โรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) คืออะไร ทำไมถึงกังวลไม่หยุด
Alt text : โรควิตกกังวลทั่วไป (GAD)
ความกังวลและความเครียดเป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ที่เกิดขึ้นได้เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อไรก็ตามที่ความรู้สึกเหล่านั้นมีมากเกินไป ควบคุมไม่ได้ และเกิดขึ้นอย่างยาวนานต่อเนื่อง สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) ซึ่งเป็นภาวะทางจิตเวชที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกกังวลไม่หยุดจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีรับมือจะช่วยให้สามารถดึงตัวเองออกจากความเครียดและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง
โรควิตกกังวลทั่วไปคืออะไร เกิดจากอะไร
นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์จากโรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) อธิบายไว้ว่า โรควิตกกังวลทั่วไป หรือ Generalized Anxiety Disorder เป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ผู้ที่เผชิญกับภาวะนี้จะมีระดับความกังวลสูงกว่าคนทั่วไปอย่างต่อเนื่องในหลายเรื่องพร้อมกัน ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมความคิด หรือปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น การทำงานของสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ปัจจัยทางพันธุกรรมที่มีบุคคลในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคทางจิตเวช การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดตลอดเวลา การเลี้ยงดูในวัยเด็ก หรือการเคยเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง นอกจากนี้การใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำยังเป็นตัวกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นได้
ความกังวลปกติ แตกต่างจาก โรควิตกกังวลทั่วไป อย่างไร
ความกังวลปกติมักเกิดขึ้นตามสถานการณ์ เช่น ก่อนสอบ ก่อนสัมภาษณ์งาน หรือช่วงมีปัญหาชีวิต และเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ความกังวลก็มักค่อย ๆ ลดลง แต่สำหรับผู้ป่วย GAD ความรู้สึกหวั่นวิตกจะคงอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นก็ตาม ผู้ป่วยมักจะมองโลกในแง่ลบ คาดเดาไปถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด และอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 6 เดือน จนบั่นทอนสุขภาพกายและใจ
อาการของโรควิตกกังวลทั่วไป

- กังวลหลายเรื่องพร้อมกัน และหยุดคิดได้ยาก เป็นระยะเวลานานกว่า 6 เดือน
- มีอาการทางร่างกายร่วมด้วย เช่น
- ปวดหัว
- ปวดตึงกล้ามเนื้อ
- ใจสั่น
- เหงื่อออกง่าย
- เหนื่อยล้า
- เวียนศีรษะ
- นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท
- สมาธิลดลงและตัดสินใจยาก
วิธีการรับมือและดูแลจิตใจเบื้องต้นให้ห่างไกลความเครียด
หากเริ่มรู้สึกว่าตนเองมีความเครียดสูง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดังนี้
- หาพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก เช่น การพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้
- หากิจกรรมผ่อนคลายสมองชั่วคราว เช่น ฟังเพลง ดูหนัง ปลูกต้นไม้ ทำงานอดิเรก หรือฝึกทำสมาธิกำหนดลมหายใจ
- หันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกาย
- ลดหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นความเครียด เช่น การงดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ลดการเสพข่าวลบ หรือลดการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย
เมื่อไหร่ควรพบจิตแพทย์
หากเริ่มรู้สึกว่าความกังวลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น
- นอนไม่หลับต่อเนื่อง
- ไม่มีสมาธิทำงาน
- หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม
- รู้สึกเหนื่อยใจตลอดเวลา
- ควบคุมความคิดไม่ได้
ควรเข้ารับการประเมินจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพราะการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดผลกระทบระยะยาว และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
การรักษาโรควิตกกังวลทั่วไป
แนวทางการรักษามักใช้ 2 วิธีควบคู่กัน
การทำจิตบำบัด
การพูดคุยกับนักจิตบำบัดหรือจิตแพทย์ เช่น การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม หรือ CBT จะช่วยให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจรากฐานของอารมณ์ตนเอง เรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบความคิดที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง และฝึกทักษะการรับมือกับปัญหาเมื่อเกิดความรู้สึกกระวนกระวาย
การใช้ยารักษา
แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาเพื่อช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมอง เช่น ยาต้านเศร้า (Antidepressants) หรือยาลดความวิตกกังวล ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการทางกายและใจให้สงบลง ทั้งนี้ หากผู้ป่วยมีแผนจะตั้งครรภ์ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเสมอ เพื่อปรับเปลี่ยนชนิดของยาให้ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์
เมื่อความกังวลส่งผลกระทบต่อชีวิต ควรปรึกษาโรงพยาบาลจิตเวชที่ไหนดี
หากคุณหรือคนใกล้ชิดพยายามปรับพฤติกรรมแล้วแต่ยังคงมีความกังวลจนหยุดคิดไม่ได้ และเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์ การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตทวีความรุนแรงขึ้น การตัดสินใจเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากจิตแพทย์คือการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด
การเลือกเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวชอย่างโรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการดูแลสุขภาพจิต ที่นี่มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกที่พร้อมรับฟังปัญหาอย่างเข้าใจ โดยเน้นการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะอารมณ์ของแต่ละบุคคล ทั้งการทำจิตบำบัดและการใช้ยา เพื่อสนับสนุนให้ผู้รับบริการสามารถเรียนรู้วิธีจัดการกับความวิตกกังวล และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นคงอีกครั้งโดยไม่ต้องทนแบกรับความรู้สึกแย่ ๆ ไว้เพียงลำพัง โดยสามารถนัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์: 02-589-1889 หรือ LINE Official Account: @bmhh
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โรควิตกกังวลทั่วไปสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
อาการสามารถดีขึ้นจนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีความสุขได้อีกครั้ง หากได้รับการประเมินอย่างถูกต้องและเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการทำจิตบำบัดและการรับประทานยาตามคำแนะนำของจิตแพทย์
ถ้าไม่อยากกินยา สามารถปรับพฤติกรรมเพื่อรักษาตัวเองได้ไหม
หากอาการยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การปรับพฤติกรรม เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นความเครียดสามารถช่วยได้มาก แต่หากอาการเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงานและการนอนหลับ การพบแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการใช้ยาคือทางออกที่ปลอดภัย
ทำไมคนที่มีภาวะวิตกกังวล หรือมีโรคจิตเวชถึงควรลดการดื่มกาแฟ
สารคาเฟอีนในกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังมีฤทธิ์กระตุ้นกระตุ้นระบบประสาทกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น และไปกระตุ้นให้ความรู้สึกวิตกกังวลหรือแพนิคกำเริบขึ้นมาได้ง่ายกว่าปกติ
อาการรุนแรงระดับไหนที่ควรตัดสินใจไปพบจิตแพทย์
หากความเครียดเริ่มทำให้รู้สึกนอนไม่หลับเรื้อรัง ปวดหัวตึงกล้ามเนื้อ หวาดกลัวการตัดสินใจ หรือรู้สึกว่าความกังวลที่มีกำลังทำลายความสัมพันธ์และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางออกทันที

