สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“ดร.ณัฐวุฒิ” เตรียมยื่น ผบ.ตร. ขอพิจารณาโอนคดีจาก สน.ทองหล่อ ให้กองปราบฯ ดูแล

 “ดร.ณัฐวุฒิ” เตรียมยื่น ผบ.ตร. ขอพิจารณาโอนคดีจาก สน.ทองหล่อ ให้กองปราบฯ ดูแล

วันที่ 13 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG เปิดเผยว่า เตรียมยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. เพื่อขอให้พิจารณาโอนสำนวนคดีที่ตนเป็นผู้กล่าวหา จากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ไปให้หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนแทน

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษบุคคลหลายราย รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร และบุคคลอื่น โดยกล่าวหาว่าอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดหลายฐาน อาทิ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดเกี่ยวกับการเรี่ยไร และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในชั้นสอบสวน และผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิได้ยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้พิจารณากระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาบางรายอาจหลบหนี ขณะที่วันที่ 10 กันยายน 2569 ได้ยื่นหนังสือต่อผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องการให้โอนคดีไปยังกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากเห็นว่าคดีมีรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและธุรกรรมหลายส่วน จึงต้องการให้หน่วยงานที่มีเครื่องมือและบุคลากรเฉพาะทางเข้ามาช่วยตรวจสอบ เพื่อให้กระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปอย่างรอบด้านและรวดเร็วยิ่งขึ้น

“สิ่งที่ผมต้องการคือให้คดีเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย หากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงินเข้ามารับผิดชอบ ก็เชื่อว่าจะช่วยให้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น” ดร.ณัฐวุฒิกล่าว

พร้อมกันนี้ ดร.ณัฐวุฒิยังตั้งข้อสังเกตถึงความคืบหน้าของสำนวนคดีที่ สน.ทองหล่อ โดยระบุว่าทีมกฎหมายของตนได้ส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานจำนวนหนึ่งให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว และต้องการให้มีการตรวจสอบว่าพยานหลักฐานทั้งหมดได้รับการบรรจุไว้ในสำนวนอย่างครบถ้วนหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนบางรายนั้น ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า จะใช้ช่องทางตามกฎหมายและกระบวนการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยขอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นกลางของการทำคดี

สำหรับการยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันที่ 14 กันยายนนี้ ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า จะขอให้พิจารณาโอนคดีไปยังหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้มีการตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน พยานบุคคล และหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างละเอียด

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการร้องขอให้หน่วยงานตำรวจพิจารณาเปลี่ยนผู้รับผิดชอบสำนวน ส่วนข้อกล่าวหาต่อบุคคลที่ถูกระบุชื่อทั้งหมดยังต้องผ่านกระบวนการสอบสวน การพิจารณาของพนักงานอัยการ และศาลตามลำดับต่อไป

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ