ส.ประกันวินาศภัยไทย ชี้“ประกันภัยพิบัติ อุ้มคนไทย คุ้มครองเกือบ 30 ล้านหลังคาเรือน”
“สมาคมประกันวินาศภัยไทย” เผยรัฐบาลเดินหน้าระบบประกันภัยภัยพิบัติ คุ้มครองประชาชนทั่วประเทศ ครอบคลุมที่อยู่อาศัยเกือบ 30 ล้านหลังคาเรือน พร้อมประกันชีวิตคนไทยทุกคน กรณีได้รับผลกระทบจาก 3 ภัยใหญ่ “น้ำท่วม-พายุ-แผ่นดินไหว” บ้านรับค่าสินไหมตามความเสียหายจริงสูงสุด 1 แสนบาทต่อครั้ง ขณะที่ผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงได้รับเงินชดเชย 2 แสนบาท
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยภายในงาน Insurance Communication Forum 2026 ว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการนำระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติระดับประเทศ ถือเป็นบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัย โดยรัฐบาลได้จัดให้มีความคุ้มครองแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือและการเยียวยาอย่างรวดเร็ว
ซึ่งการประกันภัยพิบัติด้านที่อยู่อาศัย ครอบคลุมบ้านเรือนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน แบ่งเป็นบ้านที่มีทะเบียนราษฎรและเลขที่บ้านประมาณ 29.4 ล้านหลัง และบ้านที่ไม่มีเลขที่บ้านแต่ขึ้นทะเบียนกับกรมการปกครองอีกกว่า 4 แสนหลัง โดยคุ้มครองภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย รวมถึงพายุและดินโคลนถล่ม และแผ่นดินไหว ในพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ
สำหรับวงเงินคุ้มครองกำหนดตามความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังต่อครั้ง ครอบคลุมสิ่งปลูกสร้าง โครงสร้างบ้าน และสิ่งติดตั้งตรึงตราภายในบ้าน หากบ้านได้รับการซ่อมแซมแล้วและประสบภัยซ้ำ สามารถรับความคุ้มครองได้อีกตามเงื่อนไข
ขณะเดียวกัน มีการกำหนดกลไกจ่าย “ค่าเสียหายเบื้องต้น” เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชน โดยกรณีน้ำท่วมจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนกรณีพายุและแผ่นดินไหวจ่าย 5,000 บาท หลังผู้ประสบภัยส่งภาพถ่ายหลักฐานความเสียหายประกอบการพิจารณา
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมกรณี “ภัยน้ำล้อม” หากน้ำท่วมขังล้อมรอบที่อยู่อาศัยหรืออาคารชุดต่อเนื่องตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป แม้น้ำไม่ไหลเข้าตัวบ้าน ก็สามารถรับค่าเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทตามเงื่อนไข โดยการจ่ายสินไหมจะจ่ายตรงให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง
ส่วนการประกันภัยชีวิต รัฐบาลจัดความคุ้มครองสำหรับ คนไทยทุกคน ที่ประสบภัยพิบัติจาก 3 เหตุการณ์ หากเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะได้รับเงินชดเชย 200,000 บาทต่อราย
สำหรับภาคธุรกิจประกันภัยได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากและพายุในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ พร้อมเร่งพิจารณาและจ่ายสินไหมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็ว
และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม สมาคมฯ เตรียมยกระดับบทบาทจากผู้จ่ายค่าสินไหมไปสู่การเป็น “พันธมิตรบริหารความเสี่ยง” และผู้ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและเศรษฐกิจไทย พร้อมลดช่องว่างความเชื่อมั่นด้วยการสื่อสารเรื่องประกันภัยให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น
นอกจากนี้ สมาคมฯ ร่วมกับสภาวิศวกรและสภาสถาปนิก จัดทำฐานข้อมูลราคามาตรฐานค่าซ่อมแซม เพื่อใช้ประเมินความเสียหายผ่านแอปพลิเคชันจากภาพถ่ายและพื้นที่ความเสียหาย หวังลดขั้นตอนการเคลม เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เอาประกันภัย
