สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ส.อ.ท.–มหิดล–บพค. เปิด “AI Innovation and Technology Center” ปั้น AI ไทยจากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง

 ส.อ.ท.–มหิดล–บพค. เปิด “AI Innovation and Technology Center” ปั้น AI ไทยจากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง

ผนึกกำลังสร้างระบบนิเวศ AI ภาคการผลิตครบวงจร ตั้งแต่พัฒนาคน–ทดสอบเทคโนโลยี–จับคู่ผู้ประกอบการ–สนับสนุนทุน Co-Funding ตั้งเป้าระยะแรกหนุนอย่างน้อย 50 โรงงาน ก้าวสู่ Intelligent Manufacturing ลดพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ

กรุงเทพฯ 18 กันยายน 2569 — สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จับมือมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ประกาศความร่วมมือจัดตั้ง “ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” (AI Innovation and Technology Center: AI-ITC) พร้อมเดินหน้าโครงการ “AI Innovation for Manufacturing” หวังเร่งนำเทคโนโลยี AI จากงานวิจัยเข้าสู่สายการผลิตจริง และยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Intelligent Manufacturing

ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ AI ซึ่งกำลังพลิกโฉมทั้งรูปแบบการทำงานและกระบวนการผลิตทั่วโลก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมไทยยังเผชิญช่องว่างระหว่าง “ความต้องการใช้ AI” กับ “ความสามารถในการนำ AI ไปใช้จริง” โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านต้นทุน การเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม การพึ่งพาโซลูชันจากต่างประเทศ ตลอดจนความไม่แน่นอนเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน

ปั้น AI-ITC เป็น “สะพาน” เชื่อมห้องวิจัยกับโรงงาน

AI-ITC จึงถูกวางบทบาทให้เป็นกลไกกลางสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตด้วย AI ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การพัฒนากำลังคนผ่าน Reskill, Upskill และ New Skill ตลอดจนการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีแบบ Co-creation ระหว่างนักวิจัย นักพัฒนา และภาคเอกชน เพื่อให้ได้ AI Solution ที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของโรงงาน

ศูนย์ฯ ยังครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญแห่งอนาคต อาทิ Physical AI, AI Edge Computing และ Digital Twin พร้อมโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สำหรับทดสอบโมเดล AI ฮาร์ดแวร์ และโซลูชันก่อนนำไปใช้งานจริง รวมถึงการเชื่อมโยงสู่พื้นที่ทดสอบในรูปแบบ e-factory automation park

เป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม โดยในระยะต่อไปมีแผนต่อยอดองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ AI ไปยังภาคส่วนสำคัญ เช่น Healthcare และ Smart City เพื่อขยายประโยชน์จากเทคโนโลยีไปสู่เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง

ใช้ Co-Funding พา AI ลงสนามจริง ตั้งเป้าอย่างน้อย 50 โรงงาน

อีกกลไกสำคัญคือโครงการ AI Innovation for Manufacturing ซึ่ง บพค. จะใช้กลไกทุนเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคการผลิตไปสู่ AI-driven Manufacturing โดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีโจทย์การใช้งานจริง มาจับคู่กับ System Integrator, Independent Software Vendor (ISV) และผู้ประกอบการเทคโนโลยี AI สัญชาติไทย

โครงการจะสนับสนุนทุนในรูปแบบ Co-Funding เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI ไปทดลองใช้และพิสูจน์ผลภายในโรงงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้สามารถดูแล บำรุงรักษา และต่อยอดระบบได้ด้วยตนเองในระยะยาว

เป้าหมายสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่าง “เทคโนโลยีที่พัฒนาได้” กับ “เทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมนำไปใช้ได้จริง” พร้อมสร้างกรณีต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่น โดยระยะแรก บพค. ตั้งเป้าสนับสนุนโรงงานอย่างน้อย 50 แห่ง

ส.อ.ท. ดัน “Intelligent Industry” ยกระดับโรงงานไทย

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของ ส.อ.ท. คือการขับเคลื่อน “The New Chapter of Thai Industry” ผ่านยุทธศาสตร์ 5I ซึ่งหนึ่งในแกนสำคัญคือ Intelligent Industry ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการนำ AI, Automation & Robotics และ Data Analytics เข้ามาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับแนวคิด Lean and Automation เพื่อปรับกระบวนการผลิต ลดความสูญเสีย เพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน ก่อนยกระดับโรงงานไปสู่ Smart Factory และ Smart OEM

ขณะเดียวกันจะผลักดัน Data-driven Manufacturing ผ่านระบบ MES (Manufacturing Execution System) เพื่อเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time สนับสนุนการควบคุมคุณภาพอัตโนมัติ และช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

ส.อ.ท. ยังมีแนวทางประสานความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น AI & Automation Transition Loan ลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น

มหิดลเชื่อมนักวิจัย–เอกชน สร้างพื้นที่ทดลองก่อนลงทุนจริง

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เชื่อมศักยภาพของนักวิจัย System Integrator และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เข้ากับโจทย์จริงจากภาคเอกชน

AI-ITC จะมีทั้งบุคลากร เครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่สำหรับทดลองโมเดลและ AI Solution ก่อนนำไปใช้งานจริง โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเทคโนโลยี อาทิ Amazon Web Services (AWS), NVIDIA, Mitsubishi Electric Factory Automation (Thailand) และ Korea Telecom (KT) ซึ่งจะช่วยเสริมองค์ความรู้และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยี

เป้าหมายอีกด้านคือการช่วยลดต้นทุนการพัฒนาของผู้ประกอบการดิจิทัลและ AI ไทย พร้อมสร้างโอกาสให้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถแข่งขันและขยายตลาดได้มากขึ้น

บพค. ชูเป้าหมาย “ไทยต้องไม่เป็นเพียงผู้ใช้ AI”

ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. มองว่า การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ โดยประเทศไทยไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” แต่ต้องสร้างความสามารถในการพัฒนา ประยุกต์ใช้ และต่อยอดเทคโนโลยีด้วยตนเอง

บพค. จึงจะทำหน้าที่เชื่อม ทุนวิจัย–นักพัฒนาเทคโนโลยี–ผู้ให้บริการระบบ–ภาคอุตสาหกรรม ให้ร่วมกันพัฒนา AI บนโจทย์จริงของภาคการผลิต เพื่อให้นวัตกรรมไทยสามารถออกจากห้องวิจัยและเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ พร้อมสร้างตลาดให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยเติบโตควบคู่กับการเพิ่มผลิตภาพของโรงงาน

ความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานจึงเปรียบเสมือนการวางโครงสร้างพื้นฐานของ AI Ecosystem ไทย ที่เชื่อมตั้งแต่งานวิจัย เทคโนโลยี เงินทุน บุคลากร ไปจนถึงการใช้งานจริงในโรงงาน

ภายในงานยังมีการจัดแสดง AI Solutions เพื่อให้ภาคเอกชนเห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการผลักดัน “AI จากห้องวิจัยสู่โรงงานจริง” และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ยุค Intelligent Manufacturing อย่างเป็นระบบ

ชม Footage ชุดที่ 1 บน YouTube

ชม Footage ชุดที่ 2 บน YouTube

#AIInnovation #AIITC #AIInnovationForManufacturing #IntelligentManufacturing #AIThailand #อุตสาหกรรมไทย #โรงงานอัจฉริยะ #SmartFactory #สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #มหาวิทยาลัยมหิดล #บพค #เทคโนโลยีAI #นวัตกรรมไทย #BangkokToday

 

 

 

 

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ