<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Interviews Archives - สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</title>
	<atom:link href="https://bangkok-today.com/category/interviews/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bangkok-today.com/category/interviews/</link>
	<description>สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Oct 2026 11:39:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/09/cropped-2623408e-fddd-41e5-a529-4ff65e49a36c-32x32.png</url>
	<title>Interviews Archives - สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</title>
	<link>https://bangkok-today.com/category/interviews/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SN Group เปิดบทใหม่ 67 ปี ผนึก S. Napa–GUSCO–GEM ชู “Complete Water Solutions” มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค</title>
		<link>https://bangkok-today.com/sn-group-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-67-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-s-napa-gusco-gem/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=sn-group-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-67-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581-s-napa-gusco-gem</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[porntep]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 11:39:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=857319</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์กว่า 67 ปี ประกาศทิศทางใหม่ขององค์กร ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของ 3 บริษัท ได้แก่ S. Napa Thailand (ส.นภา), GUSCO (กัสโก้) และ GEM (เจม) ภายใต้ SN Group เพื่อยกระดับศักยภาพสู่การให้บริการ Complete Water Solutions ที่ครอบคลุมระบบการบริหารจัดการด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่วิสัยทัศน์การเป็น “ผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค” เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาที่ยั่งยืน คุณสุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) กล่าวว่า “ตลอด 67 ปีที่ผ่านมา เราสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านระบบน้ำในหลากหลายรูปแบบและหลายอุตสาหกรรม การก้าวสู่บทใหม่ของ SN Group ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เป็นการนำจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เราสามารถมองโจทย์ของลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/sn-group-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-67-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-s-napa-gusco-gem/">SN Group เปิดบทใหม่ 67 ปี ผนึก S. Napa–GUSCO–GEM ชู “Complete Water Solutions” มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์กว่า 67 ปี ประกาศทิศทางใหม่ขององค์กร ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของ 3 บริษัท ได้แก่ S. Napa Thailand (ส.นภา), GUSCO (กัสโก้) และ GEM (เจม) ภายใต้ SN Group </strong></p>
<p>เพื่อยกระดับศักยภาพสู่การให้บริการ Complete Water Solutions ที่ครอบคลุมระบบการบริหารจัดการด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่วิสัยทัศน์การเป็น “ผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค” เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>คุณสุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) กล่าวว่า “ตลอด 67 ปีที่ผ่านมา เราสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านระบบน้ำในหลากหลายรูปแบบและหลายอุตสาหกรรม การก้าวสู่บทใหม่ของ SN Group ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เป็นการนำจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เราสามารถมองโจทย์ของลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพของระบบ การดำเนินธุรกิจ และความยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p>​ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ S. Napa Thailand นำความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันระบบน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบน้ำเพื่อประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ขณะที่ GUSCO และ GEM เสริมศักยภาพด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและระบบน้ำสำหรับโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ SN Group สามารถเชื่อมโยงการทำงานได้ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา (Project Consultation)และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Conceptual Study &amp; Process Design) การออกแบบระบบ (Engineering Design) งานก่อสร้างและติดตั้ง (Construction &amp; Installation) การทดสอบและเริ่มเดินระบบ (Commissioning &amp; Start-up) ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบในระยะยาว (Facility Management)<br />
ทั้งนี้ SN Group ได้แบ่งความเชี่ยวชาญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Water for Experience, Water for Life และ Water for Sustainability เพื่อสะท้อนบทบาทของ “น้ำ” ที่มีมากกว่าการเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่สามารถสร้างประสบการณ์ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและความยั่งยืนของภาคธุรกิจ</p>
<p>ในกลุ่ม Water for Experience คือการพัฒนาระบบน้ำเพื่อสันทนาการและไลฟ์สไตล์ ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและประสบการณ์การใช้ชีวิต โดยทาง SN Group ดูแลงานตั้งแต่ระบบสระว่ายน้ำ สระแข่งขัน Water Play ระบบน้ำพุและ Water Feature ระบบกรอง Smart Pool ไปจนถึงการดูแลรักษาระบบ โดยมีผลงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่าหมื่นโครงการ ยกตัวอย่างเช่น Centara Mirage Lagoon Maldives, Holiday Inn Samui, สระแข่งขันของการกีฬาแห่งประเทศไทย, One Bangkok, King Power Rangnam และ S2O Music Festival ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น</p>
<p>สำหรับ Water for Life มุ่งเน้นระบบน้ำที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการอุปโภคบริโภค สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต ครอบคลุมระบบน้ำสำหรับการแพทย์ เครื่องกรองน้ำ ตลอดจน Wellness &amp; Recovery Solutions โดยมีตัวอย่างโครงการ เช่น ระบบผลิตน้ำสำหรับหน่วยไตเทียม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งใช้ระบบ Reverse Osmosis สำหรับการใช้งานทางการแพทย์</p>
<p>รวมถึงระบบผลิตน้ำแบบเคลื่อนที่สำหรับน้ำใช้และน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับร้านกาแฟและโซลูชันสำหรับธุรกิจ Spa &amp; Wellness ต่อยอด Water for Sustainability รับโจทย์อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>อีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจสำคัญคือ Water for Sustainability ระบบน้ำเพื่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตน้ำ การบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Treatment) การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse &amp; Recycling) การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค (Utility Management) ตลอดจนโซลูชันด้านพลังงานและการลดคาร์บอน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน</p>
<p>โดยที่ผ่านมา SN Group มีประสบการณ์พัฒนาและบริหารจัดการระบบให้กับองค์กรและภาคอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กลุ่มบริษัทปตท. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ รวมถึงงานบริหารจัดการระบบและ Facility Management ในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรวม 14 แห่ง ซึ่งสะท้อนความสามารถในการพัฒนาโซลูชันให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม</p>
<p>นอกเหนือจากงานเชิงพาณิชย์ SN Group ยังนำความเชี่ยวชาญมาสนับสนุนสังคมในยามวิกฤต ผ่านโครงการ “น้ำใสช่วยอุทกภัยใต้ โดย SN Group” นำรถผลิตน้ำสะอาดเคลื่อนที่ (Mobilization Plant) ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ อีกทั้งยังเดินหน้าสานต่อด้านความยั่งยืนในองค์กร ภายใต้โครงการ SN Carbon Footprint โดยมีแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร<br />
“วันนี้โจทย์ด้านน้ำของภาคธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพน้ำ ต้นทุน การใช้พลังงาน การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นสิ่งที่ลูกค้าต้องการจึงไม่ใช่เพียงระบบที่ติดตั้งแล้วใช้งานได้ แต่ต้องเป็นระบบที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ลดความเสี่ยง และรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งเป็นบทบาทที่ SN Group ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการดูแลระบบในระยะยาว” คุณสุทธิพัณ กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายดังกล่าว SN Group กำหนดพันธกิจสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะ (Deliver Smart Solutions) การพัฒนาบุคลากร (Develop People) การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Drive Innovation) การสร้างความเชื่อมั่น (Build Trust) และการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) โดยมุ่งผสานองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญขององค์กร เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ตรงเวลา และคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม<br />
“ผลประกอบการในปีนี้คาดว่าจะปิดอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท</p>
<p>โดยแบ่งสัดส่วนเป็น S. Napa 40% GUSCO 55% และ GEM 5% และในปี 2570 คาดว่าจะเติบโต 5-6% และในอนาคตเรามุ่งมั่นที่จะให้ SN Group ก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำครบวงจรที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อมีโจทย์เรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ คุณภาพชีวิต หรือการเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนให้กับธุรกิจ เราจะเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 67 ปี ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการทำงานแบบครบวงจร เพื่อสร้างระบบที่ไม่ได้ตอบเพียงความต้องการของวันนี้ แต่พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม” คุณสุทธิพัณ กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/sn-group-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-67-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81-s-napa-gusco-gem/">SN Group เปิดบทใหม่ 67 ปี ผนึก S. Napa–GUSCO–GEM ชู “Complete Water Solutions” มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ต้องพาไปถึงตลาด EXIM BANK ยกระดับบทบาท “Export Co-pilot” หนุน SMEs ไทยโตไกลในเวทีโลก</title>
		<link>https://bangkok-today.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[porntep]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2026 08:57:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=853520</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงสร้างเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยังมีการ “กระจุกตัว” อยู่ในผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลาด และโอกาสทางธุรกิจการเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ในอีกด้านหนึ่ง การส่งออกของไทยเองยังมีการกระจุกตัวทั้งในมิติของผู้ประกอบการและสินค้า โดย SMEs ส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไทยมีความได้เปรียบ ขณะที่โอกาสจากอุตสาหกรรมใหม่และห่วงโซ่มูลค่าโลกยังมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมไม่มากนัก ภายใต้กติกาการค้าและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญของประเทศจึงอยู่ที่การ “กระจายโอกาส” ให้ SMEs สามารถเข้าถึงเงินทุน ตลาด และความรู้ พร้อมยกระดับสินค้าและธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า โจทย์ของ SMEs ไทยในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าถึงเงินทุน แต่คือการเสริมศักยภาพธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาสินค้าและบริการ การเข้าถึงตลาดใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานให้สอดรับกับกติกาการค้าโลก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งปรับบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนทางการเงิน” สู่การเป็น “Export Co-pilot” ที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการ เติมทั้งความรู้ โอกาส และเงินทุน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของธุรกิจให้กลายเป็นการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง โจทย์สำคัญของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/">ไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ต้องพาไปถึงตลาด EXIM BANK ยกระดับบทบาท “Export Co-pilot” หนุน SMEs ไทยโตไกลในเวทีโลก</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงสร้างเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยังมีการ “กระจุกตัว” อยู่ในผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลาด และโอกาสทางธุรกิจการเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย</strong></p>
<p>ในอีกด้านหนึ่ง การส่งออกของไทยเองยังมีการกระจุกตัวทั้งในมิติของผู้ประกอบการและสินค้า โดย SMEs ส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไทยมีความได้เปรียบ ขณะที่โอกาสจากอุตสาหกรรมใหม่และห่วงโซ่มูลค่าโลกยังมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมไม่มากนัก ภายใต้กติกาการค้าและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญของประเทศจึงอยู่ที่การ “กระจายโอกาส” ให้ SMEs สามารถเข้าถึงเงินทุน ตลาด และความรู้ พร้อมยกระดับสินค้าและธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น</p>
<p>นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า โจทย์ของ SMEs ไทยในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าถึงเงินทุน แต่คือการเสริมศักยภาพธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาสินค้าและบริการ การเข้าถึงตลาดใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานให้สอดรับกับกติกาการค้าโลก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งปรับบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนทางการเงิน” สู่การเป็น “Export Co-pilot” ที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการ เติมทั้งความรู้ โอกาส และเงินทุน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของธุรกิจให้กลายเป็นการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง</p>
<p><strong>โจทย์สำคัญของ SMEs ไทย ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.2 ล้านราย แต่มีเพียงประมาณ 1% หรือมีเพียงราว 23,000 ราย ที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ส่งออกได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน โครงสร้างการส่งออกของไทยยังสะท้อนช่องว่างระหว่าง “จำนวนผู้ส่งออก” กับ “มูลค่าการส่งออก” อย่างชัดเจน โดย SMEs มีสัดส่วนเกือบ 80% ของจำนวน<br />
ผู้ส่งออกทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าการส่งออกได้เพียง 10% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ซึ่งมีสัดส่วนเพียงราว 20% กลับสร้างมูลค่าการส่งออกได้มากกว่า 90%</p>
<p>ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของประเทศไทย 2 ด้าน คือ การเพิ่มจำนวน SMEs ที่สามารถก้าวออกสู่ตลาดโลก และการยกระดับศักยภาพของผู้ส่งออกเดิมให้สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น</p>
<p>จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด EXIM BANK พบว่า ข้อจำกัดของ SMEs จำนวนมากไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพด้านการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การขาดนวัตกรรมและโอกาสทางการตลาด ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังดำเนินธุรกิจด้วยสินค้าและกระบวนการผลิตรูปแบบเดิม ขณะที่การขยายตลาดไปต่างประเทศยังเผชิญข้อจำกัดด้านข้อมูล โอกาสทางการค้า และเงินทุน</p>
<p>ในหลายกรณี แม้ผู้ประกอบการจะมีศักยภาพและได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้ว แต่ข้อจำกัดด้านหลักประกันยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตหรือขยายธุรกิจ สะท้อนว่า การสนับสนุน SMEs ให้เติบโตในตลาดโลกจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเติมเงินทุน แต่ต้องมีเครื่องมือทางการเงินและการสนับสนุนด้านอื่นที่ช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจควบคู่กัน</p>
<p><strong>เปลี่ยนมุมมอง ESG จากต้นทุน สู่โอกาสในการสร้างธุรกิจ</strong></p>
<p>นายชลัช มองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน คือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social, and Governance: ESG) ซึ่งวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกติกาการค้าและเงื่อนไขสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก<br />
SMEs ไทยจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อ ESG จากเดิมที่อาจมองว่าเป็น “ต้นทุน” หรือภาระที่ธุรกิจต้องแบกรับ ไปสู่การมอง ESG เป็น “โอกาส” ในการปรับกระบวนการผลิต พัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก เพราะเมื่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขในการทำธุรกิจ ความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ</p>
<p>แนวโน้มดังกล่าวเห็นได้ชัดจากการที่หลายประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ยกระดับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กฎหมายว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) และข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของภาคธุรกิจ (CSRD) ขณะที่สหรัฐฯ และจีนก็เดินหน้าพัฒนามาตรการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปิดเผยข้อมูลเช่นกัน</p>
<p>“ESG ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงต้นทุนที่ธุรกิจต้องจ่าย แต่ควรมองเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น การปรับบรรจุภัณฑ์จากการใช้กล่องโฟมมาเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ชานอ้อย ฟางข้าว แม้การเปลี่ยนผ่านอาจต้องใช้เงินลงทุนในระยะแรก แต่ในอีกด้านหนึ่งถือเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและกระตุ้นการใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย และอาจเปิดประตูสู่ตลาดหรือกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้” นายชลัช กล่าว</p>
<p><strong>จากการให้ความรู้ สู่การสร้าง “โอกาสทางธุรกิจ” ให้เกิดขึ้นจริง</strong></p>
<p>นอกจากการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือการสร้าง “Market Opportunity” เพราะต่อให้ธุรกิจมีความพร้อมทั้งด้านสินค้าและเงินทุน แต่หากขาดตลาดหรือคำสั่งซื้อ การเติบโตก็ยังเกิดขึ้นได้ยาก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงมุ่งยกระดับการสนับสนุนจากการให้ความรู้หรือการจัดอบรม ไปสู่การสร้าง “Ecosystem” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับหน่วยงานพันธมิตร เครือข่ายธุรกิจ และโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นช่องทางการตลาด เข้าถึงคู่ค้า และต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>“EXIM BANK อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบ Business Model ในการพาผู้ประกอบการ SMEs ไทยไปเจาะตลาดต่างประเทศ โดยใช้เครื่องมือทางการเงินควบคู่ไปกับการผสานพลังความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดจริง นี่คือการเปลี่ยนบทบาทของ EXIM BANK จากการ ‘สนับสนุนเมื่อผู้ประกอบการพร้อม’ ไปสู่การ ‘ร่วมสร้างความพร้อมและเปิดประตูสู่ตลาดใหม่’ ไปพร้อมกัน” นายชลัช กล่าว</p>
<p><strong>เติมเงินทุนและช่วยบริหารความเสี่ยงให้ธุรกิจที่พร้อมเติบโต</strong></p>
<p>เมื่อมีตลาดและคำสั่งซื้อแล้ว สิ่งสำคัญที่ตามมาคือเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ทันตามความต้องการ EXIM BANK จึงให้ความสำคัญกับการพิจารณาศักยภาพของธุรกิจและคำสั่งซื้อประกอบการสนับสนุนสินเชื่อ มากกว่าการพึ่งพาหลักประกันเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีคำสั่งซื้ออยู่ในมือ แต่ยังขาดเงินทุนหมุนเวียน สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจและเดินหน้าผลิตได้ โดยเฉพาะ SMEs ที่อาจมีข้อจำกัดด้านหลักประกัน</p>
<p>ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้สอดรับกับความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละระดับ ทั้งสินเชื่อหมุนเวียนดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่อง และบริการประกันการส่งออกที่ช่วยบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น</p>
<p>“EXIM BANK ต้องการเป็น Export Co-pilot ที่พร้อมเดินเคียงข้างและเติมเต็มผู้ประกอบการ ตั้งแต่เติมความรู้ เติมโอกาส ไปจนถึงเติมเงินทุนและช่วยบริหารความเสี่ยง เพราะในโลกการค้าใหม่ ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้เกิดจากเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีสินค้าและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาด การเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ SMEs ไทยไม่ได้เพียง ‘พร้อมส่งออก’ แต่สามารถ ‘เติบโตในตลาดโลก’ ได้อย่างยั่งยืน” นายชลัช กล่าว</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad/">ไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ต้องพาไปถึงตลาด EXIM BANK ยกระดับบทบาท “Export Co-pilot” หนุน SMEs ไทยโตไกลในเวทีโลก</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่น สู่มหาวิทยาลัยสร้างคน</title>
		<link>https://bangkok-today.com/20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-pim-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=20-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-pim-%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[samanyavee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2026 11:17:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=850718</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางเกือบ 20 ปีของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาไม่ควรหยุดเรียนรู้อยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง เพื่อสร้างคนให้มีทักษะ พร้อมทำงาน และมีงานทำ เบื้องหลังเส้นทางนี้ เริ่มต้นจากประสบการณ์ชีวิตและความเชื่อของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ที่นำบทเรียนจากการ “เรียนไป ทำงานไป” ของตัวเอง มาสร้างเป็นโมเดลสร้างคนผ่านการศึกษา จนถึงวันที่บัณฑิตได้รับการยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ เส้นทางของ PIM จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการสร้างมหาวิทยาลัย แต่คือการพิสูจน์ว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนอนาคตของคนได้จริง นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ชวนย้อนเรื่องราวเกือบ 20 ปี ว่า… มีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังมากนัก มันเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องเรียนภาคค่ำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำงานไปด้วยกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในขณะที่เพื่อน ๆ หลายคนกำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนช่วงกลางวัน เด็กหนุ่มคนนั้นกลับต้องรีบวิ่งจากที่ทำงานไปให้ทันเข้าเรียนตอนหกโมงเย็น บางวันเหนื่อยจนแทบหลับคาโต๊ะ แต่เขาก็ยังอดทน เพราะรู้ว่าการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย คือหนทางที่จะทำให้เขาได้เข้าใจโลกแห่งความจริง และจากประสบการณ์ตรงนั้นเอง ทำให้ผมเห็นความจริงข้อหนึ่งที่เจ็บปวด&#8230;“คนจบปริญญาตรีออกมาทำงานไม่เป็น” ประโยคนี้ฟังดูรุนแรง แต่มันคือความจริงที่ผมพบเจอด้วยตัวเองทุกวัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-pim-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2/">20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่น สู่มหาวิทยาลัยสร้างคน</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางเกือบ 20 ปีของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาไม่ควรหยุดเรียนรู้อยู่เพียงในห้องเรียน แต่ต้องเชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง เพื่อสร้างคนให้มีทักษะ พร้อมทำงาน และมีงานทำ</p>
<p>เบื้องหลังเส้นทางนี้ เริ่มต้นจากประสบการณ์ชีวิตและความเชื่อของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ที่นำบทเรียนจากการ “เรียนไป ทำงานไป” ของตัวเอง มาสร้างเป็นโมเดลสร้างคนผ่านการศึกษา จนถึงวันที่บัณฑิตได้รับการยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ เส้นทางของ PIM จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการสร้างมหาวิทยาลัย แต่คือการพิสูจน์ว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนอนาคตของคนได้จริง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 300px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1CMp24qfBg7sv5hT1uvlyRylObLIpKFIR=w300-h300-rw 300w" class="alignnone size-medium wp-image-850721" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1CMp24qfBg7sv5hT1uvlyRylObLIpKFIR=w300-h300-rw" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p>นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ชวนย้อนเรื่องราวเกือบ 20 ปี ว่า…</p>
<p>มีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังมากนัก มันเป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุยังไม่ครบ 20 ปี ต้องเรียนภาคค่ำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทำงานไปด้วยกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในขณะที่เพื่อน ๆ หลายคนกำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนช่วงกลางวัน เด็กหนุ่มคนนั้นกลับต้องรีบวิ่งจากที่ทำงานไปให้ทันเข้าเรียนตอนหกโมงเย็น บางวันเหนื่อยจนแทบหลับคาโต๊ะ แต่เขาก็ยังอดทน เพราะรู้ว่าการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย คือหนทางที่จะทำให้เขาได้เข้าใจโลกแห่งความจริง และจากประสบการณ์ตรงนั้นเอง ทำให้ผมเห็นความจริงข้อหนึ่งที่เจ็บปวด&#8230;“คนจบปริญญาตรีออกมาทำงานไม่เป็น” ประโยคนี้ฟังดูรุนแรง แต่มันคือความจริงที่ผมพบเจอด้วยตัวเองทุกวัน บัณฑิตจบใหม่จำนวนไม่น้อยยังต้องกลับมาเรียนรู้และฝึกฝนกันใหม่ในองค์กร ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสามารถทำงานได้จริง ทั้งที่พวกเขาเพิ่งใช้เวลาถึงสี่ปีในมหาวิทยาลัย</p>
<p>ผมจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า “มหาวิทยาลัยควรเป็นสถานที่ที่นักศึกษาไปเดินเล่น เรียนไปวันๆ แล้วจบมาทำงานไม่เป็นจริงหรือ?” คำถามนี้ติดอยู่ในใจผมมาโดยตลอด วันที่ผมตัดสินใจสร้างสถาบัน PIM ผมอายุประมาณ 54-55 ปี หลายคนบอกว่าผมบ้า หลายคนหัวเราะเยาะ หลายคนนินทาว่า</p>
<p>“มหาวิทยาลัยเด็กร้าน”</p>
<p>“มหาวิทยาลัยรากหญ้า”</p>
<p>ผมได้ยินหมด แต่ผมไม่สนใจ เพราะผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร ผมกำลังสร้างสถาบันที่จะพิสูจน์ว่า การศึกษาไม่ควรแยกออกจากชีวิตจริง และคนที่ต้องทำงานไปเรียนไป ไม่ใช่คนที่ด้อยกว่าใคร ตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านั้นจะกลายเป็นต้นทุนสำคัญของชีวิต โมเดลของเราคือ “เรียนไป ทำงานไป จบไปแล้วได้งานทำ” ฟังดูง่าย แต่รู้ไหมครับว่ามันยากแค่ไหน? ปีแรกที่เปิดรับนักศึกษา เรามีนักศึกษาเพียง 350 คน ปีที่สอง 550 คน รวมสองปีแรกได้เพียง 900 คน ทั้งที่เรามีทุน 100% ทั้งที่ระหว่างเรียนมีงานทำ และทั้งที่เราตั้งใจสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริง แต่ไม่มีใครเชื่อ&#8230;ผมเข้าใจครับ การที่จะให้สังคมยอมรับอะไรใหม่ ๆ มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่หนึ่งปีหรือสองปี แต่ต้องใช้ “บัณฑิต” เป็นเครื่องพิสูจน์ เราต้องสร้างบัณฑิตรุ่นแล้วรุ่นเล่า ออกไปสู่สังคม ต้องให้พวกเขาพิสูจน์ตัวเองในการทำงาน ต้องให้หัวหน้างานยอมรับ ต้องให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ และต้องให้สังคมยอมรับ</p>
<p>เราต้องสร้างบัณฑิตออกไปให้สังคมเห็นถึง สามรุ่น ฟังดูอาจไม่นาน แต่กว่าจะผ่านแต่ละรุ่นมาได้ มันคือความอดทน ความมุ่งมั่น และความเชื่อที่ไม่มีวันสั่นคลอน</p>
<p>วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อึดไป อึดมา เกือบครบ 20 ปีแล้ว จากวันนั้นที่เราเคยรับนักศึกษาได้เพียง 350 คน วันนี้เราเคยรับนักศึกษาใหม่ได้สูงสุดเกือบ 7,000 คนต่อปี และปัจจุบันเรารับประมาณ 5,000-6,000 คนต่อปี จากวันที่เคยถูกเรียกว่า “มหาวิทยาลัยรากหญ้า” วันนี้บัณฑิตของเราได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศ</p>
<p>จากวันที่ผมอายุ 54 ปี วันนี้ผมอายุ 74 ปีแล้ว 20 ปีที่ผ่านไป&#8230;</p>
<p>ผมเห็นเด็กหนุ่มสาวที่ต้องทำงานไป เรียนไป ไม่ต่างจากผมเมื่อ 50 กว่าปีก่อน เดินเข้ามาในสถาบันแห่งนี้ พวกเขามีความฝัน มีความมุ่งมั่น และมีไฟที่อยากจะพิสูจน์ตัวเอง และผมก็เห็นพวกเขาจบออกไป มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ ได้เติบโต และประสบความสำเร็จในชีวิต</p>
<p>นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจที่สุด</p>
<p>วันนี้ เมื่อผมมองย้อนกลับไป ผมไม่เสียใจเลยแม้แต่วินาทีเดียวที่ตัดสินใจสร้าง PIM</p>
<p>ผมภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสถาบันแห่งนี้มาตลอดเกือบ 20 ปี</p>
<p>ผมภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่า “มหาวิทยาลัยรากหญ้า” ก็สามารถสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพได้</p>
<p>ผมภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่า “คนขาดโอกาส” ก็มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาที่ดี</p>
<p>ผมภูมิใจที่ได้พิสูจน์ว่า “การเรียนไป ทำงานไป” ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ</p>
<p>และที่สำคัญที่สุด&#8230;</p>
<p>ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของบัณฑิตทุกคน ที่วันนี้พวกเขาสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>เพราะการศึกษาไม่ควรเป็นเรื่องของชนชั้น ไม่ควรเป็นเรื่องของฐานะ</p>
<p>การศึกษาเป็นเรื่องของโอกาส และโอกาสควรเป็นของทุกคน</p>
<p><img decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 300px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1yRTmwU5MzyLYILgBpzk9hXUivFKqBi-O=w300-h300-rw 300w" class="alignnone size-medium wp-image-850724" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1yRTmwU5MzyLYILgBpzk9hXUivFKqBi-O=w300-h300-rw" alt="" width="300" height="300" /> <img decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 300px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1uOEEH1K_DxYAWvWuQZ1JH5YsHUApV8rz=w300-h300-rw 300w" class="alignnone size-medium wp-image-850722" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1uOEEH1K_DxYAWvWuQZ1JH5YsHUApV8rz=w300-h300-rw" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p>20 ปี&#8230; ไม่ใช่เวลาที่สั้น แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่ยาวนานสำหรับการสร้างสถาบันการศึกษา</p>
<p>สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียว แต่เป็นผลงานของทุกคนที่ร่วมกันสร้าง ทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา บัณฑิต สถานประกอบการ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ทุกคนช่วยกันพิสูจน์ว่า PIM ไม่ได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัย แต่เป็น “บ้านหลังที่สอง” ของคนที่เชื่อว่า การศึกษาคือหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลง</p>
<p>จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง</p>
<p>จากห้องเรียนสู่สถานที่ทำงาน</p>
<p>จากความฝันสู่ชีวิตจริง</p>
<p>นี่คือเรื่องราวของ PIM ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>และผมเชื่อว่าอีก 20 ปีข้างหน้า PIM จะยังคงยืนหยัด เป็นที่พึ่งของเยาวชน เป็นมหาวิทยาลัยที่คนภาคภูมิใจ และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความฝันที่สร้างจากรากหญ้า สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่คนทั้งประเทศได้</p>
<p>“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของคนอื่น และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตคนคนหนึ่ง”</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/pimtheoriginal?__cft__%5b0%5d=AZjrdECa7IDRjfA_QYYBC69g81UNwHSUSx9iTEH5HIY6M0LF4nWL_xkpb976JZz-znEJxvxISKb-Uzh_FmzKUA4t_S-ZyF6WaaoFTSuv7Rw34TQLrOvSlhwpUV9R2ZFFi7LKBOOkYcjGqf5J41rFmoFkgNiCQTKcva1oe9lZQJAzZYB-xMvS8ODSHpY&amp;__tn__=*NK-R"><strong>#PIMTHEORIGINAL</strong></a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/pim%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%8820?__cft__%5b0%5d=AZjrdECa7IDRjfA_QYYBC69g81UNwHSUSx9iTEH5HIY6M0LF4nWL_xkpb976JZz-znEJxvxISKb-Uzh_FmzKUA4t_S-ZyF6WaaoFTSuv7Rw34TQLrOvSlhwpUV9R2ZFFi7LKBOOkYcjGqf5J41rFmoFkgNiCQTKcva1oe9lZQJAzZYB-xMvS8ODSHpY&amp;__tn__=*NK-R"><strong>#PIM</strong><strong>ก้าวสู่ปีที่</strong><strong>20</strong></a>  <strong><u>#</u></strong><strong><u>ซีพีออลล์สร้างคนผ่านการศึกษา </u></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-pim-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2/">20 ปี PIM บทพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเซเว่น สู่มหาวิทยาลัยสร้างคน</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>20 ปี หุ่นยนต์กู้ภัย มจพ.ต่อยอดเด็กไทย ความสำเร็จเบื้องหลัง ความมั่นคงของไทย</title>
		<link>https://bangkok-today.com/20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%9e-%e0%b8%95%e0%b9%88/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=20-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%259e-%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2588</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[samanyavee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 12:07:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=847214</guid>

					<description><![CDATA[<p>จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics Technology) กำลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และเป็นที่น่าจับตามองของผู้คนหลายกลุ่ม ในหลายประเทศ โดยเฉพาะ กลุ่มอุตสาหกรรม ที่เชื่อว่า จะนำเอาเทคโนโลยีที่ว่านี้ มาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนกำลังการผลิต และเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ในส่วนของประเทศไทย ก็เรียกว่า มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ มาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ที่ผ่านมา ​หากพูดถึงวงการหุ่นยนต์ระดับโลกแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ถือเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับหัวแถวของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยดูได้จากการเข้าร่วมการแข่งขันนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี อย่าง RoboCup ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ที่สามารถคว้าแชมป์อันดับ 1 ของโลก มาแล้วถึง 10 สมัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรัญ แบล็ทเลอร์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต และหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เล่าให้กับ “บางกอกทูเดย์” ฟังว่า จริงๆ แล้ว ทาง มจพ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%9e-%e0%b8%95%e0%b9%88/">20 ปี หุ่นยนต์กู้ภัย มจพ.ต่อยอดเด็กไทย ความสำเร็จเบื้องหลัง ความมั่นคงของไทย</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics Technology) กำลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และเป็นที่น่าจับตามองของผู้คนหลายกลุ่ม ในหลายประเทศ โดยเฉพาะ กลุ่มอุตสาหกรรม ที่เชื่อว่า จะนำเอาเทคโนโลยีที่ว่านี้ มาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนกำลังการผลิต และเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ</p>
<p>ในส่วนของประเทศไทย ก็เรียกว่า มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ มาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ที่ผ่านมา ​หากพูดถึงวงการหุ่นยนต์ระดับโลกแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ถือเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับหัวแถวของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยดูได้จากการเข้าร่วมการแข่งขันนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี อย่าง RoboCup ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ที่สามารถคว้าแชมป์อันดับ 1 ของโลก มาแล้วถึง 10 สมัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 300px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1ADpvBsLTYnKG9kulnLNgsruoZh6LtBh7=w300-h300-rw 300w" class="alignnone size-medium wp-image-847219" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1ADpvBsLTYnKG9kulnLNgsruoZh6LtBh7=w300-h300-rw" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรัญ แบล็ทเลอร์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต และหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เล่าให้กับ “บางกอกทูเดย์” ฟังว่า จริงๆ แล้ว ทาง มจพ. มีการพัฒนาเทคโนโลยี ด้านหุ่ยนต์กู้ภัยมาอย่างต่อเนื่อง และมีชื่อเสียงในประเทศไทย มาอย่างยาวนาน</p>
<p>“ขณะที่ในเวลาต่อมา เมื่อญี่ปุ่นตั้งรายการแข่งขัน RoboCub ซึ่งเป็นรายการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เป็น World Championship โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำหุ่นยนต์ที่มนุษย์สร้างขึ้น มาเตะฟุตบอลแข่งกับคนจริงๆ โดยมีการคาดการณ์กันไว้ว่า ภายในปี 2050 หุ่นยนต์จะสามารถชนะ ฟีฟ่าเวิลด์ ซึ่งปัจจุบัน หลายๆ คนจะเห็นได้ว่า ในส่วนของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid) ปัจจุบัน เริ่มมีการทำงานได้เหมือนมนุษย์เข้าไปมากๆ แล้ว” ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ กล่าวด้วยว่า ยังไม่ทันถึง ปี ค.ศ. 2030 นั่นแสดงว่า เราน่าจะมีโอกาสได้เห็นภาพของหุ่นยนต์เตะฟุตบอล อย่างที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน และคาดว่าน่าจะเร็วกว่าที่มีการตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องด้วย วันนี้ เรามีการพัฒนา Semiconductor, Quantum CPU และ AI ที่รวดเร็วขึ้นในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 300px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1uNdGsw9bfMHSEEkPQb6YsgXlJL37vqJ1=w300-h300-rw 300w" class="alignnone size-medium wp-image-847218" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1uNdGsw9bfMHSEEkPQb6YsgXlJL37vqJ1=w300-h300-rw" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p><strong>​</strong><strong>จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากสนามแข่งขัน สู่สนามจริงของภัยพิบัติ</strong></p>
<p>ผศ.ดร.อรัญ บอกด้วยว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการนำมาซึ่งการแข่งขันหุ่นระดับโลก ก็คือ ​เหตุการณ์แผ่นดินไหวและวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ “อาจเรียกได้ว่า เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการโรโบติกส์ เมื่อพื้นที่อันตรายเข้าขั้นวิกฤตจนไม่สามารถส่งมนุษย์เข้าไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เกิดการแข่งขันลีก <strong>RoboCup Rescue (</strong><strong>หุ่นยนต์กู้ภัย)</strong> ขึ้น โดยมีสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ (NIST) ได้เข้ามาจำลองสนามทดสอบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติจริงทั่วโลก”</p>
<p>“ด้วยเหตุนี้ มจพ. ได้มองเห็น Social Impact หรือ ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม จึงเริ่มส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันตั้งแต่ปี 2006 (พ.ศ. 2549) ในนามทีม <strong>iRAP</strong> และประเดิมด้วยการคว้า แชมป์โลกสมัยแรก ณ เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์ จนถึงวันนี้ เราสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ถึง 10 สมัย</p>
<p><strong>จากคำถาม &#8220;แข่งไปทำไม</strong><strong>?&#8221; </strong><strong>สู่การลงปฏิบัติการจริง</strong></p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีมพัฒนามักต้องเจอกับคำถามจากสังคมเสมอว่า <em>“</em><em>ได้แชมป์โลกมาตั้งหลายสมัย แต่ทำไมไม่เคยเห็นนำมาใช้งานจริงในประเทศ</em><em>?” </em>ซึ่งในประเด็นนี้ ผศ.ดร.อรัญ ยอมรับว่า “ในความจริงแล้ว ประเทศไทย ถือว่าเป็นประเทศที่โชคดี ไม่เคยเจอกัยพิบัติร้ายแรงมากนัก ขณะที่เทคโนโลยีบางประเภทของเรา ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ความมั่นคง ที่ไม่สามารถเผยแพร่สู่สาธารณะได้ จึงทำให้ไม่ค่อยมีข่าวเทคโนโลยี หุ่นยนต์ของทางมหาวิทยาลัยเผยแพร่เท่าไรนัก จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มในไทย ทีม มจพ. ก็ได้ส่งทีมงานด้านหุ่นยนต์กู้ภัย เข้าไปในพื้นที่จริงภายในไม่กี่ชั่วโมง เพื่อร่วมปฏิบัติการกู้ภัย ต่อเนื่องยาวนานกว่า 72 ชั่วโมง” ผศ.ดร.อรัญ บอกว่า นั่นจึงอาจถือได้ว่า เป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีหุ่นยนต์กู้ภัยของ มจพ. เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้”</p>
<p>“​นอกจากนี้ เทคโนโลยีของเรา ยังถูกต่อยอดไปช่วยงานความมั่นคงชายแดน โดยที่ผ่านมาเราได้มีการส่งมอบ หุ่นยนต์ตรวจจับและทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ไปให้กับทางกองทัพแล้วอย่างน้อย จำนวน 4 ตัว เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัยแทนทหาร รวมถึง ยังได้มีการส่งหุ่นยนต์เข้าไปสำรวจ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่ ที่มีแก๊สพิษหรือความร้อนสูง ด้วยเหมือนกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 300px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1kmQmxB5zcpJTuquB7bdGofhbDXO4lzrW=w300-h300-rw 300w" class="alignnone size-medium wp-image-847216" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1kmQmxB5zcpJTuquB7bdGofhbDXO4lzrW=w300-h300-rw" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p><strong>​</strong><strong>มจพ. ไม่ได้มุ่งสร้างแค่หุ่นยนต์ แต่เน้นสร้างคน</strong></p>
<p>หนึ่งใน​หัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนของ มจพ.  ผศ.ดร.อรัญ กล่าวว่า ไม่ใช่การตั้งบริษัทเพื่อผลิตหุ่นยนต์ขาย แต่คือ การสร้างคน (Talent Generation) “เรามุ่งเน้นให้นักศึกษาของเรา ลงมือทำจริง โดยให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทางวิศวกรรม ตั้งแต่การออกแบบ ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมควบคุมระบบอัตโนมัติ ก่อนที่จะมีการ ‘กระจายบุคลากร’ ออกไปยังสถานประกอบการ และอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะนักศึกษาของเราเมื่อจบออกไป จะเปรียบเหมือน ‘เมล็ดพันธุ์’ ที่จะไปเติบโตและต่อยอด ในการสร้างเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เพื่อช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ” ซึ่ง ผศ.ดร.อรัญฯ ยังได้กล่าวเสริมด้วยว่า หากเราเน้นแต่ซื้อเทคโนโลยีต่างประเทศเข้ามา หากเกิดวิกฤต หรือ สงคราม เราอาจเกิดการขาดแคลนเทคโนโลยีได้ในอนาคต เพราะถูกจำกัดสิทธิ์ในการซื้อจากประเทศผู้พัฒนาเทคโนโลยี  ดังนั้น การพึ่งพาเทคโนโลยี ที่เป็นของเราเอง จะเป็นรากฐานสำคัญ ในการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี ของประเทศได้</p>
<p>อย่างไรก็ดี ผศ.ดร.อรัญ ทิ้งท้ายไว้ว่า อุปสรรคสำคัญ ของการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ อาจไม่ใช่ “งบประมาณ” แต่เป็นเรื่องของ “ทัศนคติและการเปิดใจ” ของคนในประเทศ “หากจะว่าไป ความเป็นชาตินิยมในการสนับสนุนเทคโนโลยีของไทย ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนให้เทคโนโลยีของไทยเติบโต อย่างยั่งยืน โดยวันนี้ ทาง มจพ. จะยังคงเดินทางพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็น ‘หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid)’ จากฝีมือของเด็กไทยก็ได้<strong>” </strong></p>
<p>&#8230;เพราะวันนี้ มจพ. ไม่ได้หยุดอยู่แค่ การคว้าถ้วยรางวัลแชมป์โลก แต่เป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างรากฐานด้านวิศวกรรมเพื่อส่งต่อบุคลากรทรงคุณค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/20-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%9e-%e0%b8%95%e0%b9%88/">20 ปี หุ่นยนต์กู้ภัย มจพ.ต่อยอดเด็กไทย ความสำเร็จเบื้องหลัง ความมั่นคงของไทย</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AWC โชว์ผลงาน Q2 / 69 กำไรพุ่ง 1,468 ลบ. เตรียมดัน &#8220;AWR&#8221; ลุย REIT 3 หมื่น ล. เสริมแกร่งพอร์ตระยะยาว</title>
		<link>https://bangkok-today.com/awc-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q2-69-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-1468-%e0%b8%a5%e0%b8%9a/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=awc-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-q2-69-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587-1468-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%259a</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[samanyavee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 12:03:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=843482</guid>

					<description><![CDATA[<p>​ในการออกมาเผยผลประกอบการ ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 ของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เรียกได้ว่า เป็นข่าวดีไม่น้อย หลังจากที่พบว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ มีการเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการชูพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุล ทั้งกลุ่มโรงแรม-บริการ และ กลุ่มคอมเมอร์เชียล ที่กวาดรายได้รวมไปกว่า 5,502 ล้านบาท พร้อมสร้างบิ๊กสตอรี่ทางการเงิน เตรียมศึกษาจัดตั้งบริษัท AWR รองรับการตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อแยกบทบาทการพัฒนาและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ภาพรวมผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 ​ทั้งนี้ AWC เรียกได้ว่า ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยวินัยทางการเงิน โดยมีสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่เพียง 0.92 เท่า และมูลค่าสินทรัพย์รวม (GAV) แตะ 224,100 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2569 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/awc-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q2-69-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-1468-%e0%b8%a5%e0%b8%9a/">AWC โชว์ผลงาน Q2 / 69 กำไรพุ่ง 1,468 ลบ. เตรียมดัน &#8220;AWR&#8221; ลุย REIT 3 หมื่น ล. เสริมแกร่งพอร์ตระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>​ในการออกมาเผยผลประกอบการ ประจำไตรมาส 2 ปี 2569 ของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เรียกได้ว่า เป็นข่าวดีไม่น้อย หลังจากที่พบว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ มีการเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการชูพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุล ทั้งกลุ่มโรงแรม-บริการ และ กลุ่มคอมเมอร์เชียล ที่กวาดรายได้รวมไปกว่า 5,502 ล้านบาท พร้อมสร้างบิ๊กสตอรี่ทางการเงิน เตรียมศึกษาจัดตั้งบริษัท AWR รองรับการตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อแยกบทบาทการพัฒนาและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว</p>
<p><strong>ภาพรวมผลการดำเนินงาน ไตรมาส </strong><strong>2/2569</strong><br />
​ทั้งนี้ AWC เรียกได้ว่า ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยวินัยทางการเงิน โดยมีสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่เพียง 0.92 เท่า และมูลค่าสินทรัพย์รวม (GAV) แตะ 224,100 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2569 มีตัวเลขรายได้รวม (Total Revenue) กว่า 5,502 ล้านบาท เติบโต (YpY) อยู่ที่ +5.6% ขณะที่กำไรสุทธิ (Net Profit) อยู่ที่ 1,468 ล้านบาท เติบโตอยู่ที่ +4.6% และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) 2,850 ล้านบาท เติบโต +4.6%</p>
<p><strong>เจาะลึกผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจ</strong><br />
​การเติบโตครั้งนี้ ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ได้​รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มแตะ 2,761 ล้านบาท (+5.7% YoY) มี EBITDA อยู่ที่ 742 ล้านบาท (+9.7% YoY) และอัตรากำไร EBITDA Margin ขยับขึ้นสู่ 26.9% ส่วน ​รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR): อยู่ที่ 3,173 บาท/คืน (+3.2% YoY)</p>
<p>​เช่นเดียวกับ โรงแรมในกรุงเทพฯ RevPAR ได้พลิกกลับมาราบรื่น เติบโตเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 12 เดือน (+7.4% YoY)<br />
​ส่วนโรงแรมต่างจังหวัด มีการขยายตัวโดดเด่น นำโดย พัทยา (+169% YoY) จากการรับรู้ผลงานโรงแรมใหม่ 2 แห่ง, เชียงใหม่ (+31% YoY) จากนักท่องเที่ยวจีนและตลาดระยะใกล้, เกาะสมุย (+10% YoY) และ หัวหิน (+3% YoY)</p>
<p>นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) ก็มีการสร้างรายได้รวม 900 ล้านบาท (+7.3% YoY) โดยมีไฮไลต์คือ EA Rooftop at The Empire ทำรายได้ 116 ล้านบาท (+32.3% YoY)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 1200px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w320-h180-rw 320w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w480-h270-rw 480w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w640-h360-rw 640w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w720-h405-rw 720w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w768-h432-rw 768w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w960-h540-rw 960w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w1080-h608-rw 1080w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w1200-h675-rw 1200w" class="alignnone wp-image-843485 size-large" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1vejVbdMnbMCKe84iRXlX5_P-CUDmScO1=w1200-h675-rw" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล (</strong><strong>Commercial &amp; Retail)</strong></p>
<p>จากการเดินหน้าตามกลยุทธ์ AWC&#8217;s Lifestyle Destination ส่งผลให้สามารถดันรายได้กลุ่มคอมเมอร์เชียลขึ้นสู่ 2,517 ล้านบาท (+13.4% YoY) และมีรายได้จากการดำเนินงาน (ไม่รวมกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม) อยู่ที่ 1,136 ล้านบาท (+14.0% YoY)</p>
<p>โดยเฉพาะ ​เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งถือเป็นแฟลกชิปสำคัญที่ดึงดูดทราฟฟิกพุ่งขึ้น 36% YoY ผ่านการเปิดตัวแอตแทรคชันระดับโลก เช่น Jurassic World: The Experience, SkyFlyers: Wings of Garudapterus และ Better World Better Future ณ Hatch Dome ส่งผลให้หนุนรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6.3% ส่วน ​คอมมูนิตี้ชอปปิงมอลล์ มีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เพิ่มขึ้น 13.3% YoY และค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.4% YoY และ ​อาคารสำนักงาน ก็เรียกว่ามีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 2.8% YoY จากการดึงดูดผู้เช่าเกรดคุณภาพ</p>
<p><strong>ยุทธศาสตร์ใหม่: ดัน &#8220;</strong><strong>AWR&#8221; </strong><strong>ตั้งกอง </strong><strong>REIT 3</strong><strong> หมื่นล้านบาท</strong></p>
<p>หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของบริษัทฯ ในปี 2569 คือ AWC ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้ง บริษัท AWR เพื่อแยกโครงสร้างบทบาทการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน โดย ​AWC (Developer) จะมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญหลักในการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พัฒนาโครงการใหม่ๆ เข้าสู่พอร์ต ส่วน ​AWR (Asset Holder/REIT) จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มถือครองและบริหารจัดการทรัพย์สินที่เปิดดำเนินการแล้วและมีกระแสเงินสดมั่นคง (เน้นรูปแบบ Freehold)</p>
<p>ในส่วนของ​แผนการเสนอขาย IPO กอง REIT นั้น บริษัทฯ คาดว่าจะเสนอขายหน่วยทรัสต์ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ด้วยขนาดกองทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท รองรับทั้งนักลงทุนในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคล่องตัวในการบริหารเงินทุน และสนับสนุนภาพลักษณ์เชิงบวกต่อตลาดทุนไทย</p>
<p><strong>แผนขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง (</strong><strong>H2/2569) </strong><strong>และโครงการในอนาคต</strong></p>
<p>อย่างไรก็ดี ทางด้าน นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC ได้ออกมายืนยันเดินหน้าเปิดตัวโครงการแลนด์มาร์คระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อหมุนเวียนและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่พอร์ตโฟลิโอ ด้วยการ​เตรียมเปิดตัวโรงแรม Fairmont Bangkok Sukhumvit และ Moxy Pattaya The Aquatique (ร่วมมือกับ Marriott International)</p>
<p>พร้อมกับการผนึก​ความร่วมมือระดับโลก กับ Universal Destinations &amp; Experiences พัฒนา &#8220;Kung Fu Panda&#8221; (เยาวราช) และ &#8220;DreamWorks Water Park&#8221; (พัทยา) รวมถึงการ​ร่วมมือกับ EMM Williams Productions เตรียมเปิดตัว &#8220;AvatarL: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK™&#8221; ณ เอเชียทีค (กำหนดเปิดปี 2570) ตลอดจน ​โครงการ เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ MONA Bangkok ร่วมกับสถาบันศิลปะจากออสเตรเลียด้วย /-</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/awc-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-q2-69-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-1468-%e0%b8%a5%e0%b8%9a/">AWC โชว์ผลงาน Q2 / 69 กำไรพุ่ง 1,468 ลบ. เตรียมดัน &#8220;AWR&#8221; ลุย REIT 3 หมื่น ล. เสริมแกร่งพอร์ตระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจนจิรา อินทร์คง เปลี่ยน “โกโก้นครศรีฯ” เป็นทองคำสร้างมูลค่า</title>
		<link>https://bangkok-today.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2587-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[samanyavee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 06:19:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=841218</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพูดถึง “โกโก้” หรือ “ช็อกโกแลต” เชื่อว่า หลายคนน่าจะนึกถึง แบรนด์ต่างประเทศ ที่มีรสชาติอร่อย และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่รู้หรือไม่ว่า “โกโก้” หรือ “ช็อกโกแลต” ที่อร่อยที่สุด อยู่ในประเทศไทยของเรานี่เอง &#8220;Rose Cocoa Garden&#8221; ศูนย์เรียนรู้คราฟต์ช็อกโกแลต ในจังหวัด นครศรีธรรมราช เรียกได้ว่า เป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้เราต้องหันกลับมามอง พืชท้องถิ่น แห่งนี้อีกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่แค่พืชธรรมดา แต่ถือเป็นพืชที่กำลังสร้างมูลค่าเพิ่มแบบครบวงจร ให้กับเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยมีคุณน้ำผึ้ง-เจนจิรา อินทร์คง เจ้าของศูนย์เรียนรู้ “Rose Cocoa Garden&#8221; (โลสโกการ์เด้น) จังหวัดนครศรีธรรมราช” และเป็นผู้เปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรในชุมชนให้กลายเป็น &#8220;ทองคำมีชีวิต&#8221; ที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในท้องถิ่น มาบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจ ที่กำลังสร้างชื่อให้กับวงการคราฟช็อกโกแลต ในประเทศไทย มาบอกเล่า เรื่องราวให้ฟังกัน ​จากความหลงใหล สู่ศูนย์เรียนรู้คราฟต์ช็อกโกแลต คุณน้ำผึ้ง – เจนจิรา อินทร์คงเล่า​จุดเริ่มต้นของ Rose Cocoa Garden ว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/">เจนจิรา อินทร์คง เปลี่ยน “โกโก้นครศรีฯ” เป็นทองคำสร้างมูลค่า</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากพูดถึง “โกโก้” หรือ “ช็อกโกแลต” เชื่อว่า หลายคนน่าจะนึกถึง แบรนด์ต่างประเทศ ที่มีรสชาติอร่อย และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่รู้หรือไม่ว่า “โกโก้” หรือ “ช็อกโกแลต” ที่อร่อยที่สุด อยู่ในประเทศไทยของเรานี่เอง</p>
<p>&#8220;Rose Cocoa Garden&#8221; ศูนย์เรียนรู้คราฟต์ช็อกโกแลต ในจังหวัด นครศรีธรรมราช เรียกได้ว่า เป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้เราต้องหันกลับมามอง พืชท้องถิ่น แห่งนี้อีกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่แค่พืชธรรมดา แต่ถือเป็นพืชที่กำลังสร้างมูลค่าเพิ่มแบบครบวงจร ให้กับเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยมีคุณน้ำผึ้ง-เจนจิรา อินทร์คง เจ้าของศูนย์เรียนรู้ “Rose Cocoa Garden&#8221; (โลสโกการ์เด้น) จังหวัดนครศรีธรรมราช” และเป็นผู้เปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรในชุมชนให้กลายเป็น &#8220;ทองคำมีชีวิต&#8221; ที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในท้องถิ่น มาบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจ ที่กำลังสร้างชื่อให้กับวงการคราฟช็อกโกแลต ในประเทศไทย มาบอกเล่า เรื่องราวให้ฟังกัน</p>
<p>​<strong>จากความหลงใหล สู่ศูนย์เรียนรู้คราฟต์ช็อกโกแลต</strong></p>
<p>คุณน้ำผึ้ง – เจนจิรา อินทร์คงเล่า​จุดเริ่มต้นของ Rose Cocoa Garden ว่า เกิดจากการเห็นคุณค่าของผลโกโก้ที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช “เราเริ่มศึกษาขั้นตอนการทำคราฟต์ช็อกโกแลต (Craft Chocolate) อย่างจริงจัง ตั้งแต่การรับซื้อผลสดจากเกษตรกรในราคาประมูลง่ายต่อชุมชน (ประมาณ 8–10 บาท/กก.) แล้วนำมาผ่านกระบวนการหมัก แปรรูป และเผยแพร่ความรู้ผ่านโลกออนไลน์ จนได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม” จนทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกศูนย์เรียนรู้โกโก้ในภาคใต้ ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนหลายรายกลับไปสร้างแบรนด์ช็อกโกแลตของตัวเองจนคว้าเวทีรางวัลระดับโลก</p>
<p>เธอเล่าด้วยว่า ​ปัจจุบัน Rose Cocoa Garden ได้ขยายพื้นที่มายัง อ.ปากพนัง เพื่อสร้างศูนย์เรียนรู้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว คณะดูงาน (MICE) และผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบครบวงจร “​โกโก้ 1 ผล เท่ากับ ทองคำแปรรูปได้ Zero Waste” ซึ่งเธอเล่าด้วยว้า  เสน่ห์ของโกโก้ คือ สามารถนำมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าได้ทุกส่วนโดยไม่เหลือทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น ​เปลือกโกโก้ ก็สามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ หรือสกัดเป็นไซรัปสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 1200px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w320-h180-rw 320w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w480-h270-rw 480w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w640-h360-rw 640w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w720-h405-rw 720w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w768-h432-rw 768w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w960-h540-rw 960w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w1080-h608-rw 1080w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w1200-h675-rw 1200w" class="alignnone wp-image-841221 size-large" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1fSp8YfhUTtw--MgsDVXRXCYBwQxCIyoh=w1200-h675-rw" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p><strong>สรรพคุณจาก ผลโกโก้</strong></p>
<p>“ส่วน​ปุยขาวรอบเมล็ด (Mucilage) สามารถนำมาคั้นเป็นน้ำโกโก้สด (Cacao Juice) เพิ่มมูลค่าทำเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย หรือไอศกรีมรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัว ส่วน​เมล็ดโกโก้ ยังนำไปคั่วและบด แปรรูปเป็นช็อกโกแลตแท้ เบเกอรี่ และเครื่องดื่มเข้มข้น แม้แต่ ​ไขมันโกโก้ (Cocoa Butter) ก็ยังนำไปต่อยอดในกลุ่มยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ ได้อีกด้วย”</p>
<p>“​นอกจากมูลค่าทางเศรษฐกิจ ช็อกโกแลตแท้ ยังมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) สูง ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย หลั่งสารความสุข ตื่นตัว ผิวพรรณดี และมีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย” คุณน้ำผึ้งอธิบาย</p>
<p>​<strong>เปิดประสบการณ์เวิร์กช็อป เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม</strong></p>
<p>​สำหรับนักท่องเที่ยว ที่มาเยือน Rose Cocoa Garden ไม่เพียงจะได้สัมผัสวิถีการทำช็อกโกแลต ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ การเดินชมสวน เก็บผลโกโก้สด ชิมเนื้อปุยขาวจากลูกสดๆ เข้าสู่กระบวนการคั่ว การแกะเปลือก การบด (Tempering) และลงมือทำ &#8220;ช็อกโกแลตบาร์&#8221; ฝีมือตัวเองกลับบ้าน ด้วย<br />
​นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ ยังถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับเส้นทางการท่องเที่ยวหลักของ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปสักการะวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือขอพรวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) แล้ว ก็สามารถแวะมาผ่อนคลายที่ อ.ปากพนัง นั่งจิบโกโก้เย็นๆ สัมผัสวิถีชีวิตลุ่มน้ำ ชิมส้มโอทับทิมสยาม (พืช GI ขึ้นชื่อ) และเรียนรู้แนวคิดการจัดการน้ำตามโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9<br />
​<strong>การยอมรับจากต่างชาติ และเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>กระนั้นก็ตาม จากการพูดคุย กับคุณน้ำผึ้ง ทำให้ทราบด้วยว่า ​รสชาติและเอกลักษณ์ (Flavor Notes) ของโกโก้นครศรีธรรมราช กำลังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศ แร่ธาตุในดิน และความพิถีพิถันในกระบวนการหมักแบบคราฟต์ ทำให้มีคำสั่งซื้อทั้งเมล็ดดิบ และ Cacao Mass จากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่ง ผลผลิตทางการเกษตร ที่กำลังเข้ามาช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในชุมชน โดยที่ผ่านมา มีการส่งมอบผลผลิตไปยังผู้รับซื้อในต่างประเท่ศครั้งละ 1–2 ตัน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ได้อย่างมากทีเดียว</p>
<p>ผู้สนใจ สามารถ​สนใจเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปกับ ศูนย์เรียนรู้ “Rose Cocoa Garden&#8221; (โลสโกการ์เด้น) จังหวัดนครศรีธรรมราช” ได้ที่ ​Facebook Page: Rose Cocoa Garden (โลสโกการ์เด้น) หรือ ติดต่อเบอร์โทรศัพท์ : 064-697-4659</p>
<p>&#8212;</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/">เจนจิรา อินทร์คง เปลี่ยน “โกโก้นครศรีฯ” เป็นทองคำสร้างมูลค่า</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EXIM BANK เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน รับกติกาการค้าโลกยุคใหม่</title>
		<link>https://bangkok-today.com/exim-bank-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=exim-bank-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[porntep]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:57:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=839855</guid>

					<description><![CDATA[<p>EXIM BANK เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน รับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าสู่ธุรกิจสีเขียว ท่ามกลางทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs จำเป็นต้องยกระดับการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนด ESG ที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในตลาดโลก โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ EXIM BANK ได้จัดงานเสวนา “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางกฎระเบียบการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยมีนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติภายใต้แบรนด์ Gracz นางสาววรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ และนายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ EXIM [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/exim-bank-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2/">EXIM BANK เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน รับกติกาการค้าโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EXIM BANK เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน </strong><br />
<strong>รับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าสู่ธุรกิจสีเขียว</strong><br />
<strong>ท่ามกลางทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ผู้ประกอบการไทย </strong></p>
<p>โดยเฉพาะ SMEs จำเป็นต้องยกระดับการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนด ESG ที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-839860 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812-1140x760.jpg 1140w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441410812.jpg 1567w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ EXIM BANK ได้จัดงานเสวนา “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางกฎระเบียบการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยมีนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย<br />
นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติภายใต้แบรนด์ Gracz นางสาววรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ และนายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่</p>
<p>นายชลัช กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมูลค่าส่งออกมีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 40% ของการส่งออกไทย กำลังส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดย EU ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้ European Green Deal และมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมแล้วกว่า 3,400 มาตรการ อาทิ กฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กฎหมายว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) และข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของภาคธุรกิจ (CSRD) ขณะที่สหรัฐฯ และจีนก็มีการพัฒนามาตรการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนเช่นเดียวกัน</p>
<p>แนวโน้มดังกล่าวทำให้การเตรียมความพร้อมด้าน ESG กลายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่กระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การจัดหาวัตถุดิบ การใช้พลังงาน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แม้การปรับตัวจะมาพร้อมต้นทุนและความท้าทาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ประกอบการที่สามารถยกระดับการดำเนินธุรกิจได้เร็วและมีข้อมูล ESG ที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ย่อมมีโอกาสสร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้า ขยายโอกาสทางการค้า และเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-839861 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663-1140x760.jpg 1140w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411663.jpg 1567w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /><br />
นางสาววรมน กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทำตลาดใน EU การทำความเข้าใจข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกฎระเบียบ PPWR ซึ่งครอบคลุมการกำกับดูแลบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามพัฒนาการของกฎหมายและข้อกำหนดทางเทคนิคอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับมาตรฐานสินค้า และวางแผนธุรกิจให้สอดรับกับทิศทางด้านความยั่งยืน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงกับตลาด EU และห่วงโซ่อุปทานโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-839862 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025-1140x760.jpg 1140w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412025.jpg 1567w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ในมุมของภาคธุรกิจ นพ.วีรฉัตร กล่าวว่า ปัญหาขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นแรงผลักดันให้ภาคเอกชนต้องเร่งสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน โดย GRACZ พัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ชานอ้อย ไผ่ ฟางข้าว และเปลือกทุเรียน ซึ่งสามารถย่อยสลายได้และไม่ใช้การเคลือบพลาสติก สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และทิศทางกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก โดยเฉพาะ PPWR ของ EU สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม แต่สามารถเป็นปัจจัยสร้างความได้เปรียบและเป็น “License to Trade” ที่ช่วยเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศ</p>
<p>นายอิทธิพล กล่าวว่า แม้ข้อกำหนดการรายงานข้อมูลความยั่งยืนภายใต้ CSRD ของ EU อาจยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทยส่วนใหญ่ในระยะสั้น แต่ผู้ประกอบการมีโอกาสได้รับผลกระทบผ่านคู่ค้าใน EU ซึ่งต้องการข้อมูล ESG จากบริษัทต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK จึงเตรียมพัฒนาบริการเพื่อช่วยเหลือ SMEs และผู้ส่งออกที่เป็นลูกค้าของธนาคารในการจัดเตรียมข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืน ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้นำเข้าและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดทางการค้า และต่อยอดไปสู่การเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวและสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-839863 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291-1140x760.jpg 1140w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441411291.jpg 1567w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ทั้งนี้ EXIM BANK ได้เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อเสริมทั้งองค์ความรู้<br />
แหล่งเงินทุน และกลไกสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด อาทิ สินเชื่อ EXIM Solar D-Carbon และสินเชื่อ Green X Transformation เพื่อสนับสนุนการลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี รวมถึงการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในภาคธุรกิจ โดย SMEs สามารถขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.75% ต่อปีใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 100 ล้านบาท และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p>นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเงินทุน EXIM BANK ยังส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) แบบแผนงานของ EXIM BANK รวมทั้งร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผลักดันการใช้ระบบ SET Carbon ภายใต้โครงการ EXIM Know Your Carbon</p>
<p>โดยผู้ประกอบการที่ใช้สินเชื่อกับ EXIM BANK และจัดทำรายงานผ่านระบบดังกล่าว จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้</p>
<p>“EXIM BANK มุ่งหวังให้การยกระดับขีดความสามารถด้าน ESG ของผู้ประกอบการไทยเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความพร้อมรับมือกับกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยการปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากข้อกำหนดใหม่ของตลาดต่างประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้า ขยายตลาด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคส่งออกไทย ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายชลัช กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-839865 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322-1140x760.jpg 1140w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/08/1786441412322.jpg 1567w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/exim-bank-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2/">EXIM BANK เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน รับกติกาการค้าโลกยุคใหม่</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนตรนภา ศรีสมัย ‘สตาร์บัคส์’ รุกฆาตตลาดกาแฟ 6.5 หมื่นล้าน</title>
		<link>https://bangkok-today.com/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b1/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[samanyavee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2026 10:50:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=835954</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลาง ตลาดกาแฟไทย ที่ปัจจุบันมีมูลค่า 65,000 ล้านบาท กำลังระอุ ล่าสุด สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ก็ได้ออกมาประกาศทิศทางกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2569 หวังรักษาบัลลังก์ผู้นำตลาดกาแฟ โดยผ่าน 4 แนวทางหลัก ไม่ว่าจะเป็น Local Innovation (นวัตกรรมตอบโจทย์ท้องถิ่น), Digital Engagement (เชื่อมโยงดิจิทัล), Brand Differentiation (ความแตกต่างของแบรนด์) และ Community Impact (การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน) ที่กำลังสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาแค่ &#8220;รสชาติ&#8221; แต่ให้คุณค่ากับ &#8220;ประสบการณ์และจุดยืนของแบรนด์&#8221; ​คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยกลยุทธ์นับจากนี้จะเป็นการผสานความแข็งแกร่งระดับโลกเข้ากับความเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่อุตสาหกรรมกาแฟไทย ​4 กลยุทธ์เจาะตลาดคอกาแฟยุคใหม่ของ สตาร์บัคส์ ​สำหรับ “กลยุทธ์” ที่ทาง สตาร์บัคส์ เตรียมนำมาสร้างความแข็งแกร่ง ในครั้งนี้ ทางกรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย อธิบายว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b1/">เนตรนภา ศรีสมัย ‘สตาร์บัคส์’ รุกฆาตตลาดกาแฟ 6.5 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลาง ตลาดกาแฟไทย ที่ปัจจุบันมีมูลค่า 65,000 ล้านบาท กำลังระอุ ล่าสุด สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ก็ได้ออกมาประกาศทิศทางกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2569 หวังรักษาบัลลังก์ผู้นำตลาดกาแฟ โดยผ่าน 4 แนวทางหลัก ไม่ว่าจะเป็น Local Innovation (นวัตกรรมตอบโจทย์ท้องถิ่น), Digital Engagement (เชื่อมโยงดิจิทัล), Brand Differentiation (ความแตกต่างของแบรนด์) และ Community Impact (การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน) ที่กำลังสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาแค่ &#8220;รสชาติ&#8221; แต่ให้คุณค่ากับ &#8220;ประสบการณ์และจุดยืนของแบรนด์&#8221;</p>
<p>​คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยกลยุทธ์นับจากนี้จะเป็นการผสานความแข็งแกร่งระดับโลกเข้ากับความเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่อุตสาหกรรมกาแฟไทย</p>
<p><strong>​4</strong><strong> กลยุทธ์เจาะตลาดคอกาแฟยุคใหม่ของ สตาร์บัคส์</strong></p>
<p>​สำหรับ “กลยุทธ์” ที่ทาง สตาร์บัคส์ เตรียมนำมาสร้างความแข็งแกร่ง ในครั้งนี้ ทางกรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย อธิบายว่า กลุยทธ์ทางการตลาดในวันนี้ ประกอบด้วย เรื่องของ นวัตกรรมเมนูที่เป็นการเพิ่มทางเลือก ในราคาจับต้องได้ “​สตาร์บัคส์มีการขับเคลื่อนการเติบโตผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น (Localization) และการขยายฐานลูกค้าออกมา  อย่างเช่น ​Durian Series ซึ่งเร็วๆ นี้ เราเตรียมเปิดตัวเมนูเครื่องดื่ม ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย ซึ่งหวังว่า จะประสบความความสำเร็จไม่แพ้ซีรีส์น้ำตาลโตนด”</p>
<p>“หรือจะเป็น เมนูอย่าง Starbucks Es Yen และ Iced Shaken Chocolate ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า แต่ยังคงมาตรฐานพรีเมียม นอกจากนี้ ​Starbucks® Aerocano ที่นำเข้านวัตกรรมเครื่องดื่มระดับโลกเปิดตัวในไทยเป็นที่แรกๆ ของภูมิภาค เพื่อตอกย้ำว่า ไทยคือ Strategic Market”</p>
<p>“ไม่เพียงเท่านั้น สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังได้จับมือกับ POP MART เตรียมปล่อยคอลเลกชันลิมิเต็ด Starbucks® l POP MART MOLLY ทั้งเครื่องดื่มและไลฟ์สไตล์ไอเทม หวังขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และนักสะสม” กรรมการผู้จัดการฯ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 1200px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w320-h180-rw 320w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w480-h270-rw 480w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w640-h360-rw 640w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w720-h405-rw 720w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w768-h432-rw 768w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w960-h540-rw 960w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w1080-h608-rw 1080w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w1200-h675-rw 1200w" class="alignnone wp-image-835957 size-large" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1fAJEdV3ccQrS8emqA9CBmvbsQogocgrg=w1200-h675-rw" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p><strong>ดิจิทัลไฮสปีด ทลายกรอบ </strong><strong>Omni-Channel</strong><br />
​เป็นอีกกลยุทธ์ ที่จะมาช่วยเพิ่มความถี่ในการใช้บริการและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) โดยผ่านระบบนิเวศดิจิทัล “เราได้นำเอา Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบรายบุคคล เพื่อส่งมอบข้อเสนอและโปรโมชันที่ตรงใจมากขึ้น รวมถึง ยังได้ ยกระดับฟีเจอร์ Mobile Order &amp; Pay พร้อมจับมือพันธมิตรเดลิเวอรีชั้นนำอย่าง Grab และ LINE MAN เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับระบบสมาชิก Starbucks® Rewards ดันสัดส่วนยอดขายดิจิทัลให้เติบโตต่อเนื่อง”</p>
<p><strong>ย้ำจุดขาย &#8220;</strong><strong>Third Place&#8221; </strong><strong>ในยุค </strong><strong>Hybrid Work</strong></p>
<p>ในยุคที่การทำงานแบบไฮบริดกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ สตาร์บัคส์เดินหน้าด้วยการดีไซน์ร้านค้าให้ตอบโจทย์การเป็นพื้นที่แห่งที่สาม (Third Place) นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน เพื่อเป็นจุดหมายสำหรับการทำงาน พักผ่อน และสังสรรค์ตลอดวัน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานบริการของบาริสต้า<br />
​<strong>Eco-System &amp; Community Sustainable</strong><br />
​สตาร์บัคส์ มองว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่ตัวเลขผลประกอบการ แต่ต้องมองไปที่ ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ด้วย เรียกได้ว่า เป็นอีกกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยผ่าน ​Greener Stores หรือการขยายสาขาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานลดการใช้พลังงานและน้ำ ร่วมกับ WWF รวมไปถึง แนวคิด ​Eco-Conscious ที่ให้ลูกค้าชาวไทยมีส่วนร่วม ในการนำแก้วส่วนตัวมาใช้ ซึ่งที่ผ่านมา มีการเข้าร่วมไปแล้วกว่า 36 ล้านครั้ง ช่วยลดแก้วใช้ครั้งเดียว”</p>
<p>นอกจากนี้ ทางสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังได้นำแนวคิด ​Food Sharing &amp; Farmers Support มาใช้ ด้วยการส่งต่ออาหารส่วนเกิน ผ่านโครงการ FoodShare (มูลนิธิ SOS) ไปแล้วกว่า 315,000 มื้อ และประกาศจับมือระยะยาว 3 ปีกับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDF) ในโครงการ Coffee Farm Exchange Program ดึงผู้เชี่ยวชาญจากอินโดนีเซียมาช่วยเกษตรกรไทยภาคเหนือรับมือกับ Climate Change เพื่อความยั่งยืนของซัพพลายเชนกาแฟ</p>
<p>อย่างไรก็ดี วันนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีเครือข่ายสาขาทั้งหมด 574 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งการขยับทัพในครึ่งหลังของปี 2569 นี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่ไม่ได้มองแค่เกมการแข่งขันด้านราคา แต่เป็นการยกระดับ Value Chain ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ (เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ) กลางน้ำ (นวัตกรรมเมนูและดิจิทัลแพลตฟอร์ม) ไปจนถึงปลายน้ำ (ความยั่งยืนและชุมชน) ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดกาแฟพรีเมียมของไทยอย่างมั่นคง /-</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b1/">เนตรนภา ศรีสมัย ‘สตาร์บัคส์’ รุกฆาตตลาดกาแฟ 6.5 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EXIM BANK ผนึกพันธมิตรจัด HALAL BRIDGE Program 2026 เปิดประตู SMEs ไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก</title>
		<link>https://bangkok-today.com/exim-bank-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-halal-bridge-program-2026-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=exim-bank-%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594-halal-bridge-program-2026-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[porntep]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2026 07:44:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=833740</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูง หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองคือ “ตลาดฮาลาลโลก” ซึ่งมีผู้บริโภคมุสลิมมากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง การกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตและลดความเสี่ยงทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว ดร.มีนา ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นางสาวแอนเจลา อังเกรนี่ ซูโวโน อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายเศรษฐกิจและ UN-ESCAP สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายฮาร์ดี้ จันดรา ประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce: INTCC) นางสาวพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ ฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “Export Tools for SMEs” ภายใต้โครงการ HALAL BRIDGE [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/exim-bank-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-halal-bridge-program-2026-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4/">EXIM BANK ผนึกพันธมิตรจัด HALAL BRIDGE Program 2026 เปิดประตู SMEs ไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูง หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองคือ “ตลาดฮาลาลโลก” </strong></p>
<p>ซึ่งมีผู้บริโภคมุสลิมมากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง การกระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตและลดความเสี่ยงทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว<br />
ดร.มีนา ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)</p>
<p>นางสาวแอนเจลา อังเกรนี่ ซูโวโน อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายเศรษฐกิจและ UN-ESCAP สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายฮาร์ดี้ จันดรา ประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce: INTCC) นางสาวพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ ฝ่ายสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมภาคเอกชน โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “Export Tools for SMEs” ภายใต้โครงการ HALAL BRIDGE Program 2026</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-833742 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-1620x1080.jpg 1620w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-2048x1365.jpg 2048w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664244-1140x760.jpg 1140w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ซึ่ง EXIM BANK ร่วมกับ ITAP ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดฮาลาลและตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานและการรับรอง การสร้างแบรนด์ การเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ณ โรงแรมจูบิลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569<br />
HALAL BRIDGE Program 2026 มุ่งสร้าง Business Ecosystem ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เครือข่ายธุรกิจ และแหล่งเงินทุน</p>
<p>เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้า ยกระดับมาตรฐาน สร้างแบรนด์ ขยายตลาด และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจกับคู่ค้าในต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรในการส่งเสริมการวิจัยตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา</p>
<p>ในฐานะ Export Co-pilot EXIM BANK พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกขั้นตอนของการเติบโต ตั้งแต่การประเมินศักยภาพธุรกิจ การให้คำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ การวางกลยุทธ์ขยายตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ไปจนถึงการสนับสนุนสินเชื่อ ประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า เพื่อสร้าง “สะพานแห่งโอกาส” ให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดฮาลาลและตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-833743 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-1620x1080.jpg 1620w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-2048x1365.jpg 2048w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664501-1140x760.jpg 1140w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>นายดอนนี โยกันโตโร เลขาธิการหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) 5.61% ในไตรมาสแรกของปี 2569 และเป็นประเทศที่ได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย</p>
<p>ปัจจุบันอินโดนีเซียมีประชากรมากกว่า 290 ล้านคน และมีชนชั้นกลางกว่า 45 ล้านคนที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าพรีเมียม สินค้าฮาลาล และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ขณะเดียวกัน ประเทศยังมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 212 ล้านคน และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ประมาณ 180 ล้านคน ทำให้ช่องทาง Digital Marketing, Social Commerce และ E-Commerce เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค</p>
<p>โอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดอินโดนีเซียครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเครื่องดื่มฮาลาล เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริการดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)<br />
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและมาตรฐานอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการรับรองฮาลาล การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานอาหารและยาของอินโดนีเซีย (BPOM) และมาตรฐานแห่งชาติอินโดนีเซีย (SNI) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-833745 aligncenter" src="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-300x200.jpg" alt="" srcset="https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-300x200.jpg 300w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-1620x1080.jpg 1620w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-768x512.jpg 768w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-1536x1024.jpg 1536w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-2048x1365.jpg 2048w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-600x398.jpg 600w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-750x500.jpg 750w, https://bangkok-today.com/wp-content/uploads/2026/07/1784619664586-1140x760.jpg 1140w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศคือ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นางปานรดา คุวานนท์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กองส่งเสริมพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศเป้าหมายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดโลก</p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยเป็นภาคีพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) ทำให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อรับความคุ้มครองในหลายประเทศผ่านการยื่นคำขอเพียงครั้งเดียวกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ช่วยลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ</p>
<p>ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในตลาดฮาลาล สามารถขอรับคำปรึกษาและบริการทางการเงินจาก EXIM BANK ได้ที่ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือ Facebook “EXIM Bank of Thailand” โดย EXIM BANK พร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการยกระดับศักยภาพธุรกิจ บริหารความเสี่ยง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/exim-bank-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-halal-bridge-program-2026-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4/">EXIM BANK ผนึกพันธมิตรจัด HALAL BRIDGE Program 2026 เปิดประตู SMEs ไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>West Pharmaceutical Services ลุยตลาดไทยเต็มสูบ รับเทรนด์ ‘Advanced Biopharma’</title>
		<link>https://bangkok-today.com/west-pharmaceutical-services-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%9a-%e0%b8%a3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=west-pharmaceutical-services-%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%259a-%25e0%25b8%25a3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[samanyavee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 08:29:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Interviews]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://bangkok-today.com/?p=833790</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการประกาศเปิดตัวระบบกระบอกฉีดยาแบบเติมสำเร็จ West Synchrony (PFS)  ระบบเข็มฉีดยาพร้อมใช้ ยกระดับซัพพลายเชนการแพทย์ระดับโลก ของบริษัท เวสต์ ฟาร์มาซูติคอล เซอร์วิสเซส อิงค์ ผู้นำนวัตกรรมสำหรับการบริหารยาฉีดระดับโลก ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 100 ปี ในงาน CPHI Southeast Asia ณ กรุงเทพมหานคร ล่าสุด ประกาศเดินหน้าการเติบโตในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยปักหมุดประทศไทย ให้เป็นหนี่งในยุทธศาสตร์สำคัญ ผู้บริหารคนสำคัญ “Maha Elkharbotly รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ Michael Ho ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ กลุ่ม Biologics และ Glass Systems ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยอมรับประเทศไทย หลังจากที่เล็งเห็นถึง ศักยภาพการทรานส์ฟอร์มจากศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Healthcare Tourism Hub) สู่การเป็นฮับด้านชีวเภสัชภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Biopharmaceutical Hub) ในภูมิภาค พร้อมกับการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมล่าสุด “West Synchrony (PFS)” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/west-pharmaceutical-services-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%9a-%e0%b8%a3/">West Pharmaceutical Services ลุยตลาดไทยเต็มสูบ รับเทรนด์ ‘Advanced Biopharma’</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการประกาศเปิดตัวระบบกระบอกฉีดยาแบบเติมสำเร็จ West Synchrony (PFS)  ระบบเข็มฉีดยาพร้อมใช้ ยกระดับซัพพลายเชนการแพทย์ระดับโลก ของบริษัท เวสต์ ฟาร์มาซูติคอล เซอร์วิสเซส อิงค์ ผู้นำนวัตกรรมสำหรับการบริหารยาฉีดระดับโลก ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 100 ปี ในงาน CPHI Southeast Asia ณ กรุงเทพมหานคร ล่าสุด ประกาศเดินหน้าการเติบโตในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยปักหมุดประทศไทย ให้เป็นหนี่งในยุทธศาสตร์สำคัญ</p>
<p>ผู้บริหารคนสำคัญ “Maha Elkharbotly รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ Michael Ho ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ กลุ่ม Biologics และ Glass Systems ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยอมรับประเทศไทย หลังจากที่เล็งเห็นถึง ศักยภาพการทรานส์ฟอร์มจากศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Healthcare Tourism Hub) สู่การเป็นฮับด้านชีวเภสัชภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Biopharmaceutical Hub) ในภูมิภาค</p>
<p>พร้อมกับการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมล่าสุด “West Synchrony (PFS)” ระบบเข็มฉีดยาประเภทพร้อมฉีด (Prefilled Syringe) แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การรักษาพยาบาลที่บ้าน (Home Care) และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยากลุ่ม Biologics และ GLP-1</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 1200px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w320-h180-rw 320w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w480-h270-rw 480w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w640-h360-rw 640w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w720-h405-rw 720w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w768-h432-rw 768w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w960-h540-rw 960w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w1080-h608-rw 1080w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w1200-h675-rw 1200w" class="alignnone wp-image-833798 size-large" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1srCFoU18Vq8xNSj4rjYv7avDEhsFxkET=w1200-h675-rw" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p>​<strong>ส่องความยักษ์ใหญ่ของ </strong><strong>West </strong><strong>ผู้อยู่เบื้องหลังความปลอดภัยของวัคซีนระดับโลก</strong></p>
<p>บริษัท เวสต์ ฟาร์มาซูติคอล เซอร์วิสเซส อิงค์ อาจเรียกได้ว่า เป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมยาและสาธารณสุขโลก โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 1 แสนล้านบาท มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน และโรงงานผลิต 26 แห่งทั่วโลก โดยอยู่ในเอเชียแปซิฟิก 4 แห่ง ได้แก่ สิงคโปร์ อินเดีย และจีน 2 แห่ง โดยผลิตชิ้นส่วนและบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่งยามากกว่า 40,000 ล้านชิ้นต่อปี โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นผู้ผลิตฝาปิด ขวดยา และลูกสูบไซริงค์ให้กับวัคซีนโควิด-19 เกือบทั้งหมดในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ บริษัท คาดการณ์ว่า จะสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,300 ล้านเหรียญฯ ในปี 2026 และบริษัท ฯ ยังจะมีอัตราการเติบโตอีกกว่า 10%</p>
<p><strong>3</strong><strong> เมกะเทรนด์ขับเคลื่อนการแพทย์ชีวภาพขั้นสูง (</strong><strong>Advanced Biologics)</strong></p>
<p>รองประธาน และผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ บริษัท เวสต์ ฯ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยากำลังเปลี่ยนผ่านจากโมเลกุลแบบดั้งเดิม (Simple Molecules) ไปสู่โมเลกุลที่มีความซับซ้อนสูง (Complex Molecules) และยาชีววัตถุ (Biologics/Biosimilars) ซึ่งขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก “เริ่มจาก ​การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งปัจจัยนี้ จะเป็นยากลุ่มนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะยารักษาโรคมะเร็ง (Oncology) ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของยาที่กำลังพัฒนาในตลาด ตามด้วยโรคติดเชื้อ และโรคระบบประสาท”</p>
<p>ปัจจัยต่อมา คือ ​กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เช่น ข้อกำหนด Annex 1 ที่บังคับใช้ทั่วโลกเพื่อควบคุมความปลอดภัยของยาฉีด และปัจจัยสุดท้ายคือ ​การเปลี่ยนผ่านสู่การดูแลตัวเองที่บ้าน (Home Care) “ในส่วนนี้ ผู้ป่วยอาจจะต้องการความสะดวกในการฉีดยาด้วยตัวเองที่บ้าน (Self-injection) เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 (เช่น Semaglutide) ที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งยากลุ่มนี้ต้องการบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง” ผู้บิรหารกล่าว</p>
<p><strong>&#8220;</strong><strong>West Synchrony&#8221; </strong><strong>ปฏิวัติซัพพลายเชน ลดขั้นตอนยุ่งยากให้บริษัทยาทั่วโลก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 1200px" srcset="https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w320-h180-rw 320w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w480-h270-rw 480w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w640-h360-rw 640w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w720-h405-rw 720w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w768-h432-rw 768w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w960-h540-rw 960w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w1080-h608-rw 1080w, https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w1200-h675-rw 1200w" class="alignnone wp-image-833800 size-large" src="https://lh3.googleusercontent.com/d/1d8aJrhqo1qwAilbV0nMDDX41Rz4H3GyJ=w1200-h675-rw" alt="" width="1920" height="1080" /></p>
<p>สำหรับ ​ไฮไลท์สำคัญของการขับเคลื่อนตลาดในปีนี้ คือ การเปิดตัว West Synchrony (PFS) หรือระบบไซริงค์พร้อมฉีดแบบบูรณาการ ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย (เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น) ไปเมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมา และพร้อมให้บริการในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ โดย ​Michael Ho ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ฯ อธิบายว่า ความท้าทายของบริษัทยาในปัจจุบัน คือการต้องซื้อชิ้นส่วนไซริงค์แยกจากหลายซัพพลายเออร์ เช่น กระบอกฉีดยา ลูกสูบ ฝาปิด เข็ม “ซึ่งที่ผ่านมา การแยกซื้อชิ้นส่วนดังกล่าว ทำให้ควบคุมคุณภาพยาก และต้องมีขั้นต่ำการสั่งซื้อ (MOQ) ที่ไม่เท่ากัน รวมถึงต้องยื่นเอกสารอนุมัติกับหน่วยงานกำกับดูแล (Regulatory) ที่ซับซ้อนในแต่ละประเทศ”</p>
<p>​&#8221;West Synchrony จะเข้ามาแก้ Pain Point ตรงจุดนี้ โดยส่งมอบเป็นระบบรวมชิ้นส่วน (System-level offering) จากเวสต์เพียงรายเดียว มีเอกสารรับรองข้อมูลการทดสอบคุณภาพ (Verification Data Package) และเอกสารสนับสนุนด้านกฎระเบียบแบบครบถ้วน บริษัทยาสามารถนำข้อมูลไปใช้ยื่นอนุมัติเพื่อเข้าสู่ตลาดโลก เช่น สหรัฐฯ ยุโรป หรือจีน ได้ทันทีในรูปแบบที่แทบจะดึงข้อมูลไปวางได้เลย (Copy-paste mode) ช่วยลดเวลาการนำยาเข้าสู่ตลาดจากปกติ 10-12 ปี ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น&#8221; ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ฯ อธิบาย</p>
<p>​ Michael Ho  บอกด้วยว่า West ยังจะได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรบรรจุยาชั้นนำ เช่น Bosch, Syntegon, Optima และผู้นำด้านอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย อาทิ Nemera, BD เพื่อให้มั่นใจว่าระบบของ West สามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมในอุตสาหกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งในรูปแบบผลิตเพื่อสต็อก (Make to Stock) และผลิตตามสั่ง (Make to Order)<br />
​ปรัชญา 4 แกนหลัก และการันตีความปลอดภัยของตัวยา (Integrity) “เพื่อให้มั่นใจว่า ตัวยาที่มีมูลค่าและมีความซับซ้อนสูง จะรักษาประสิทธิภาพไปจนถึงมือผู้ป่วย West ยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบ 4 ข้อ เริ่มจาก​การปกป้องตัวยา (Protecting the drug): รักษาความคงตัวและประสิทธิภาพของยา, ​ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient safety) โดยตัวยาเข้าสู่ร่างกายในปริมาณและรูปแบบที่ถูกต้อง, การลดความเสี่ยง (Risk mitigation) ช่วยลดความเสี่ยงด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์ และกฎหมายข้อบังคับ และ การใช้งานง่าย (User-friendliness) โดยเราออกแบบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยใช้งานได้ง่าย และมีความปลอดภัยสูงสุด</p>
<p>​<strong>มุ่งสู่ความยั่งยืน และวิสัยทัศน์ในตลาดไทย</strong></p>
<p>​แม้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทใช้แล้วทิ้ง (Disposable) แต่สำหรับ บริษัท เวสต์ ฯ ได้มองไปถึง ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม (Sustainability) และบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) เป็นอย่างมาก “ที่ผ่านมา เรามีการตั้งสำนักงานเพื่อขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะ มุ่งเน้นการคัดสรรวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) และพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable) เพื่อลดขยะชีวภาพ (Bio-waste)</p>
<p>สำหรับตลาดประเทศไทย บริษัท เวสต์ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจเป็นเวลานานผ่านพันธมิตรทางการค้าในประเทศไทย  (Commercialization Partners) โดย Maha Elkharbotly ทิ้งท้ายว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากจากการสนับสนุนของภาครัฐในการขยายตัวสู่ อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Biopharma) และเวสต์ ก็พร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับโมเมนตัมของตลาดในปี 2569 นี้ โดยการสนับสนุนซัพพลายเชนและการส่งมอบเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างโลกที่สุขภาพดีขึ้นตามสโลแกน Innovate for a Healthier World&#8221;</p>
<p>&#8212;</p>
<p>The post <a href="https://bangkok-today.com/west-pharmaceutical-services-%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%9a-%e0%b8%a3/">West Pharmaceutical Services ลุยตลาดไทยเต็มสูบ รับเทรนด์ ‘Advanced Biopharma’</a> appeared first on <a href="https://bangkok-today.com">สำนักข่าวบางกอกทูเดย์</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
