จากสถานการณ์ผลกระทบต่อภาคเกษตรการในเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะก๊าซเรือนกระจกและส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแปรปรวนของอากาศ อุณหภูมิ และการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำที่แตกต่างจากแบบแผนปกติอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบการเกษตรและอาหารของเกษตรกรรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่มีรากฐานเศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตพืชและสัตว์เศรษฐกิจหลักที่ยังคงพึ่งพาปริมาณน้ำฝนและแบบแผนสภาพอากาศที่แน่นอน ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และส่วนใหญ่มีการจัดการดิน น้ำ และการผลิตแบบเดิม ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดความผันผวนของสภาพอากาศดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย หรือผลผลิตอาจจะลดลงทั้งเชิงปริมาณและ/หรือคุณภาพในระดับที่ส่งผลต่อความมั่นคงของรายได้และอาหาร ตลอดจนคุณภาพชีวิตของครอบครัวเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย โดยพบว่าภัยแล้งของภาคอีสานตอนบนนั้นส่งผลต่อผลผลิตของปริมาณอ้อย เนื่องจากทำให้อ้อยมีน้ำหนักเบา น้ำหนักไม่ได้ ส่งผลให้ราคาไม่เป็นไปตามที่ต้องการ โดยเกษตรกรชาวไร่อ้อย จึงวอนขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นด้านน้ำ หรือมาตรการเยียวยาต่างๆ เพื่อลดความเดือนร้อนของเกษตรกรลง ทั้งนี้ อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศผู้ปลูกอ้อยมากเป็นอันดับ 4-5 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทรายเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศบราซิล จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละปีไทยสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายนำตาลทรายทั้งในประเทศและส่งออกได้ปีละกว่า 180,000 ล้านบาท โดยพบว่าอ้อยเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อพิจารณาในแง่ของผลผลิต เพราะอ้อยใช้ปัจจัยสำหรับการเจริญเติบโตได้ง่าย โดยอาศัยปัจจัยธรรมชาติ เช่น แสงแดด น้ำ อากาศ และธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพในการเจริญเติบโต นอกจากนี้อ้อยยังเป็นพืชที่ปลูกง่าย และ อ้อยยังชอบอยู่ในอากาศร้อนและชุ่มชื้น
นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา เปิดเผยแนวทางการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อคุณภาพของการเรียนการสอนและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวเกาะล้าน ภายใต้นโยบาย NEO เกาะล้าน ว่า ได้วางนโยบายไว้ตั้งแต่นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา จนมาถึง นายปรเมศร์ งามพิเชษฐ์ รับตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ซึ่งปัจจุบันอาคารอนุบาลของโรงเรียนเมืองพัทยา 10 (บ้านเกาะล้าน) มีความชำรุดทรุดโทรมมากจากการใช้งานและอาจก่อให้เกิดอันตรายกับนักเรียนได้ ทั้งนี้คณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน โดยเล็งเห็นว่าสภาพของอาคารเรียนต้องมีความปลอดภัย สะอาด สวยงาม และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้งปัจจุบันชาวบ้านในพื้นที่เกาะล้านนิยมส่งลูกหลานมาเรียนยังโรงเรียนในพื้นที่บนฝั่ง เสียเวลาและค่าใช้จ่าย การเดินทางก่อให้เกิดความเสี่ยงที่นักเรียนและผู้ปกครองจะต้องเดินทางไปกลับระหว่างพื้นที่บนฝั่งและพื้นที่เกาะล้าน ดังนั้นนายกเมืองพัทยาจึงจัดทำโครงการศึกษา จัดทําแผนแม่บท (Master อ่านต่อ...
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 7 มกราคม 2568 พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี สืบทราบว่าเมื่อชาวต่างประเทศลักลอบเล่นการพนัน ที่ตึกแถวเลขที่ 204 ซอยจอมเทียน 5 ย่านชายหาดจอมเทียน จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ศิรชัช หนูเทศ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 นำกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี , ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา เดินทางไปจับกุม เมื่อไปถึงพบว่าสถานที่ดังกล่าวห่างจาก ตม.ชลบุรี ไม่ถึง 300 เมตร ด้านล่างเปิดเป็นบาร์เบียร์ชื่อ นิคสปอร์ตบาร์ ส่วนบริเวณห้องพักบนชั้น 2 พบชายชาวออสเตรเลีย ชาวรัสเซีย ชาวอเมริกัน และชาวอังกฤษ รวม 7 คน กำลังนั่งล้อมวงเล่นไพ่โป๊กเกอร์ กันอย่างสนุกสนาน โดยมีชายชาวไทยเป็นคนแจกไพ่และแม่บ้านของบรรดาชาวต่างประเทศคอยลุ้นอีก 5 คน รวมทั้งหมด 12 […]อ่านต่อ...
วันที่ 7 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เป็นประธานจัดกิจกรรม “รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา วันที่ 8 มกราคม 2568 ณ บริเวณหาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ จากทุกภาคส่วน นักดำน้ำจิตอาสา ประชาชน และนักเรียน กว่า 500 คน ร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ การจัดกิจกรรม “รักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงมีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย และทรงห่วงใยปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรใต้ทะเล […]อ่านต่อ...
(7 ม.ค.68) ที่ห้องประชุมศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอาวุโสรักษาการแทนนายอำเภอบางละมุงเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางละมุง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 เพื่อมอบนโยบายและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งเกี่ยวกับงานฉลองวันเด็กแห่งชาติอำเภอบางละมุง ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 10.00 น. ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมและพิธีเปิดพร้อมแจ้งข้อสั่งการจากจังหวัดชลบุรี เกี่ยวกับประกาศเจตนารมณ์ “สุจริต โปร่งใส จังหวัดชลบุรี ใสสะอาด 2568” และ “งดรับ งดให้” ของขวัญ ของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ใจความว่า จังหวัดชลบุรีจะเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่รับของขวัญ ของกำนัล และไม่เรียกรับผลประโยชน์ทุกชนิด ทั้งในขณะ ก่อน และหลังจากการปฏิบัติหน้าที่ และให้ทุกคนยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ […]อ่านต่อ...
น.ส.มรกต กุลดิลก นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยทิศทางการท่องเที่ยวในปี 2568 ว่า สำหรับการท่องเที่ยวในไตรมาสแรกของปี2568 อยากให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ไม่อยากให้เน้นเพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงอย่างเดียว โดยในช่วงต้นปีจะมีนักท่องเที่ยวยุโรปที่หนีนหาวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงโลซีซั่น หรือ กรีนซีซั่น อยากจะให้ทุกภาคส่วนเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดคนไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นในเมืองพัทยาให้มากขึ้น เชื่อว่าในปี 2568 การท่องเที่ยวในเมืองพัทยาจะดีขึ้นอย่างตอ่เนื่อง ด้วยมีการปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเป็นกลุ่มครอบครัวมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐกระตุ้นการท่องเที่ยวในเชิงครอบครัว หรือกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับเด็ก คู่รักมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พัทยามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นร รวมถึงการกระตุ่นเศรษฐกิจที่เน้นไปยังกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดดังกล่าวเดินทางเข้ามาได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการก็เห็นผลมากขึ้นทั้งเรื่องถนน ระบบสาธารณูปโภคในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องฝตลอดทั้งปี ทำให้เมืองพัทยามีคยามพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวในทุกเพศทุกวัย ทุกลุ่มตลาดอย่างมีคุณภาพ โดยในส่วนภาคการท่องเที่ยวนั้นในปี 2568 จะมีการเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบีย นักท่องเที่ยวโอมาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการจับจ่าย โดยภาคท่องเที่ยวและภาครับจะต้องมีการเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดดังกล่าว ทั้งเรื่องของอาหารที่ควรเป็นอาหารฮาลาลมากขึ้น เพิ่มนาแรงท่องเที่ยวต่าง ๆเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการตัดสิ้นใจเดินทางมาท่องเที่ยวของกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวอาหรับให้เดินทางมมาท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงการการจอยเทรดกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียในเมืองพัทยา ถือเป็นการกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและเมืองพัทยาเพิ่มมากขึ้น น.ส.มรกต เปิดเผยต่ออีกว่า ส่วนการผลักดันสนามบินอู่ตะเภาระยองอ่านต่อ...
การฝึกเสริมสร้างขีดความสามารถสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลักสูตรเสริมสร้างผู้นำ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคสนาม รุ่นที่ 1 ประจำปี 2568 สำเร็จลงแล้วในวันนี้ โดยใช้เวลาในการฝึก 1 สัปดาห์ด้วยกัน เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกมีความรู้ ความเข้าใจในการวางแผน การจัดเตรียมข้อมูล การเคราะห์และการเรียนรู้เทคนิคต่างๆ ในกิจเฉพาะด้านการข่าว ด้านกิจการพลเรือน ด้านปฏิบัติการจิตวิทยา ด้านการประชาสัมพัมพันธ์ และด้านยุทธวิธี ซึ่งในวันนี้ (6 มกราคม 2568) เวลา 10.45 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกเสริมสร้างขีดความสามารถสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หอประชุม 1 ศูนย์ฝึกอบรมกองกำลังประจำถิ่นท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมี คณะผู้บังคับชา ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 […]อ่านต่อ...
ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เร่งกู้ภาพลักษณ์ความปลอดภัยการท่องเที่ยวเกาะพะงัน สั่งเอาผิด กับคนขับเรือฝ่าฝืนประกาศ และมาตรการความปลอดภัย ทำนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เสียชีวิต ทั้งยังสั่งเพิกถอนใบอนุญาตชายคลั่งใช้อาวุธปืนยิงขู่นักท่องเที่ยว พร้อมดำเนินคดีข้อหาหนัก นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 03.00 น. ได้เกิดเหตุเรือโดยสารล่มในทะเลห่างจากชายฝั่งประมาณ 40 เมตร มีชาวไทยและชาวต่างชาติประสบภัย ซึ่งผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะพะงัน ได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและคนขับเรือกับลูกเรือขึ้นมาได้ รวม 12 คน มีผู้สูญหาย 1 คน คือ นาย จิน ยุน (Jin Yoon) อายุ 30 ปี สัญชาติเกาหลี จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังค้นหา ก่อนจะค้นหาจนพบร่าง ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ลอยอยู่ในทะลห่างจากชายฝั่งหาดริ้นประมาณ 3 กิโลเมตร และได้นำศพไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายก่อนส่งให้ญาติต่อไป ภายหลังจากพบศพและพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันว่าเป็นผู้สูญหายรายดังกล่าว พันตำรวจเอกปัญญา [&อ่านต่อ...
4 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ห้างศรีพงษ์ปาร์ค อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มอบหมายให้ นายสมเดียว เกตุอินทร์ รองศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดกิจกรรมการแข่งขันฟุตซอล “เพื่อนกัน มันส์โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน'” เยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ชึ่งจัดการแข่งขันในที่ 4 , 5 และ 20 มกราคม 2568 โดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดกิจกรรมกระบวนการทางปัญญา Cognitive อ่านต่อ...
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2568 พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.สืบสวน บช.ทท. สั่งการให้ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมชุดปฏิบัติการภาค 2 กก.สืบสวน.บช.ทท. ลงพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและการทำหน้าที่มัคคุเทศก์ในพื้นที่พัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ หลังมีเบาะแสว่ามีชาวต่างชาติแอบลักลอบทำงานผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณจุดส่งผู้โดยสารหน้าศาลาท่าเรือแหลมบาลีฮาย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และพบชาวต่างชาติ 4 คน ซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น การพูดคุยแลกเปลี่ยนเอกสาร และการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยพานักท่องเที่ยวข้ามเรือไปยังเกาะล้าน ก่อนกลับมารอรับกลุ่มถัดไป เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ และพบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน ได้แก่ ชาวรัสเซีย 3 คน และชาวอินเดีย 1 คน ถือวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว ซึ่งไม่อนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย และไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมาย หลังการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมส่งตัวทั้งหมดไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของตำรวจท่องเที่ยวในการปกป้องภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติว่า พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญจะได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอ่านต่อ...
