LLan Asset รุกโรงแรมหรู เปิดตัว “คาโนปี บาย ฮิลตัน แบงค็อก สุขุมวิท”
ลาน เอสเซท เดินหน้ารุกตลาดอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการระดับบน จับมือ “ฮิลตัน” เปิดตัว “คาโนปี บาย ฮิลตัน แบงค็อก สุขุมวิท” ย่านสุขุมวิท 12 ชูจุดขายแบรนด์แรกในอาเซียน ดึงอัตลักษณ์ชุมชนผสานดีไซน์ พร้อมเตรียมต่อยอด “Branded Residence” และศึกษาลงทุนภูเก็ต-สมุย รับดีมานด์ลูกค้าต่างชาติกำลังซื้อสูง
คุณสุกี้ บาจาจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลาน แอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการระดับบนของไทยยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน โดยไทยมีจุดแข็งทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพการท่องเที่ยว และทักษะบุคลากรในภาคบริการ ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความคล่องตัวเดินหน้าขยายการลงทุนในทำเลศักยภาพ
และหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือ “ลาน เอสเซท” (L Asset) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีและอัปสเกลของไทย ร่วมกับ “ฮิลตัน” (Hilton) เครือโรงแรมระดับโลก เปิดตัว “คาโนปี บาย ฮิลตัน แบงค็อก สุขุมวิท” (Canopy by Hilton Bangkok Sukhumvit) บนทำเลสุขุมวิท 12 ซึ่งเป็นการเปิดตัวแบรนด์ Canopy แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดท่องเที่ยวระดับบนของไทย
ในส่วนของโมเดลธุรกิจของลาน เอสเซท บริษัทวางโครงสร้างการดำเนินงานแยกเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและธุรกิจโรงแรมและบริการ โดยมีจุดแข็งในฐานะ Private Developer ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเลือกจังหวะการลงทุนและทำเลระดับ Prime Location ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
ขณะที่เงินทุนส่วนหนึ่งมาจากกระแสเงินสดภายในที่เติบโตแบบ Organic Cash Flow หลังโครงการคอนโดมิเนียมก่อนหน้าประสบความสำเร็จและปิดการขายได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารกสิกรไทย รวมถึงมีพันธมิตรต่างชาติที่ร่วมลงทุนกับบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของธุรกิจ
สำหรับโครงการ “คาโนปี บาย ฮิลตัน แบงค็อก สุขุมวิท” ถือเป็นโครงการธุรกิจบริการแห่งที่ 2 ของลาน เอสเซท วางตำแหน่งในระดับ Upper Upscale หรือระดับเริ่มต้นของโรงแรม 5 ดาว เน้นสร้างประสบการณ์แบบ “Collectible Experience” โดยนำเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของพื้นที่สุขุมวิท 12 ซึ่งเคยมีชื่อเสียงด้านโรงภาพยนตร์และละครเวทีมาผสานเข้ากับงานออกแบบ
โดยตัวอาคารโดดเด่นด้วยโทนสีส้มและรูปทรงสามเหลี่ยมปริซึม ได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพและเครื่องบันทึกวิดีโอโบราณ พร้อมวัสดุอะลูมิเนียมฉลุและระบบไฟประดับที่สร้างสีสันในช่วงกลางคืน ขณะที่ภายในประกอบด้วยร้านอาหารและพื้นที่แฮงก์เอาต์ 4 รูปแบบ ทั้งห้องอาหารสเปน L-House รูฟท็อปบาร์ และคาเฟ่ชุมชนที่ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น
ขณะที่แผนธุรกิจระยะต่อไป บริษัทให้ความสำคัญกับ “Branded Residence” ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้าน Residential และ Hospitality เข้าด้วยกัน โดยเน้นทำเลระดับ “Prime of the Prime” และเตรียมประกาศโครงการใหม่ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า พร้อมศึกษาการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและสมุย เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง
คุณสุกี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการลงทุนของต่างชาติ ทั้งมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI รวมถึงนโยบายที่เอื้อต่อกลุ่มผู้มีรายได้สูงและชาวต่างชาติ ขณะที่ไทยยังมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค ทั้งสิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม โดยเฉพาะด้านต้นทุนค่าครองชีพ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการที่มีทักษะและประสบการณ์
สำหรับภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์และ Hospitality ระดับบนของไทยยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะโครงการที่สามารถผสานทำเลศักยภาพเข้ากับแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งเป็นทิศทางที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังใช้เป็นกลยุทธ์รับการกลับมาของกำลังซื้อจากตลาดต่างประเทศ

