สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘V-Turn Unplug’ นวัตกรรมช่วยลดอุบัติเหตุด้านการจราจร ฝีมือคนไทย พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง

 ‘V-Turn Unplug’ นวัตกรรมช่วยลดอุบัติเหตุด้านการจราจร ฝีมือคนไทย พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง

จุดกลับรถ สร้างปัญหาให้กับการจราจรบนท้องถนน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว “นายประพัฒน์ บรรจงศิริเจริญ” ผู้ประกอบการสตาร์ทอัป ได้คิดออกแบบจุดกลับรถที่ช่วยลดอุบัติเหตุ และแก้ปัญหาการจราจรบนท้องถนน ที่มีชื่อว่า V-Turn Unplug

 นายประพัฒน์ บรรจงศิริเจริญ (คุณซุ้ง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท Sufficient จำกัด เจ้าของ VTURN UNPLUG นวัตกรรมความปลอดภัยด้านการจราจร เล่าถึงที่มาของ V-Turn Unplug ว่า เกิดขึ้นมาจากปัญหาของตัวเอง ที่เวลาเจอจุดกลับรถ ก็จะกังวลว่าจะกลับรถได้ไหม โดยเฉพาะถนนเมนหลัก ที่รถวิ่งเร็วๆ ด้วย ยิ่งทำให้กลัวการเกิดอุบัติเหตะมาก เป็นที่มาของการคิดออกแบบจุดกลับรถ  กว่าจะได้เป็นจุดกลับรถที่เห็นแบบนี้ ใช้เวลาในการพัฒนาและคิดค้นจนลงตัวออกมาได้แบบนี้ นานหลายปี มากกว่า 5-6 ปี   กว่าจะได้ตัวโปรดักส์ตัวนี้ ออกมาเสนอขายให้กับหน่วยงานราชการสนข.พิจารณา เพราะเมืองไทยมีจุดกลับรถที่เป็นอันตรายแบบนี้ เป็น 10,000 จุด และเกิดอุบัติเหตุบ่อย ครั้ง

สำหรับหลักการทำงาน ของจุดกลับ รถ V-Turn Unplug จะใช้พลังงานสะอาด โดยใช้แรงเหวี่ยงจากแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ไม่ต้องเปลื้องพลังงาน โดยการใช้งานใช้พื้นที่ บริเวณที่เป็นจุดตัด และวาง V-Turn Unplug พอรถที่ต้องการจะกลับรถวิ่งไปบนอุปกรณ์ดังกล่าว รถจะหมุนตามแรงเหวี่ยง ให้อยู่ในเลนท์ที่กำหนด ไม่ล้ำเข้าไปในเลนท์อื่นๆ ช่วยลดอุบัติเหตุได้ กินพื้นที่การจราจรเพียงแค่เล็กน้อย มอเตอร์ไซต์ ต้องเปิดจุดกลับรถก่อน ส่วนรถใหญ่จะต้องใช้การเบียงเลนน์ แทน

ปัจจุบัน ในต่างประเทศ ก็มีการใช้จุดกลับรถ แบบ V-Turn Unplug แต่ใช้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ของเราเป็นรายแรกที่ใช้พลังงานแรงโน้มถ่วงของโลก พลังงานสะอาด ราคาที่ตั้งไว้ คือ จุดละ 15 ล้านบาท ตอนนี้ อยู่ระหว่างการเจรจาทำข้อตกลง TOR  ของ สนข. ซึ่งต้องการเห็นการใช้งานจริง ซึ่งเราเองก็ยังไม่ทุนในการสร้างต้นแบบที่ใช้งานจริง เนื่องจากต้องใช้เงินทุนหลายล้านบาท ทำให้โครงการยังไม่คืบหน้า

ส่วนในต่างประเทศ เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของเราที่จะนำโปรดักส์ตัวนี้ไปนำเสนอผ่านผลงานวิจัยในการประกวด  ซึ่งผลงานของเราก็ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลในการประกวดที่ประเทศจีน   ถ้าสามารถทำต้นแบบที่ประเทศไทยได้ โอกาสในต่างประเทศก็อาจจะมีมากขึ้นเช่นกัน  เพราะด้วยนวัตกรรมดังกล่าว ยังไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดในโลก  ไม่มีตัวอย่าง ทำให้การเข้าใจยากหน่อย เราต้องสร้างตัวอย่างการใช้งานจริงให้เกิดขึ้นได้ก่อน

ทั้งนี้ ที่ราคาค่อนข้างสูง เพราะเราได้บวกค่าดูแลรักษา และค่าซ่อมบำรุงเอารวมไว้ตรงนี้ด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งใหม่ การดูแลถ้าเกิดปัญหาทางเราจะต้องเป็นส่งคนเข้าไปดูแลในฐานะผู้ผลิต จะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่า ทำให้ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นการดูแลตลอดอายุการใช้งาน

ประพัฒน์ เล่าว่า  เดิมตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่อยู่แล้ว ในหลายๆ ครั้ง ได้มีการทดลองทำสินค้านวัตกรรมออกมา บางชิ้นก็ได้ทำจำหน่าย บางชิ้นก็ทำเพื่อใช้งานเอง ชอบอะไรที่เกี่ยวกับนวัตกรรมไปต่างประเทศ หรือ เมืองไทย งานเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมจะต้องเข้าไปดู ส่วนตัวเคยไปเรียนที่ไต้หวัน จะไปดูนวัตกรรมอะไรที่เมืองจีนบ่อย ๆ ชอบจินตนาการ แต่ครั้งนี้ มาจากจินตนาการก่อน และ ต่อยอดเป็นนวัตกรรมสามารถใช้งานได้จริง และเกิดประโยชน์ต่อสังคมและคนทั่วโลก ต่อไป

ติดต่อโทร. 084-766-6607

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ