PTG ปรับเกมธุรกิจ สู่โครงสร้างพื้นฐานชีวิตคนไทย
“พิทักษ์ รัชกิจประการ” วางโรดแมป Powering Thai Life ดันแพลตฟอร์ม Max Me เชื่อมทุกบริการ ตั้งเป้าขยายพันธุ์ไทย 3,000 สาขา ปูทางธุรกิจจากน้ำมันสู่ดิจิทัลอีโคซิสเต็ม
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่า บริษัทจะเดินหน้าปรับบทบาทองค์กรภายใต้แนวคิด “Powering Thai Life” โดยเปลี่ยนจากผู้ให้บริการน้ำมันเพียงอย่างเดียวไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตประจำวันของคนไทย ผ่านระบบนิเวศธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งพลังงาน อาหาร เครื่องดื่ม และบริการต่าง ๆ
ทั้งนี้ PTG มุ่งใช้เครือข่ายสถานีบริการและธุรกิจนอนออยล์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผสานเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยวางกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ 3 ด้าน ได้แก่ Everywhere, Everyday และ Everyone เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ ทุกช่วงเวลา และครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า
สำหรับแนวคิด Everywhere บริษัทจะเร่งขยายเครือข่ายธุรกิจนอนออยล์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” ที่ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็น 3,000 สาขา จากปัจจุบันราว 2,000 สาขา พร้อมเพิ่มความหนาแน่นของจุดบริการให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น
โดยตั้งเป้าให้มีร้านพันธุ์ไทยในทุก ๆ ระยะ 5 กิโลเมตร ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายร้านสะดวกซื้อ Max Mart เป็น 400 สาขา เพื่อรองรับสิทธิประโยชน์ของสมาชิกได้ทั่วถึงมากขึ้น
ส่วนกลยุทธ์ Everyday มุ่งสร้างความถี่ในการใช้งานของลูกค้า จากเดิมที่ผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการสถานีบริการน้ำมันเป็นครั้งคราว เช่น การเติมน้ำมันหรือซ่อมบำรุงรถยนต์ ให้เปลี่ยนเป็นการใช้ชีวิตอยู่ในระบบนิเวศของ PTG ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ผ่านบริการที่หลากหลายทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม และบริการด้านรถยนต์
ขณะที่กลยุทธ์ Everyone บริษัทตั้งเป้าสร้างประสบการณ์ที่ดีและมอบประโยชน์ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านกิจกรรมและโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ อาทิ การสนับสนุนกิจกรรมวิ่งมาราธอน รวมถึงการทำโครงการบริจาคโลหิตร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับการพัฒนาสังคม
ในด้านการพัฒนาดิจิทัล PTG ให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชัน “Max Me” ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงระบบนิเวศทางธุรกิจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านพลังงาน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการด้านรถยนต์ โดยภายในแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์สำคัญ เช่น ระบบสะสมและแลกคะแนน ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และบริการต่าง ๆ ใน Max World
อย่าไงรก็ตามบริษัทตั้งเป้าให้ Max Me กลายเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค หรือเปรียบเสมือน “อากาศ” ที่คนไทยต้องใช้ในทุกวัน โดยปัจจุบัน PTG มีจุดสัมผัสกับลูกค้าประมาณ 7,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งคิดเป็นเพียง 1% ของโอกาสทางธุรกิจที่บริษัทมองเห็น และมีเป้าหมายขยายเครือข่ายให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยยอมรับว่าการเติบโตในยุคเศรษฐกิจใหม่ไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพังได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภาคส่วน
นอกจากนี้ PTG ยังมีแผนขยายกิจกรรมทางการตลาดและการมีส่วนร่วมกับลูกค้านอกสถานีบริการมากขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมที่สนามแข่งรถบุรีรัมย์ รวมถึงโครงการเพื่อสังคมร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชและองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้ระบบนิเวศของบริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในหลากหลายมิติ
“การปรับทิศทางธุรกิจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ PTG จากโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เน้นสถานีบริการน้ำมัน ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูล ลูกค้า และบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว”นายพิทักษ์ กล่าวทิ้งท้าย
