สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

10 สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน รู้ทันลดความเสี่ยง

 10 สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน รู้ทันลดความเสี่ยง

โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของทั้งประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่สามารถเกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว พญ.ณหทัย ฉัตรสิงห์ (ว.36429) อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับอาการเตือน สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการป้องกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถสังเกตความผิดปกติของตนเองและคนรอบข้างได้ทันท่วงที

พญ.ณหทัย กล่าวว่า หัวใจเป็นอวัยวะที่ทำงานตลอดเวลาโดยไม่หยุดพัก แม้ในยามหลับหัวใจก็ยังคงสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) คือภาวะที่หัวใจหยุดทำงานฉับพลันจนไม่สามารถบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ ส่งผลให้สมองและอวัยวะสำคัญขาดเลือดและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

“กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack หรือ Myocardial Infarction) หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่าหัวใจวาย มักเกิดขึ้นเมื่อเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือหยุดลงอย่างฉับพลัน โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือคราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการแตกหรือเปลี่ยนแปลง จนก่อให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจน ส่วนภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั้น คือภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ผู้ป่วยจะหมดสติ ไม่ตอบสนอง และไม่หายใจตามปกติ จนอาจเสียชีวิตตามมา แม้ทั้งสองภาวะจะเป็นคนละภาวะกัน แต่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ และทั้งสองภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการช่วยเหลือรักษาทันที”

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือเจ็บหน้าอก ซึ่งอาจมีลักษณะแน่นหน้าอก จุกหน้าอก ปวดแสบ หรือรู้สึกเหมือนถูกบีบหรือมีของหนักมาทับ มักเกิดบริเวณหน้าอกด้านซ้ายแต่อาจร้าวไปยังคอ ไหล่ แขน หรือฟันได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ ที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เหนื่อยง่ายขณะทำกิจกรรม เช่น เดินขึ้นบันไดหรือออกกำลังกาย หายใจลำบากทั้งขณะทำกิจกรรมหรือขณะนอนราบ คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออก ใจสั่น มือเท้าเย็น เวียนศีรษะ และหน้ามืด ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรือเกิดขึ้นก่อนหรือหลังก็ได้ ส่วนอาการอ่อนเพลียอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นและรุนแรงขึ้นจนทำให้หมดสติได้เช่นกัน

พญ.ณหทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมีหลายประการ ได้แก่ ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคอ้วน การสูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่ การใช้สารเสพติดหรือยากระตุ้นบางชนิด การขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ อายุที่มากขึ้น รวมถึงประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจในครอบครัว

สำหรับแนวทางป้องกัน พญ.ณหทัย แนะนำว่าควรเริ่มจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอก วูบหมดสติ หายใจเหนื่อย หรือใจสั่น หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติของหัวใจ และควรตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งแนวทางการตรวจอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

“นอกเหนือจากการป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยงแล้ว การเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น (Basic Life Support) มีความสำคัญอย่างมากในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้”

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ