สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

LHFG กำไรพุ่ง 41% กางแผนโตยั่งยืน รับศก.ชะลอปีหน้า

 LHFG กำไรพุ่ง 41% กางแผนโตยั่งยืน รับศก.ชะลอปีหน้า

บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG ประกาศผลงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น กำไรสุทธิ 2,885.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อน ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัว 2.4% จากแรงหนุนภาคส่งออกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ พร้อมประเมินปี 2569 จีดีพีชะลอเหลือ 1.8% เน้นขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ในประเทศและดอกเบี้ยขาลง

นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 ได้แรงส่งจากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐมีผลบังคับใช้ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนได้อานิสงส์มาตรการกระตุ้นของรัฐและเงินเฟ้อระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ปี 2569 คาดการเติบโตชะลอลงเหลือ 1.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายในประเทศและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 LHFG มีสินทรัพย์รวม 398,811 ล้านบาท สะท้อนการยกระดับประสิทธิภาพในทุกมิติ ควบคู่การดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA และรางวัลด้านความยั่งยืนหลายสาขา ตอกย้ำทิศทางการเป็นสถาบันการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance)

ด้านธนาคารพาณิชย์ในกลุ่ม ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,655.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.1% จากปีก่อน สินเชื่อรวมเติบโต 12.4% ขยายตัวในทุกกลุ่มลูกค้า โดยสินเชื่อธุรกิจโต 9% และสินเชื่อรายย่อยโตมากกว่า 20% จากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล

ทั้งนี้ธนาคารยังคงรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 2.4% และขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 26% จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากดิจิทัล ขณะเดียวกัน การขยายธุรกิจระหว่างประเทศผ่านความร่วมมือกับ CTBC Bank ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศเติบโตถึง 52% และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 103.2%

สำหรับในช่วงปี 2567-2568 ธนาคารอนุมัติสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนรวมกว่า 7,000 ล้านบาท ผ่าน Green Loan, Sustainability-Linked Loan และสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ในมิติดิจิทัล ธนาคารเปิดแพลตฟอร์ม “LHB Biz Connect” สำหรับลูกค้าธุรกิจ พร้อมนำเทคโนโลยี AI มายกระดับประสิทธิภาพการทำงานและประสบการณ์ลูกค้า ขณะที่เป้าหมายปี 2569 ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10-12% คุม NPL ต่ำกว่า 3% เน้นขยายพอร์ตเอสเอ็มอี สร้างห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (FDI) เพิ่มรายได้จาก Trade Finance และ FX รวมถึงต่อยอดบริการ Wealth Management ด้วย Data Analytics

ด้านธุรกิจจัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LH Fund นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวม 70,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 10% จากปีก่อน โดยกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่า 13,606 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อยู่ที่ 10,271 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในปี 2569 บริษัทมุ่งเติบโตเชิงคุณภาพ รับกระแสการลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนรวม เน้นโอกาสในกองทุนเทคโนโลยี นวัตกรรม กองทุน ESG ตราสารหนี้คุณภาพ และตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย-อินเดีย พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มรองรับกลยุทธ์ Open Architecture และความร่วมมือกับผู้จัดการกองทุนระดับโลก

ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Securities นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ ระบุว่า ปี 2568 ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีสหรัฐและความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 1,259.67 จุด ลดลง 10.04% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 41,045 ล้านบาท ลดลง 11.8%

อย่างไรก็ดี บริษัทปรับกลยุทธ์ลดการพึ่งพารายได้จากนายหน้าซื้อขายหุ้น หันขยายบริการ Financial Advisory และ Wealth Management ควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กลับมามีกำไรได้ แม้รายได้รวมลดลง 15%

สำหรับปี 2569 LH Securities จะเน้นกระจายแหล่งรายได้ เพิ่มบริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trade) เสริมศักยภาพงานที่ปรึกษาทางการเงิน และพัฒนาบทวิเคราะห์ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและเครือข่ายสากลของ CTBC Bank สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

“กลุ่มธุรกิจการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เดินหน้าปรับโครงสร้างสู่ความยั่งยืน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังชะลอในปีหน้า โดยวางหมากรอบคอบ เน้นคุณภาพสินทรัพย์ การกระจายความเสี่ยง และการต่อยอดรายได้ค่าธรรมเนียม เพื่อรักษาเสถียรภาพและการเติบโตในระยะยาว”นายฉี ชิง-ฟู่ กล่าวทิ้งท้าย

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ