ธันวาคม 2568 – บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ผู้นำด้านนวัตกรรม “มังคุดเสริมฤทธิ์” จากพืชกินได้ 5 ชนิด ที่พัฒนาต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการเสริมภูมิคุ้มกันอย่างปลอดภัย เดินหน้าผลักดันนโยบายสร้าง “BIM Advisor” ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันสมดุล เพื่อร่วมลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตั้งเป้าขยายทีมเพิ่ม 100% ภายในปี 2569 ชูผลิตภัณฑ์ CANCINO สูตร “กิน กัน มะ” และ Mylife100 “วัฒนชีวา” นวัตกรรมดูแลภูมิคุ้มกันเพื่อการป้องกันความเสี่ยงเนื้อร้ายและการย้อนวัยชะลอวัยอย่างปลอดภัย สำหรับยุค Aging Society ปัจจุบันโรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย โดยมีอัตราเสียชีวิต 112.8 ต่อประชากร 100,000 คน (ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข) ขณะที่แนวโน้มทั่วโลกพบว่า 1 ใน 2 ของประชากรในสหรัฐฯ และอังกฤษ […]
คำถามยอดฮิตที่ชาวเชียงใหม่ หรือคนที่ย้ายมาทำงานในเชียงใหม่มักจะสงสัยกันอยู่เสมอคือ “ถ้าอยากทำฟันกับศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางในจ.เชียงใหม่ที่ไม่ใช่โรงพยาบาลรัฐ เราจะใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือเปล่า?” บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจนี้ให้กระจ่าง พร้อมเจาะลึกรายละเอียดแบบที่คนทำงานหน้าเคาน์เตอร์อยากเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณใช้สิทธิที่มีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด คำตอบคือ… ได้แน่นอน! (แต่ต้องดูสัญลักษณ์) ในปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคม ได้เปิดโอกาสให้สถานพยาบาลเอกชนและคลินิกทันตกรรมเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภาคเหนือ มีศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องไปรอคิวที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้ามืด คุณสามารถเดินเข้าคลินิกหรือศู ศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางในจ.เชียงใหม่ที่มีป้ายสัญลักษณ์ “สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม” ได้เลย โดยส่วนใหญ่จะเป็นระบบ “ไม่ต้องสำรองจ่าย” (ในวงเงิน 900 บาท) ซึ่งสะดวกมากสำหรับคนทำงานอย่างเราๆ สิทธิ 900 บาท ครอบคลุมอะไรบ้างในศูนย์เฉพาะทาง ? เมื่อคุณก้าวเข้ามาใน ศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางในจ.เชียงใหม่ สิทธิพื้นฐาน 900 บาทต่อปี สามารถใช้กับหัตถการพื้นฐานเหล่านี้ได้ทันที: การขูดหินปูน (Scaling): กำจัดคราบหินปูนเพื่อลดความเสี่ยงเหงือกอักเสบ การอุดฟัน (Filling): ซ่อมแซมฟันที่ผุ การถอนฟัน (อ่านต่อ...
สถานการณ์ประชากรโลกลด ทิศทางสู่สังคมผู้สูงวัยทั่วโลก วงการแพทย์นำเทคโนโลยี AI พัฒนาเด็กหลอดแก้ว “ไฟว์ เซนส์ มีเดีย” จับมือพันธมิตร จัดงานประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติ International อ่านต่อ...
บริษัท เอวา ฟาร์ม่า จำกัด โดย “คุณฐกรฐ์ กาญจนากร” ประธานกรรมการผู้จัดการ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ จัดงาน “TheraFill อ่านต่อ...
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. 2568 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพไทย จัดงานแถลงข่าว Thai อ่านต่อ...
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมหวีผมแล้วมีผมร่วงติดมาเต็มหวี หรือทำไมเส้นผมถึงดูบางลงผิดปกติ? สาเหตุของปัญหาผมร่วงเยอะ ไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์เสมอไป แต่อาจมาจากพฤติกรรมที่คุณทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการรู้ทันและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาผมบางลุกลามจนกลายเป็นศีรษะล้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ มารู้จัก 7 พฤติกรรมเสี่ยงที่นำมาฝากเพื่อเป็นวิธีแก้ผมร่วงได้ที่บทความนี้เลย 7 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ผมร่วงเยอะมีอะไรบ้าง ปัญหาผมร่วงเยอะ มักเกิดจากการสะสมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะในระยะยาว ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้รากผมอ่อนแอและวงจรชีวิตของผมสั้นลง เราจึงควรรู้และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทั้ง 7 ข้อนี้ 1. สระผมบ่อยเกินไป การสระผมบ่อยเกินความจำเป็น โดยเฉพาะการสระทุกวัน อาจไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วงเยอะ แต่จะทำให้หนังศีรษะแห้งจนเกิดรังแคและความคัน เมื่อหนังศีรษะคันระคายเคืองและถูกเกาแรง ๆ ก็จะทำให้รากผมถูกทำลายและทำให้ผมร่วงติดมือมาเป็นจำนวนมากได้ สิ่งที่ควรทำคือแนะนำให้สระผมวันเว้นวัน หรือหากหนังศีรษะมันมาก สามารถสระวันละ 1 ครั้งได้ แต่ไม่ควรบ่อยเกินไป 2. ทำสีผมบ่อยเกินไป การทำสีผมบ่อย ๆ โดยเฉพาะการใช้สารเคมีย้อมผมที่มีส่วนผสมรุนแรง เป็นอีกพฤติกรรมที่ทำให้ผมร่วงเยอะ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปทำลายโครงสร้างของเส้นผม (เคราติน) ทำให้ผมแห้ง เปราะ และขาดง่าย สิ่งที่ควรทำคือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน อย. และควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำสีผมแต่ละครั้งให้เพียงพอ เพื่อให้เส้นผมได้พักฟื้นและซ่อมแซมตัวเอง 3. มัดผมแน่นเกินไป สำหรับผู้ที่ชอบรวบผมหรือมัดผมหางม้าแน่นเกินไปเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะผมร่วงจากการดึงรั้ง (Traction Alopecia) ซึ่งเกิดจากการที่เส้นผมถูกดึงรั้งอย่างต่อเนื่อง ทำให้รากผมอ่อนแอและเกิดการอักเสบของหนังศีรษะ [&อ่านต่อ...
2 ธันวาคม 68, สมุทรปราการ – โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จัดงานครบรอบ 6 ปี ภายใต้แนวคิด “มั่นใจ สู่ความเป็นเลิศ : Believe in อ่านต่อ...
กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช (CGH Hospital อ่านต่อ...
สุขภาพของอวัยวะเพศชายเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ชายหลายคนมักมองข้าม โรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศชายไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบร่างกายและคุณภาพชีวิตโดยรวม ปัญหาที่พบบ่อย เช่น การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ปัญหาเรื่องการแข็งตัว หรือความเจ็บป่วยที่เกิดจากภาวะทางพันธุกรรม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางป้องกันโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศชาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและชีวิตที่มั่นใจมากขึ้น คลินิกเฉพาะทางผู้ชาย เช่น Menscape Clinic ในกรุงเทพฯ กำลังเป็นผู้นำในการผลักดันแนวการดูแลสุขภาพผู้ชายแบบองค์รวม (อ่านต่อ...
ปัญหาสิวถือเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายความมั่นใจของใครหลายคน ครั้นจะปล่อยไว้ก็กลัวจะลุกลาม แต่พอจะรักษาก็เกิดความสับสนว่าจะเลือกวิธีไหนดีระหว่างการ “กดสิว” หรือการ “ฉีดสิว” เพราะดูเหมือนจะเป็นทางลัดที่ช่วยให้สิวหายเร็วทั้งคู่ แต่รู้หรือไม่ว่าสิวแต่ละประเภทมีวิธีจัดการที่แตกต่างกัน หากเลือกผิดวิธีจากหน้าใสอาจกลายเป็นหน้าพังทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้าได้ สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกรักษาสิว หรือกำลังตัดสินใจว่าจะทำหัตถการแบบไหนดี วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกความแตกต่างของทั้งสองวิธีนี้เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกต้องและเหมาะกับสภาพผิวที่สุด การกดสิวคืออะไร การกดสิว ไม่ใช่การบีบสิวด้วยมือเปล่าแบบที่เรามักเผลอทำกันที่บ้าน แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว โดยจะใช้เข็มเจาะเปิดหัวสิวเล็กน้อย แล้วใช้เครื่องมือกดลงไปเพื่อดันหัวสิวอุดตัน ก้อนไขมัน และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขนให้ออกมาจนหมด วิธีนี้จะช่วยเคลียร์ผิวให้สะอาดและลดโอกาสที่สิวอุดตันจะพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบในอนาคต สิวแบบไหนเหมาะกับการกดสิว การกดสิวไม่ได้ทำได้กับสิวทุกเม็ด โดยประเภทที่ควรกดคือกลุ่ม สิวอุดตัน (Comedone) ที่หัวเปิดหรือมองเห็นหัวสิวชัดเจน และไม่มีอาการอักเสบร่วมด้วย ได้แก่ สิวหัวดำ (Blackheads) สิวหัวขาว (อ่านต่อ...
