FETCO ชี้หุ้นไทย “ร้อนแรงอย่างมาก” เงินทุนไหลเข้าหนุน
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือน ส.ค. พุ่ง 165.89 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” นักลงทุนต่างชาติความเชื่อมั่นเต็ม 200 มองเงินทุนไหลเข้าเป็นปัจจัยหนุนตลาด ขณะที่การเมืองในประเทศยังเป็นตัวฉุดสำคัญ จับตา Fed-ตะวันออกกลาง-มาตรการการค้าสหรัฐฯ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 24-31 สิงหาคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือเดือนพฤศจิกายน 2569 อยู่ที่ระดับ 165.89 เพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” หรือช่วง 160-200 สะท้อนว่านักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นมากที่สุดคือ การไหลเข้าของเงินทุน รองลงมา ได้แก่ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นมากที่สุดคือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ ตามด้วยสงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เมื่อพิจารณารายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นมีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ขณะที่กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนสถาบันในประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ส่วนกลุ่มนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับ “ร้อนแรงอย่างมาก”
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคลปรับลดลง 1.4% มาอยู่ที่ระดับ 117.80 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ลดลง 6.7% อยู่ที่ 155.56 ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้น 4.2% อยู่ที่ 131.58 และนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 20% แตะระดับ 200.00
สำหรับหมวดธุรกิจที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ ขนส่งและโลจิสติกส์ (TRANS) ขณะที่หมวดธุรกิจที่ได้รับความสนใจน้อยที่สุดคือ สื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIA)
นายไพบูลย์กล่าวว่า ในเดือนสิงหาคม ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของเดือน โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัวดีกว่าคาด รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวสูง อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของเดือน เงินทุนต่างชาติกลับมาเป็นแรงขายเพื่อทำกำไร หลังดัชนีปรับขึ้นแรง ประกอบกับความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง
ส่งผลให้ SET Index ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.75% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,050 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังมียอดซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวม 51,184 ล้านบาท
ด้านปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนยังติดตามทิศทางนโยบายการเงินของ Fed อย่างใกล้ชิด หลังถ้อยแถลงของประธาน Fed ทำให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน รวมถึงทิศทางค่าเงินเยนและนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและการกดดันประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานและราคาน้ำมันในตลาดโลก
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ความสามารถของรัฐบาลในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายภาครัฐปี 2570 และผลกระทบจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ต่อภาคส่งออกและห่วงโซ่อุปทานไทย
ส่วนสถานการณ์การเมืองในประเทศยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนกังวล โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากกระบวนการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดตัดสินในวันที่ 28 กันยายน 2569 โดยประเด็นดังกล่าวยังต้องติดตามว่าจะส่งผลต่อทิศทางตลาดทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะต่อไปอย่างไร
