IPO และจะเข้าซื้อขายในตลาด mai หมวดบริการ ภายในไตรมาส 4 ปี 2568 ภายใต้ชื่อย่อ “WASH” ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งหุ้น IPO ที่ได้รับการจับตามองจากนักลงทุนรายย่อยและกองทุนขนาดกลาง

ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะยกระดับบริษัทจากแบรนด์ร้านสะดวกซักชั้นนำของไทย สู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการลงทุนและบริหารจัดการสาขาด้วยตนเองเป็นหลัก ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของมากถึง 469 สาขา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 85.58

อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนในระยะยาว โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 15–20% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายโมเดลแฟรนไชส์ในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ “WashXpress” กลายเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักอันดับหนึ่งในอาเซียนภายใน 5 ปีข้างหน้า

“เราเชื่อว่าตลาดร้านสะดวกซักยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และพื้นที่หัวเมืองรอง ที่ยังมีช่องว่างในการให้บริการแบบครบวงจรทั้งซักอบรีด อัตโนมัติ และจุดรับส่งผ้า เรามีเป้าหมายจะขยายโมเดลแฟรนไชส์ควบคู่กับสาขาที่บริษัทบริหารเอง เพื่อสร้างเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเริ่มจากกัมพูชา ลาว และเวียดนาม” นายสมชายกล่าว

ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อ ขยายสาขาใหม่ประมาณ 150–200 สาขาในช่วง 2 ปีข้างหน้า และ ลงทุนในระบบเทคโนโลยีการบริหารจัดการร้านซักผ้าอัจฉริยะ ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะเครื่องซัก–เครื่องอบผ่านแอปพลิเคชัน, จ่ายเงินแบบดิจิทัล, และสะสมคะแนนผ่านระบบสมาชิก

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์ม “WashXpress Plus” ที่เชื่อมต่อบริการซักผ้าแบบออนดีมานด์ (On-demand Laundry) สำหรับลูกค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมและออฟฟิศ พร้อมเพิ่มบริการ “Pick-up & Delivery” เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนเมืองให้ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจซักรีด

สำหรับในช่วงปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านสะดวกซักในไทยเติบโตเฉลี่ย ปีละ 20–25% ตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและใช้บริการแบบไร้เงินสด โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีประชากรอาศัยในคอนโดหรือหอพักจำนวนมาก

ทั้งนี้จากรายงานของสมาคมซักอบรีดไทยระบุว่า ปัจจุบันตลาดร้านสะดวกซักในประเทศมีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 20,000 ล้านบาทภายในปี 2570 จากแรงหนุนของเทคโนโลยีและการขยายตัวของกลุ่มผู้บริโภค Gen Y–Gen Z ที่นิยมใช้บริการซักผ้าแบบอัตโนมัติแทนการซักเอง

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปชัดเจน คนมองหาบริการที่สะอาด ปลอดภัย และไม่ต้องใช้แรง การซักผ้าแบบอัตโนมัติจึงตอบโจทย์ทั้งด้านเวลาและสุขอนามัย ทำให้ WashXpress เติบโตต่อเนื่องจนมีกำไรสุทธิในปี 2567 มากกว่า 100 ล้านบาท

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ