สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

SACIT ร่วมส่งต่อคุณค่า “ชุดไทยพระราชนิยม–หัตถศิลป์ไทย” สู่เวทีโลก

 SACIT ร่วมส่งต่อคุณค่า “ชุดไทยพระราชนิยม–หัตถศิลป์ไทย” สู่เวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดินหน้าร่วมขับเคลื่อน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่เวทีนานาชาติ ในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชาติ ผ่านการเข้าร่วมจัดแสดงและสาธิต ภายใต้โครงการ “ชุดไทย: มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล” ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ SACIT เพื่อเผยแพร่และส่งต่อคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยในฐานะ “มรดกที่ยังมีชีวิต” อันสะท้อนอัตลักษณ์และความงดงามของความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ โอกาสนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยม พร้อมทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ควบคู่การแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ซึ่งนับเป็นกิจกรรม Roadshow ครั้งสำคัญในการเผยแพร่ชุดไทยพระราชนิยมสู่ต่างประเทศ ภายใต้โครงการดังกล่าว พร้อมกันนี้ SACIT ยังได้นำเสนอองค์ความรู้ของงานหัตถศิลป์ที่เกี่ยวเนื่องกับชุดไทย ผ่านการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์โดยครูช่างและทายาทช่าง อาทิ งานเครื่องประดับไทยโบราณ งานจักสานย่านลิเภา และงานปักดิ้นเงินดิ้นทอง ซึ่งล้วนเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สะท้อนความประณีต ลุ่มลึก และเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปหัตถกรรมไทย อันมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมความงดงามของชุดไทยพระราชนิยม และร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ปรากฏอย่างสง่างามในเวทีโลก

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การนำ “ชุดไทยพระราชนิยม” เข้าร่วมจัดแสดงและสาธิตในเวทีนานาชาติ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยจาก “มรดกทางวัฒนธรรม” สู่การเป็นภาพลักษณ์ที่สง่างามของประเทศในสายตานานาชาติ โดย SACIT มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงช่างที่เกี่ยวเนื่องกับชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเครื่องแต่งกายไทย ผ่านการสาธิตจริงจากช่างผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทยของ SACIT เปิดมิติการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกระบวนการสร้างสรรค์เข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง พร้อมสะท้อนบทบาทของ SACIT ในฐานะองค์กรหลักที่ทำหน้าที่ “สืบสาน ต่อยอด และสร้างโอกาส” ให้ศิลปหัตถกรรมไทยก้าวสู่เวทีสากลอย่างมีพลัง

“ชุดไทยพระราชนิยมมิใช่เพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็น ‘ระบบองค์ความรู้’ ที่บูรณาการศาสตร์งานช่างหลากหลายแขนง ตั้งแต่งานผ้า งานเครื่องประดับ ไปจนถึงงานประณีตศิลป์ ทุกองค์ประกอบล้วนร่วมกันสร้างเอกลักษณ์และความงดงามในฐานะสัญลักษณ์ของชาติ การนำเสนอครั้งนี้จึงเป็นการเปิดมิติใหม่ให้ผู้ชมต่างชาติได้สัมผัสถึงคุณค่าภูมิปัญญาไทยที่ยังคงมีชีวิต และสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องในบริบทโลก” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

นอกจากนี้ SACIT ได้ทำหน้าที่ “นักปั้น” คัดสรรและผลักดันครูช่างศิลปหัตถกรรมและทายาทช่างผู้มีศักยภาพ ซึ่งมีองค์ความรู้เกี่ยวเนื่องกับองค์ประกอบของชุดไทยพระราชนิยม เข้าร่วมสาธิตใน 3 สาขาสำคัญ ได้แก่ งานปักดิ้นเงินดิ้นทอง งานเครื่องประดับไทย และงานจักสานย่านลิเภา โดยมีผู้แทนช่างฝีมือไทย ได้แก่    นายไพโรจน์ สืบสาน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562 ด้านงานเครื่องประดับไทยโบราณ นางสาวนภารัตน์ ทองเสภี ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2557 ด้านงานจักสานย่านลิเภา และนายเทพนรินทร์ ชอบบุญ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568 ด้านงานปักดิ้นทองและดิ้นเงิน การเปิดพื้นที่ให้ช่างฝีมือไทยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะเชิงช่างบนเวทีนานาชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างการรับรู้และความสนใจในศิลปหัตถกรรมไทย หากยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อ “คุณค่าแห่งภูมิปัญญา” ให้ได้รับการยอมรับและกล่าวถึงในระดับสากล ตอกย้ำบทบาทของ SACIT ในการสร้างโอกาส ยกระดับศักยภาพ และผลักดันมรดกของชาติไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน

“SACIT ขอแรงสนับสนุนให้คนไทยร่วมใจสวมใส่ “ชุดไทยพระราชนิยม” อย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ชุดไทยได้รับการรับรองในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในกระบวนการพิจารณาของ UNESCO พร้อมส่งเสริมให้เกิด Social Practice หรือแนวปฏิบัติทางสังคมในการสวมใส่ชุดไทยอย่างแพร่หลายและสร้างพลวัตในงานหัตถศิลป์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับวัฒนธรรมไทยสู่การยอมรับในเวทีโลก ทั้งนี้ SACIT ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเผยแพร่ภาพการสวมใส่ชุดไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยใส่แฮชแท็ก #ชุดไทยพระราชนิยม #SACIT #CHUDTHAI #RoyalThaiDress เพื่อร่วมกันแสดงพลังของคนไทยให้คนทั่วโลกได้เห็น” ผศ.ดร.อนุชา กล่าวเชิญชวน

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ