สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

วิธีปรับเก้าอี้ทำงานให้ถูกหลัก นั่งนานแค่ไหนก็ไม่ปวดหลัง

 วิธีปรับเก้าอี้ทำงานให้ถูกหลัก นั่งนานแค่ไหนก็ไม่ปวดหลัง

เคยสังเกตไหมว่า แม้เราจะนั่งทำงานในท่าเดิมนาน ๆ เหมือนกับเพื่อนร่วมงาน แต่ทำไมบางคนถึงมีอาการปวดเมื่อย ในขณะที่บางคนกลับนั่งทำงานได้สบายตลอดทั้งวัน คำตอบของเรื่องนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแรงของร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับอุปกรณ์สำคัญอย่างเก้าอี้นั่งทำงานให้เข้ากับสรีระของแต่ละคน เพราะร่างกายของเรามีความสูง ความยาวช่วงขา และสรีระที่แตกต่างกัน การใช้เก้าอี้ในระดับมาตรฐานโดยไม่ปรับแต่งเลย จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังต้องรับภาระหนักโดยไม่รู้ตัว 

บทความนี้จะพาคุณไปเช็กลิสต์วิธีปรับเก้าอี้ให้ “พอดี” กับตัวคุณที่สุด เพื่อให้การทำงานในทุก ๆ วันมีความสุขและห่างไกลจากอาการปวดหลัง

6 ขั้นตอนปรับเก้าอี้สำนักงานให้ถูกหลัก

เก้าอี้ทำงาน

การปรับเก้าอี้ให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ไม่ยาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าต่อสุขภาพในระยะยาว มาลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ทีละข้อ

1. ปรับระดับความสูงของเก้าอี้ โต๊ะ และหน้าจอให้สัมพันธ์กัน

การนั่งทำงานที่สบายเริ่มจากการจัดระดับความสูงให้พอดีกันทั้งระบบ หากโต๊ะทำงานไม่สามารถปรับระดับได้ ควรยึดความสูงของโต๊ะเป็นหลัก แล้วปรับเก้าอี้ให้เหมาะสม เมื่อนั่งแล้วข้อศอกควรทำมุมประมาณ 90 องศา หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับพื้นโต๊ะ เพื่อให้วางมือได้โดยไม่ต้องยกไหล่หรือเกร็งตัว ช่วยลดอาการปวดบ่าและไหล่ในระยะยาว

จากนั้นให้เช็กระดับสายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ขณะนั่งหลังตรง ขอบบนของหน้าจอควรอยู่ในระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพื่อให้มองจอได้โดยไม่ต้องก้มคอหรือเงยหน้า การจัดระดับศีรษะให้พอดีจะช่วยลดแรงกดที่ต้นคอ ป้องกันอาการปวดคอ และลดความเสี่ยงของอาการปวดศีรษะจากการนั่งทำงานนาน ๆ

2. เท้าต้องวางราบกับพื้น

ปัญหายอดฮิตของคนตัวเล็กคือเมื่อปรับเก้าอี้สูงตามโต๊ะแล้ว “เท้าลอย” ซึ่งเป็นท่านั่งที่อันตรายมาก เพราะน้ำหนักตัวจะไปกดทับที่ต้นขาด้านล่าง ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกและอาจเกิดอาการชา เท้าของคุณต้องวางราบสนิทกับพื้น หากปรับเก้าอี้แล้วเท้ายังลอย แนะนำให้หาที่วางเท้า หรือกล่องที่มั่นคงมารองรับ จนกว่าหัวเข่าจะตั้งฉากพอดี

3. ระยะห่างของข้อพับเข่ากับเบาะนั่ง

ความลึกของเบาะนั่งเป็นเรื่องที่มักถูกมองข้าม วิธีเช็กทำได้ง่าย ๆ เพียงนั่งให้หลังชิดพนักพิง แล้วลองสอดกำปั้นลงไปตรงช่องว่างระหว่างข้อพับเข่ากับขอบเบาะ เบาะที่พอดีควรมีช่องว่างประมาณ 2–3 นิ้วมือ หรือขนาดพอกำปั้นหนึ่ง หากเบาะลึกเกินไปจนชนข้อพับ จะทำให้นั่งไม่สบายและหลังแนบพนักพิงได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าเบาะสั้นเกินไป ก็จะรองรับต้นขาได้ไม่ดีและเมื่อยนั่งได้ง่าย

4. ปรับความสูงพนักพิงรองรับเอว

กระดูกสันหลังช่วงเอวของคนเรามีความโค้งตามธรรมชาติ (S-Curve) เก้าอี้ที่ดีควรมีส่วนนูนรับหลังล่าง (Lumbar Support) ให้คุณปรับระดับส่วนนูนนี้ให้ตรงกับส่วนที่โค้งที่สุดของหลังคุณพอดี การมีตัวช่วยดันหลังจะช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อหลัง ทำให้คุณนั่งตัวตรงได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า

5. องศาการเอนหลังที่เหมาะสม

ขณะนั่งทำงาน พนักพิงไม่ควรล็อกตายตัวในแนวตั้งฉาก 90 องศาเป๊ะ ๆ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งเกินไป องศาที่ผ่อนคลายและเหมาะสมสำหรับการทำงานคือเอนไปด้านหลังเล็กน้อยประมาณ 100-110 องศา และควรปลดล็อกให้พนักพิงสามารถเอนยืดหยุ่นตามการขยับตัวได้บ้าง เพื่อให้กระดูกสันหลังมีการเคลื่อนไหว ไม่ถูกล็อกท่าเดียวนานเกินไป

6. ตำแหน่งที่วางแขนต้องไม่เกะกะ

ที่วางแขนที่ดีต้องช่วยรองรับน้ำหนักแขนพักจากการพิมพ์งาน แต่ต้องไม่สูงจนดันไหล่ให้ยกขึ้น และที่สำคัญคือต้องไม่ชนขอบโต๊ะจนทำให้ตัวเราต้องนั่งห่างจากงาน หากที่วางแขนสูงหรือต่ำเกินไป อาจกลายเป็นสาเหตุของอาการปวดไหล่และต้นคอได้

วิธีเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานตัวใหม่ ให้คุ้มค่าและดีต่อสุขภาพ

วิธีเลือกซื้อเก้าอี้ทำงาน

หากปรับตามทั้ง 6 ข้อแล้วยังรู้สึกไม่สบายตัว หรือเก้าอี้เดิมไม่สามารถปรับฟังก์ชันเหล่านี้ได้ อาจถึงเวลาที่ต้องมองหาตัวช่วยใหม่ แต่ก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายเงิน ลองพิจารณาหลักการเลือกดังนี้

ทำไม “One Size Fits All” ถึงไม่มีจริง

ร่างกายมนุษย์มีความหลากหลาย ไม่มีเก้าอี้ตัวไหนที่สร้างมาขนาดเดียวแล้วเหมาะกับทุกคน ดังนั้นคำว่า “เก้าอี้ฟรีไซส์” จึงมักใช้ไม่ได้ผลจริงกับหลัก Ergonomics การเลือกซื้อเก้าอี้จึงต้องเน้นรุ่นที่สามารถ “ปรับเปลี่ยน” (Adjustable) ชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้เข้ากับสรีระเฉพาะบุคคลของคุณได้มากที่สุด

ฟังก์ชันที่เก้าอี้ทำงานที่ดี “ต้องมี”

นอกเหนือจากความสวยงาม ฟังก์ชันพื้นฐานที่ขาดไม่ได้คือ การปรับความสูงเบาะ, การปรับล็อกการเอน (Tilt Lock) วัสดุระบายอากาศไม่อับชื้น และฐานล้อ 5 แฉกเพื่อความมั่นคง นอกจากนี้หากเป็นไปได้ควรมองหาฟังก์ชันเสริมอย่าง ที่วางแขนแบบ 3D Adjustable Arm ที่พักแขนปรับสูง-ต่ำ หรือองศาได้หลายทิศทาง หรือเบาะนั่งที่ปรับเลื่อนความลึกได้ ซึ่งจะช่วยให้เก้าอี้ตัวนั้นเป็นคู่หูในการทำงานที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ถ้าให้แนะนำแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและตอบโจทย์เรื่อง Ergonomics ได้อย่างครบถ้วน Siam Okamura เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจมาก ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดและการออกแบบที่รองรับสรีระคนเอเชียโดยเฉพาะ ทำให้เก้าอี้ของที่นี่มีความทนทานและฟังก์ชันการปรับที่ยืดหยุ่นสูง ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับใครที่กำลังมองหาเก้าอี้ทำงานคุณภาพดีสักตัวเพื่อการใช้งานระยะยาว

หากสนใจสินค้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2661-5474-9 อีเมล webcontact@th.okamura.com หรือ Official Store ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada และ Nocnoc

สรุปบทความ

การดูแลสุขภาพในที่ทำงานเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากสิ่งที่เราใช้งานทุกวันอย่างเก้าอี้ เพียงแค่คุณใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับตั้งค่าต่าง ๆ ให้เข้ากับร่างกาย ตาม 6 ขั้นตอนที่แนะนำไป ก็สามารถลดความเสี่ยงจากอาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรมไปได้มาก แต่ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะมีเก้าอี้ที่ดีที่สุดและปรับได้ถูกต้องที่สุด ก็อย่าลืมลุกขึ้นขยับร่างกาย ยืดเส้นยืดสายทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน

 

admin

น่าสนใจสำครับคุณ