Sinergia Animal เผยผลจัดอันดับไข่ไก่ปลอดกรงในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ปี 2568 สะท้อนช่องว่างความโปร่งใสและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในภาคค้าปลีก
jumpon
- 18/12/2025
ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย เปิดเผยรายงาน “การจัดอันดับไข่ไก่ปลอดกรงในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ปี 2568” ซึ่งนับเป็นการประเมินครั้งแรกที่ดำเนินการอย่างครอบคลุม โดยวิเคราะห์ทั้งนโยบาย ความโปร่งใส ความมุ่งมั่น และความคืบหน้าในการจัดหาไข่ไก่ปลอดกรงของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกชั้นนำของไทยจำนวน 14 แห่ง รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลสาธารณะที่แต่ละบริษัทเผยแพร่ เพื่อสะท้อนภาพรวมของภาคค้าปลีกไทยต่อประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งพบทั้งตัวอย่างของความเป็นผู้นำที่น่าชื่นชม และช่องว่างสำคัญที่ยังต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน
รายงานการจัดอันดับดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม กระตุ้นให้ภาคธุรกิจแสดงความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารที่มีมนุษยธรรมและยั่งยืน โดยการประเมินใช้เกณฑ์ทั้งหมด 6 ด้าน รวมคะแนนเต็ม 18 คะแนน ผลการประเมินพบว่า จากผู้ค้าปลีกทั้งหมด 14 แห่ง มีเพียง 5 แห่งเท่านั้นที่มีการเผยแพร่นโยบายหรือแนวทางการจัดหาไข่ไก่ปลอดกรงอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ สะท้อนให้เห็นว่าความโปร่งใสยังคงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญของภาคค้าปลีกไทย
ผลการจัดอันดับชี้ให้เห็นถึงผู้ค้าปลีกที่มีผลการประเมินโดดเด่น โดย Sunshine Market ได้คะแนนสูงสุดในระดับ A จากการมีนโยบายสาธารณะที่เข้มแข็ง ครอบคลุมทุกแบรนด์และทุกสาขา พร้อมกำหนดกรอบเวลาการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ขณะที่ Rimping ได้รับคะแนนระดับ A เช่นกัน จากการประกาศเจตนารมณ์และนโยบายที่ครอบคลุม ส่วน Tops, Makro และ Lotus’s ทำคะแนนได้ในระดับ B เท่ากัน โดยมีความคืบหน้าในบางด้านและมีการกำหนดช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านแล้ว แต่ยังคงมีช่องว่างในด้านความครอบคลุมและการรายงานผลอย่างโปร่งใส ในทางตรงกันข้าม ผู้ค้าปลีกรายใหญ่หลายราย อาทิ 7-Eleven, Big C, Villa Market, Foodland, Lawson 108, MaxValu และ Gourmet Market ไม่พบข้อมูลนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่งผลให้ได้คะแนนเป็นศูนย์
รายงานยังเน้นย้ำถึงสถานการณ์สวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีแม่ไก่มากกว่า 54 ล้านตัวที่ยังถูกเลี้ยงในระบบกรงตับ โดยถูกจำกัดพื้นที่จนไม่สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น การกางปีก การทำรัง หรือการอาบฝุ่นได้อย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์ “รายงานฉบับนี้สะท้อนภาพรวมที่ชัดเจนและเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับจุดยืนของผู้ค้าปลีกไทยต่อประเด็นไข่ไก่ปลอดกรง แม้บางบริษัทจะเริ่มแสดงบทบาทนำ แต่โดยรวมแล้วยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ ผู้ค้าปลีกมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างตลาดที่รับผิดชอบ และนโยบายการจัดหาของพวกเขาควรสะท้อนความรับผิดชอบดังกล่าว” ศนีกานต์ รศมนตรี กรรมการผู้จัดการ ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย กล่าว
นอกจากนี้ รายงานยังพบความไม่สอดคล้องกันภายในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เดียวกัน โดยเฉพาะกรณีของ Makro และ Lotus’s ภายใต้กลุ่ม CP Axtra ซึ่งแม้ทั้งสองแบรนด์จะมีผลการประเมินที่ดี แต่ CP All ผู้บริหารร้าน 7-Eleven กลับยังไม่มีนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ สะท้อนถึงการขาดมาตรฐานร่วมกันภายในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน “ผู้ค้าปลีกทุกขนาดสามารถขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกแบรนด์ และรายงานความคืบหน้าอย่างโปร่งใส การพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับมาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรมและสร้างความคาดหวังใหม่ให้กับผู้บริโภค” หทัย ลิ้มประยูรยงค์ ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรม ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย กล่าวเสริม
ในระดับสากล หลายประเทศในยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ลักเซมเบิร์ก และไอซ์แลนด์ ได้ประกาศยกเลิกการใช้กรงตับอย่างสมบูรณ์แล้ว ขณะเดียวกัน บริษัทข้ามชาติชั้นนำจำนวนมากได้ให้คำมั่นยกเลิกการใช้กรงในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก “การจัดหาไข่ไก่ปลอดกรงกำลังกลายเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล ภาคค้าปลีกไทยมีโอกาสสำคัญในการแสดงความเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการร่วมกันประกาศนโยบายปลอดกรงที่มีกรอบเวลาและมาตรฐานเดียวกัน” แคโรลินา กาลวานี กรรมการบริหาร ซิเนอร์เจีย แอนิมอล กล่าว
ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้ผู้ค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง ร่วมกันประกาศนโยบายการจัดหาไข่ไก่ปลอดกรงที่ครอบคลุมและมีกรอบเวลาชัดเจน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอาหารไทยไปสู่ระบบที่มีมนุษยธรรม โปร่งใส และยั่งยืนยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็ม “การจัดอันดับไข่ไก่ปลอดกรงในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ปี 2568” ได้ที่ www.breakingfreefromcages.com
