LEVEL 50 by SEE FAH ประสบการณ์อาหารระดับพรีเมี่ยมรับบรรยากาศเส้นขอบฟ้า กรุงเทพฯ
LEVEL 50 by SEE FAH สัมผัสประสบการณ์ เหนือระดับ สุดยอดอาหารพรีเมี่ยม รับบรรยากาศเส้นขอบฟ้า กรุงเทพฯ
…เรียกว่า เป็นอีกประสบการณ์การรับประทานอาหาร ที่ทำให้ความสุขที่แอดมิน มีความสุขที่สุด หลังจากที่ได้ไปเยือนห้องอาหาร LEVEL 50 by SEE FAH ท่ามกลางบรรยากาศแสนสบาย และเย็นฉ่ำกับสายลม รวมถึงยังได้เห็นแสงพระอาทิตย์สีส้มทองในยามเย็น พร้อมกับมุมเส้นขอบฟ้าที่สวยอีกมุมหนึ่ง ของกรุงเทพฯ
ห้องอาหาร LEVEL 50 by SEE FAH ตั้งอยู่บนชั้น 50 Rooftop ของโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ซึ่งถือเป็นทำเลที่ตั้ง ที่มองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างสวยงาม รวมถึงยังมองเห็นคุ้งน้ำเจ้าพระยาได้อย่างชัดเจน ขณะที่ภายในห้องอาหารแห่งนี้ ก็มีการตกแต่ง อย่างเรียบหรู เน้นความโล่ง และโปร่งสบาย โดยมีการแบ่งโซนที่นั่ง เป็น 2 โซนใหญ่ๆ คือ โซนด้านใน ที่มีแอร์เย็นฉ่ำ และโซนด้านนอก ที่เป็นระเบียงกว้าง รับลมเย็น มองเห็นทิวทัศน์ อย่างชัดเจน
ยิ่งในช่วงค่ำ บรรยากาศบริเวณโซนด้านนอก ถือว่า สวยงามมาก เพราะมองเห็นแสงไฟของอาคาร และแสงไฟจากรถยนต์บนท้องถนน ดูราวกับเป็น ดวงดาวที่ส่องแสงระยิบบนพื้นดิน เป็นอีกภาพความสวยงามที่น่าประทับใจ และบริเวณโซนด้านนอกนี้ ก็ยังเหมาะสำหรับการจัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ของกลุ่มเพื่อนฝูง หรือ คนในครอบครัว ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทานอาหารนอกบ้าน
มากันที่อาหาร ขอ ห้องอาหาร LEVEL 50 กันบ้าง บอกเลยว่า ชื่อของ “สีฟ้า” ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังจริงๆ เพราะอาหารแต่ละเมนู ล้วนแล้วแต่ ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งเครื่องปรุง และวัตถุดิบ ที่รังสรรค์ออกมาเป็นเมนูอร่อยหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น “โฮมเมดปัปปาร์เดลเล ไส้กรอก สไปซี่ ซอสรากู” (Spicy Sausage Ragu with Homemade Pappardelle ราคา 420) ซึ่งทางร้านทำเส้นพาสต้า และซอสตามแบบฉบับของตัวเอง
ขณะที่เนื้อหมูที่นำมาใช้ ก็คัดสรรมาอย่างดี โดยผ่านการเคี่ยวจนได้รสชาติที่เข้มข้น ผสานกับเครื่องเทศจากทางภาคเหนือ ทำให้เมนูจานนี้ เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ ของทางร้าน ที่ไม่ซ้ำใคร ก่อนตามมาด้วย “โฮมเมดเฟตตูชินีซอสอัลเฟรโดทรัฟเฟิล” (Homemade Fettuccine with Truffle Alfredo ราคา 420) เป็นเส้นพาสต้าเสิร์ฟแบบสดใหม่ มีความนุ่มหนึบกำลังดี โดยตัวเส้นเคลือบด้วยซอสอัลเฟรโดเนื้อเนียน หอมกลิ่นครีม และชีส เข้มข้น ผสานกลิ่นหอมเฉพาะตัวของทรัฟเฟิลเพิ่มความละมุน ลงตัวสุดๆ
จากเมนูเส้น ก็ขอพักกระเพาะสักครู่ ก่อนที่จะสร้างความสดชื่นให้กับกระเพาะอีกครั้งกับอีก 1 เมนู นั่นคือ “สลัดนิซัวส์” (Nicoise Salad ราคา 450) ถือเป็นเมนูที่รวมผักนานาชนิด ที่สดกรอบ มาไว้ในจานเดียวกัน โดยในจานยังเสิร์ฟมาพร้อมกับ ทูน่าที่ย่างมาอย่างพอดี บอกเลยว่า สดชื่นทุกคำจริงๆ จากนั้น ตามมาด้วย “ไก่ทอดพีแคน” (Pecan Crusted Chicken ราคา 290) ที่ทางร้านเลือกใช้ปีกไก่ส่วนกลาง และนำไปคลุกเคล้ากับซอส BBQ ทานคู ่กับพีแคนที ่อบมากับชินนามอน โรยด้วย โรสแมรี่ทั้งหอม และทานเพลินสุดๆ
ตามมาอีกเมนู คือ “ปลาแซลมอนย่างซอสมะเขือเทศอาราเบียตา” (Grilled Salmon Steak with Arrabbiata Sauce ราคา 470) ซึ่งเมนูนี้ เป็นการนำข้าวโพด ถั่วลันเตา และ เห็ด มาผัดกับซอสสไปซี่รสกลมกล่อม รับประทานคู่กับปลาแซลมอนที่ย่างมากำลังดี ก่อนตามติดมาด้วย เมนู “พอร์คช็อปซอสเห็ด” (Grilled Pork Chop with Mushroom Sauce ราคา 520) พอร์คช็อปเนื้อนุ่ม รับประทานคู่กับซอสเห็ดที่ผ่านการเคี่ยวแบบถึงรส ผสานรสชาติกันอย่างลงตัว
“ปลากะพงผัดเปรี้ยวหวาน” (Sweet and Sour Sea Bass ราคา 335) เมนูนี้ ใช้ปลากะพง เนื้อนุ่มแน่น ทอดให้ผิวนอกกรอบ ขณะที่เนื้อในยังคงนุ่ม และชุ่มฉ่ำไปด้วยผัดกับซอสเปรี้ยวหวาน ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม หรือจะเป็นเมนูที่บอกเลยว่า ใครที่ชื่นชอบความจัดจ้าน ต้องชอบแน่ๆ สำหรับ “กุ้งผัดพริกขี้หนู” (Stir-fried Shrimp with Bird’s Eye Chilies ราคา 325) ซึ่งทางร้านใช้เนื้อกุ้งสดเด้ง มาผัดกับพริกขี้หนูสวน และกระเทียมจนหอม ยิ่งได้รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ บอกได้เลยว่า ฟินแน่นอน
“เสือร้องไห้” (Grilled Australian Wagyu ราคา 490) ไม่ใช่เสือร้องไห้ธรรมดา แต่ทางร้านใช้เนื้อออสเตรเลียวากิวส่วน Chuck Roll ย่างให้ความสุก กำลังดี จนหอม รับประทานพร้อมซอสจิ้มแจ่วของทางร้าน อร่อยอย่าบอกใครเชียว และอีกเมนู ที่อยากแนะนำ คือ “แกงเผ็ดเป็ดย่าง” (Roasted Duck Red Curry ราคา 295) ซึ่งทางร้านใช้แกงเผ็ด ที่เป็นเครื่องแกงสูตรเฉพาะของสีฟ้า พร้อมด้วย องุ่น มะเขือเทศ เป็นการเพิ่มรสหวานให้กับแกง ก่อนท็อปด้วยเป็ดย่างเนื้อนุ่มชุ่มฉ่า เเละหนังกรอบบาง ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัว ก่อนปิดท้าย ด้วยเมนู “ข้าวผัดปู” (Fried Rice with Crab ราคา 350) ซึ่งตัวข้าวผัดรสชาติได้อย่างกลมกล่อม ก่อนเพิ่มรสหวานจากเนื้อปู และไข่ ทำให้ข้าวผัดปูจานนี้ หอมอร่อย เป็นเมนูปิดท้ายอาหารคาวได้เป็นอย่างดี
แต่ก่อนที่จะปิดท้ายอาหารมื้อค่ำ ก็ต้องไม่พลาดเมนูขนมหวาน เพื่อให้ครบสูตร ซึ่งเมนูที่อยากแนะนำให้ได้ไปลิ้มลองกัน ก็คือ “ไอศกรีมบัวลอยเผือก” (160 บาท) “อโวคาโดน้ำกะทิ” (230 บาท) “ข้าวเหนียวมะม่วง” (240 บาท) และ “เค้กช็อกโกแลต” (260 บาท) หรือ ใครอยากจะดื่มเครื่องดื่มเย็นฉ่ำ ทางร้านก็มีให้เลือกหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น “เสาวรสมะม่วงปั่น” (170 บาท) “มะม่วงโยเกิร์ตปั่น” (140 บาท) “สตรอว์เบอร์รี่ เวอร์จิ้น โมฮิโต” (195 บาท) และ “เชอร์ลีย์ เทมเปิ้ล” (140 บาท) เป็นต้น ส่วนเมนูเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ บอกเลยว่ทา ทางร้านไม่มีบริการ แต่หากลูกค้าประสงค์นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาดื่มภายในร้าน ก็ไม่ผิดกติกาอะไร แถมทางร้านยังไม่คิดค่าบริการเปิดควรแต่อย่างไร
LEVEL 50 by SEE FAH ตั้งอยู่บนชั้น 50 โรงแรม แกรนด์เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 11.00-24.00 น. สามารถโทรสำรองที่นั่ง ได้ที่ 02-481-5855 และ 080-045-9338 หรือดูรายละเอียดได้ที่ เฟสบุ๊ก- https://www.facebook.com/level50byseefah และ อินสตาแกรม -https://www.instagram.com/level50byseefah/
