“SC รีแบรนด์ ลุยธุรกิจใหม่ ดันยอดขาย 2.7 หมื่นล้าน”
SC Asset ลุยยุทธศาสตร์ “3 เครื่องยนต์ธุรกิจ” ขยายฐานรายได้จากอสังหาฯ สู่บริการ–เทคโนโลยี ตั้งเป้ายอดขาย 2.7 หมื่นล้าน เปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่า 2.85 หมื่นล้านบาท
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC ) เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทได้เดินหน้า “รีแบรนด์องค์กร” พร้อมวางยุทธศาสตร์การเติบโตด้วยโมเดล “3 เครื่องยนต์ธุรกิจ” เพื่อขยายฐานรายได้จากอสังหาริมทรัพย์สู่บริการและเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าสร้างสถิติกำไรใหม่ภายในปี 2573
ซึ่งการปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการเปลี่ยนผ่านองค์กรจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น โดยหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญคือการเปิดตัวโลโก้ใหม่ของแบรนด์ “SC” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างของ “ดอกทานตะวัน” สื่อถึงองค์กรที่มีทัศนคติยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และสามารถขยายคุณค่าไปสู่ธุรกิจหลากหลายรูปแบบได้อย่างไร้ขีดจำกัด
สำหรับหัวใจในการปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนองค์กรผ่านโมเดล “3 Engines” ซึ่งถูกออกแบบเพื่อสร้างโครงสร้างรายได้ใหม่ที่มีความสมดุลและยืดหยุ่นมากขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์แรก คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยครอบคลุมการพัฒนาบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในหลายระดับราคา
โดยในปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ถึง 8 ซีรีส์ ซึ่งพัฒนาจากการศึกษาความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่สามารถ “หยุดพัก” จากความวุ่นวายของชีวิตเมืองได้อย่างแท้จริง
เครื่องยนต์ที่สอง คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและบริการ ซึ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทเริ่มพัฒนาโมเดลธุรกิจกลุ่มนี้อย่างจริงจังในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
ส่วนเครื่องยนต์ที่สาม เป็นธุรกิจใหม่ในกลุ่มบริการและเทคโนโลยี ซึ่งขับเคลื่อนผ่านบริษัทในเครือชื่อ SCX โดยมีเป้าหมายผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริการเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคต
โดยทั้งสามเครื่องยนต์จะขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน คือ “การสร้างคุณค่าสู่คนและโลก” พร้อมตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2573 อย่างน้อย 30% ของกำไรบริษัทจะมาจากธุรกิจที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยสร้างโครงสร้างรายได้ใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเดินหน้าการเติบโตเชิงรุก โดยไม่ได้มุ่งเพียงการประคองตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ตั้งเป้าทำสถิติใหม่ในหลายตัวชี้วัดสำคัญ โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขาย ในปีนี้ไว้ที่ 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 33% จากปีก่อน ขณะที่รายได้รวมตั้งเป้าไว้ที่ 25,500 ล้านบาท เติบโตประมาณ 21%
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายรายได้ คือยอดขายรอโอน ที่มีอยู่ในมือจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ 2 โครงการ ซึ่งมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปีนี้ มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท และจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามา
ในด้านการพัฒนาโครงการใหม่ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 28,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 4 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 25,500 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่กำลังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน บริษัทจะมีโครงการในพอร์ตทั้งหมด 98 โครงการ
โดยเป็นโครงการที่ยังเปิดขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระจายอยู่ในทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมมากกว่า 120,000 ล้านบาท และเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว บริษัทเตรียมงบลงทุนในปี 2569 ไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยจะกระจายการลงทุนไปยังทั้งสามเครื่องยนต์ธุรกิจ
ในส่วนของธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัทจะเน้นพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตที่สมดุลมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจใหม่ในกลุ่ม SCX จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการต่อยอดโอกาสจากเทคโนโลยีและบริการในอนาคต
นายณัฐพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีแผนลงทุนและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทระบุว่าจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยตั้งเป้าควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้อยู่ต่ำกว่า 1.2 เท่า
ซึ่งการดำเนินธุรกิจในปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสู่ปี 2030 ซึ่งบริษัทต้องการสร้าง “ส่วนผสมกำไรใหม่” จากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมยกระดับองค์กรให้สามารถแข่งขันได้ในโลกที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
**
