สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

LINE BK ชี้คนไทยเน้นสภาพคล่อง ฝ่าเศรษฐกิจผันผวน

 LINE BK ชี้คนไทยเน้นสภาพคล่อง ฝ่าเศรษฐกิจผันผวน

LINE BK ประเมินภาพเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้บริโภคจากการแสวงหาแหล่งเงินทุนไปสู่การ “บริหารสภาพคล่อง” ในชีวิตประจำวันมากขึ้นพร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและขยายบริการดิจิทัลรองรับความต้องการของลูกค้า

นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง หนี้ครัวเรือน และกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องมากกว่าการก่อหนี้เพื่อการใช้จ่ายเหมือนในอดีต

“ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองสินเชื่อเป็นเพียงแหล่งเงินทุน แต่เป็นเครื่องมือช่วยบริหารสภาพคล่องในช่วงที่รายได้ผันผวนหรือมีค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ความต้องการสำคัญจึงเป็นบริการที่เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และสามารถบริหารการชำระคืนได้ด้วยตนเอง” นายธนากล่าว พร้อมย้ำว่า LINE BK ยังคงยึดหลัก Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินและลดความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือน

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย LINE BK มีผู้ใช้งานกว่า 8.8 ล้านราย เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน มีลูกค้าสินเชื่อ 930,000 ราย เพิ่มขึ้น 15% และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 29,000 ล้านบาท สะท้อนความต้องการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังเปราะบาง

ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทได้ยกระดับโมเดลประเมินเครดิต KLINE Score โดยนำเทคโนโลยีและข้อมูลทางเลือกมาช่วยวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มประชาชนที่มีข้อมูลเครดิตแบบดั้งเดิมจำกัดสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเปิดตัวฟีเจอร์ “เพื่อนชวนเพื่อน” เพื่อขยายการเข้าถึงสินเชื่อถูกกฎหมาย รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัล LINE BK มองว่าการทยอยเปิดให้บริการของผู้ให้บริการ Virtual Bank จะช่วยเพิ่มการแข่งขัน สร้างนวัตกรรม และขยายทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น ขณะที่บริษัทจะยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้แนวคิด “Everyday Financial Partner” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวก ปลอดภัย และสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทจะมุ่งยกระดับเทคโนโลยีและออกแบบบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของผู้บริโภค พร้อมขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบ โดยเชื่อว่าในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ นวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยบริหารสภาพคล่องและลดภาระของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของทั้งภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ