กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ต้นกำเนิดของหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์หลายแห่ง มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 134 ปีจากศาลาแยกธาตุ จนเป็นกรมวิทยาศาสตร์บริการ ในปัจจุบัน โดยเริ่มจากหน่วยงานเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า สถานปฏิบัติการวิเคราะห์แร่ ในกรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา กระทรวงเกษตราธิการ เมื่อปี พ.ศ. 2434 มีภารกิจวิเคราะห์แร่สำหรับการทำเหรียญกษาปณ์ ต่อมาปรับสถานะเป็นหน่วยงานระดับกรม ในชื่อ “ศาลาแยกธาตุ” กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ในปีพ.ศ. 2466 และพัฒนามาเป็น “กรมวิทยาศาสตร์” สังกัดกระทรวงเศรษฐการ ในปี พ.ศ. 2522 และเปลี่ยนชื่อเป็น “กรมวิทยาศาสตร์บริการ” ปัจจุบันสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตามลำดับจนซึ่งครบรอบวาระ 134 ปี ในวันที่ 30 มกราคม 2568 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า กรมวิทย์ฯ บริการ ก่อตั้งมาเป็นเวลา 134 ปี […]
ภายหลังจากมีผู้เขียนหนังสือร้องเรียนไปทางศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดชลบุรี ว่ามีกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงกลุ่มโจรชาติพันธุ์ต่างๆ นานาสารพัด มารวมตัวและอาศัยอยู่ ในเขตพื้นที่ของตำบลตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง รวมถึงยังมีการเปิดบ่อนการพนันค้าขายยาเสพติดและบังคับขืนใจเด็กหญิง อายุ 2 ขวบอีกด้วยนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 ม.ค.2568 นายมิตชัย ประกอบธรรม นายกเทศมนตรีตำบลตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.จ.อ.ดุษฎี กุลบุคดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นายมณเฑียร บุญกระจ่าง กำนันตำบลตะเคียนเตี้ย และผู้ใหญ่บ้าน เดินทางไปยังบ้านของผู้ร้องเรียน เลขที่ 84/3 หมู่ที่ 2 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบ นางไพรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของบ้าน และ น.ส.นิกา (ขอสงวนนามสกุล) ลูกสาว อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงสอบถามและทำการพูดคุย โดยนางไพรินทร์ ผู้เป็นแม่ บอกว่า ปกติ น.ส.นิกา ลูกสาว […]อ่านต่อ...
พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดออกกวาดล้าง จับกุม อาชญากรรมในรูปแบบ ที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก วันนี้เวลา 15.19 พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ศุภรัตน์ มีปรีชา สว.ฯ พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ฯ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้รับแจ้งจากร้านรับแลกเงิน T.T. อ่านต่อ...
เมื่อวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์การค้า The Fourth (เดอะโฟร์ท) พุทธมนฑลสาย 4 นครปฐม ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรมไฮไลท์มากมาย อาทิ ชมการแสดงโชว์ มังกร อ่านต่อ...
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ คุณฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล และผู้อำนวยการหลักสูตร Digital อ่านต่อ...
เมื่อวันที่ 29 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ดร. นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเรื่อง ขอติดตามทราบข้อเท็จจริงและขอความเป็นธรรมกรณีการกล่าวพาดพิงมติคณะกรรมการการอุดมศึกษา ความว่าตามหนังสือที่อ้างถึงมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ขอทราบข้อเท็จจริงกรณีการกล่าวพาดพิงมติคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเผยแพร่ข่าวในสื่อออนไลน์ของสำนักข่าวอิศรา และสำนักข่าวผู้จัดการ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2567 มีข้อความตอนหนึ่งว่า บุคคลที่ปรากฏในภาพข่าวนั้น ได้กล่าวว่า “…ขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า กระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษาฯ ได้มีมติแล้วว่า สภา มสธ. ขาดธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง แต่กลับมีความพยายามส่งคนเข้าไปล็อบบี้เพื่อเปลี่ยนแปลงมติ อันยิ่งทำให้กระบวนการบริหารงานสถาบันอุดมศึกษาไทยเสื่อมเสียและอาจมีผลกระทบกระเทือนถึงบุคคลสำคัญได้…” ซึ่งการให้ข้อมูลต่อสำนักข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญที่มีชั้นความลับของทางราชการที่อาจเกิดความเสียหายต่อสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยจึงได้ขอทราบข้อเท็จจริงกระบวนการตรวจสอบตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และประสงค์ขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับทางราชการ สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ขอเรียนว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงกรณีการกล่าวพาดพิงมติคณะกรรมการการอุดมศึกษาดังกล่าวข้างต้น จากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหากเป็นความจริงตามที่บุคคลในภาพข่าวกล่าวอ้าง ย่อมไม่เป็นธรรมและเป็นการพิจารณาดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจาก สภามหาวิทยาลัยยังไม่มีโอกาสที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในประเด็นข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหาก่อนที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาจะพิจารณามีมติทั้งนี้ ตามมาตรา 30 […]อ่านต่อ...
วันที่ 29 ม.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) / ผอ.ศปน.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 2)(สส 2) / รอง ผอ.ศปน.ตร. เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อน ศปน.ตร. ครั้งที่ 1/2568 โดยมีพล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผบช.น. / รอง ผอ.ศปน.ตร.บช.น., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.รรท.รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์, รอง ผบช.สยศ.ตร.รรท.รอง ผบช.สอท, พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.รรท.ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กันตพัฒน์ ศรีอมรรัตน์ รอง ผบก.ผก.รรท.ผบก.ผอ., พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.นิติโชติ […]อ่านต่อ...
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์วนิดา แก่นอากาศ รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารของคณะฯ ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ จาก บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ โดยมี คุณดอน ทยาทาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณต่อชัย สุภัทรวณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 8 ตึกเพียรวิจิตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พลังงานทดแทน สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่มีในปัจจุบันและในอนาคตและร่วมกันส่งเสริม […]อ่านต่อ...
CODIUM ผู้นำด้านโซลูชัน อ่านต่อ...
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขพระราชกำหนดมาตรการและป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีสาระสำคัญ 5 ประเด็น คือ 1. กำหนดความรับผิดชอบร่วมของสถาบันการเงิน เครือข่ายมือถือ และสื่อสังคมออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น 2.กำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ต้องมีหน้าที่ระงับการใช้งานซิมการ์ดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทันที 3.การเร่งรัดกระบวนการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการเพิ่มหน้าที่ให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี ที่มีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อให้สามารถตรวจสอบ และคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้โดยเร็ว 4.เพิ่มอำนาจการดำเนินการกับแพลตฟอร์มโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบในการป้องกัน และตรวจสอบการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในระบบของตน 5.เพิ่มบทลงโทษสำหรับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลจะต้องมีบทลงโทษที่เหมาะสม ซึ่งในกฎหมาบฉบับนี้มีการกำหนดโทษเพิ่มเติมสองลักษณะ คือ เปิดเผยแบบส่งต่อ และเปิดเผยแบบขายข้อมูล ซึ่งโทษจะหนักเบาต่างกัน โทษสูงสุดปรับ 5 ล้านบาทต่อหนึ่งกระทง ส่วนโทษจำคุก 5 ปี วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ลดความเสียหายให้พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เผยว่าพระราชกำหนดมาตรการและป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่นาน เนื่องจาก ครม. […]อ่านต่อ...
