สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

วธ. ชวนเที่ยวงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026” จุดแสงแห่งศรัทธา สัมผัสมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมอินเดีย

 วธ. ชวนเที่ยวงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026” จุดแสงแห่งศรัทธา สัมผัสมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมอินเดีย

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมส่งเสริมการจัดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026” ภายใต้แนวคิดแสงแห่งศรัทธา สายใยแห่งมิตรภาพ ตลอดเดือนพฤศจิกายน ระหว่างวันที่ 3 – 29 พฤศจิกายน 2569 โดยความร่วมมือของสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวไทย–อินเดีย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชนชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี (พัทยา)และจังหวัดภูเก็ต เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นับเป็นหนึ่งในเทศกาลเฉลิมฉลองดิวาลีนอกสาธารณรัฐอินเดียที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่คุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมอินเดีย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ

สำหรับ “เทศกาลดิวาลี” (Diwali) หรือ “ทีปาวลี” (Deepavali) เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่างที่มีชัยชนะเหนือความมืดและความดีเหนือความชั่ว ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวอินเดีย เปรียบเสมือนเทศกาลปีใหม่ของชาวอินเดีย ซึ่งในปี 2569 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน โดยศาสนิกชนจะจุดประทีปหรือดิยา (Diya) ประดับตกแต่งบ้านเรือน เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งประกอบพิธีบูชาเทพเจ้า มอบขนมหวานและของขวัญแก่กัน นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อและตำนานทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองชัยชนะของพระรามเหนือทศกัณฐ์ และการเสด็จกลับสู่อาณาจักรอโยธยา ซึ่งประชาชนได้จุดประทีปต้อนรับการกลับมาของพระองค์ เทศกาลนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และการเริ่มต้นสิ่งที่ดี นอกจากนี้ ในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ศาสนาซิกข์เฉลิมฉลองวันสำคัญที่เรียกว่า “บัณดิ โชร ดิวัส” (Bandi Chhor Divas) หรือวันแห่งการปลดปล่อยชีวิตเพื่ออิสรภาพและสิทธิอันเท่าเทียม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่คุรุ ฮัรโควินท์ ซาฮิบ ศาสดาองค์ที่ 6 ของศาสนาซิกข์ ได้รับการปลดปล่อยจากการจองจำของจักรวรรดิโมกุล พร้อมกับกษัตริย์ที่ถูกคุมขังอยู่ด้วย จึงเป็นวันสำคัญที่สะท้อนคุณค่าของเสรีภาพ ความยุติธรรม และสิทธิในการดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน พิธีและกิจกรรมการเฉลิมฉลองของทั้งสองศาสนา ถึงแม้มีความเชื่อและความหมายเฉพาะที่แตกต่างกัน แต่ต่างสะท้อนคุณค่าของแสงสว่าง ความดีงาม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
สำหรับการจัดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ประกอบด้วย 7 งาน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดการสำคัญ ดังนี้

วันที่ 3–4 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางรัก กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “แสงแรกแห่งเทศกาล”
วันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ดอกบัวแห่งแสงริมเจ้าพระยา” โดยวันที่ 8 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันดิวาลี จะมีพิธีจุดเทียนชัย และการแสดงพลุริมแม่น้ำเจ้าพระยา
วันที่ 7–15 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “สัปดาห์แห่งแสงเทียน” และวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “อาทิตย์แห่งรสชาติ”พร้อมเทศกาลอาหารอินเดีย
วันที่ 13–15 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ถนนเลียบชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “แสงประทีปริมชายหาด”
วันที่ 20–24 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ย่านลิตเติ้ลอินเดีย (คลองโอ่งอ่าง) ถนนพาหุรัด กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “สายใยแห่งศรัทธา” โดยกรมการศาสนาได้สนับสนุนการจัดงานเทศกาล
ดิวาลีในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมอินเดีย โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมฮินดูสมาช สมาคมฮินดูธรรมสภา สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา และสมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์การทางศาสนาในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา จัดให้มีกิจกรรมในมิติศาสนาตามความเชื่อ ได้แก่ การบูชาองค์เทพ ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ของศาสนาซิกข์ รวมถึงการสาธิตและแสดงวัฒนธรรมอินเดีย ผ่านเทศกาลดิวาลีในโซนศาสนาและวัฒนธรรมตลอดทั้ง 5 วัน และวันที่ 26–29 พฤศจิกายน 2569 จัดงาน ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งเสียงดนตรี” โดยจะมีพิธีจุดเทียนชัยดิวาลีในวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นพิธีปิดเทศกาล ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า เทศกาลดิวาลีถือเป็นประเพณีสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และมีความสำคัญต่อศาสนิกชนชาวซิกข์ กรมการศาสนาจึงได้บรรจุเทศกาลดังกล่าวภายใต้กิจกรรม “เสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา” ร่วมกับองค์การทางศาสนา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจในความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม สอดคล้องกับนโยบาย C3 Cultural Economy ของกระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่เพื่อใช้เศรษฐกิจวัฒนธรรม สร้างมูลค่าสูง สร้างรายได้ สร้างงาน สร้างโอกาสให้ประเทศที่มุ่งใช้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นพลังสร้างสรรค์สังคมและเศรษฐกิจ การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นทั้งการส่งเสริมการนำทุนในมิติศาสนา และส่งเสริมศาสนกิจสร้างสรรค์ รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนต่างศาสนาได้เรียนรู้
และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตลอดจนเสริมสร้างอาชีพ รายได้ให้ชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเทศกาลแห่งแสงสว่างและเสน่ห์วิถีวัฒนธรรมอินเดีย ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้///

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ