“หมอเบียร์” ถอดรหัสสุขภาพเพศชาย
…มิติความงาม สู่ เทรนด์สุขภาพเพศชาย เชื่อมโยง สัญญาณเตือนภัย “โรคร้าย” ที่คุณผู้ชายมองข้าม…
เป็นที่ทราบกันดีว่า ณ วันนี้ เทรนด์การดูแลสุขภาพและการปรับโครงสร้างเรือนร่าง โดยเฉพาะ คุณผู้ชาย หรือ Men’s Health & Aesthetics ได้ก้าวข้ามจากการทำเพื่อความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียว สู่การตระหนักรู้ในเรื่อง “ฟังก์ชันการทำงาน” ของร่างกายอย่างแท้จริง ซึ่งนั่น ไม่ใช่แค่เรื่อง ที่จะมาสร้างความมั่นใจบนเตียง ให้กับท่านชายแล้ว แต่ยังเป็นสัญญาณ ที่จะมาเตือนภัยล่วงหน้าของโรคร้ายแรงที่ผู้ชายหลายคนมองข้ามไป

ปลดล็อกมายาคติ: ทำไมขนาดและความยาว เกี่ยวกับ “ความสุข” ทางเพศ
“หมอเบียร์” – นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย) และเป็นผู้ก่อตั้ง Eternity Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเพศชาย ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ “สมรรถภาพของเพศชาย” กล่าวว่า วันนี้ นอกจากเทรนด์เรื่องของสุขภาพ ทั้งเรื่องของความสวยงาม และการมีสุขภาวะ จะเป็นที่สนใจของทุกคนแล้ว อีกหนึ่งเทรนด์ ที่เรียกว่า กำลังมาแรง และได้รับความสนใจอย่างมาก ก็คือ การเสริมสุขภาพด้านสมรรถภาพของเพศชาย “หลายคนอาจมองว่า การเสริมขนาด หรือเพิ่มความยาวของอวัยวะเพศชาย เป็นเพียงเรื่องของค่านิยม แต่ในทางการแพทย์และสรีรวิทยา สิ่งเหล่านี้ ถือได้ว่า มีบทบาลสัมพันธ์กับกับชีวิตครอบครัว เช่นกัน โดยเฉพาะ เรื่องของจุดกระตุ้นความรู้สึก (Erogenous Zones) ของฝ่ายหญิง”
เส้นรอบวงและจุด G-Spot และ A-Spot
“การเพิ่มขนาดเส้นรอบวง ของอวัยวะเพศชาย อาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มการสัมผัสบริเวณจุด G-Spot ของผู้หญิง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในช่องคลอดประมาณ 1–2 นิ้วทางด้านหน้า และ ช่วยเพิ่มโอกาสในการถึงจุดสุดยอดของพาร์ทเนอร์ แล้ว ความยาว และ จุด A-Spot ซึ่งอยู่บริเวณหน้าต่อปากมดลูก ซึ่งต้องใช้ความยาวที่พอเหมาะในการกระตุ้น ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน”
หมอเบียร์ บอกว่า จากข้อมูลทางสถิติ ช่องคลอดของหญิงเอเชียมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 4.5 นิ้ว ขณะที่ค่าเฉลี่ยชายไทยมักสั้นกว่ามาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นจุดสัมผัสลึกนี้ได้อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมา “Small Penis Syndrome”: กว่า 80% ของผู้ชายที่เข้ามาปรึกษาเรื่องขนาด ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของขนาดที่เล็กผิดปกติทางกายภาพจริง (การเล็กผิดปกติ คือ สั้นกว่า 2.5 นิ้ว) แต่เกิดจากความไม่มั่นใจ ซึ่งการปรับแก้ช่วยทั้งเรื่องจิตใจและประสิทธิภาพในการใช้งานจริง” หมอเบียร์ กล่าว
ปัจจัยส่งผลกระทบสมรรถภาพเพศชาย
หมอเบียร์ อธิบายด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่า ปัญหาสำคัญ ที่ส่งผลให้ คู่รักหลายคู่ ไม่มีความสุขเรื่องบนเตียง โดยเฉพาะ ผู้หญิง ก็คือ คุณผู้ชายไม่สามารถทำให้ฝ่ายหญิง ไปถึงความสุขสุดยอดได้ มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ใม่ว่าจะเป็น “ภาวะหลังเร็ว” (Premature Ejaculated) โดยเรื่องนี้ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้เลย
“ทางการแพทย์พบว่า ผู้ชายมากถึง 1 ใน 3 หรือราว 30% มักประสบปัญหาภาวะหลั่งเร็ว (น้อยกว่า 1 นาทีหลังการสอดใส่) ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ระยะเวลาเฉลี่ยที่ฝ่ายหญิงจะถึงจุดสุดยอดได้นั้นอยู่ราวๆ 13–14 นาที” หมอเบียร์ เล่าด้วยว่า ในช่งงวัยหนุ่ม ผู้ชายหลายคนอาจใช้การ “เบิ้ลรอบ” เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะการต่อรอบ ในรอบถัดไปจะช่วยยืดเวลาได้ถึง 10 เท่า แต่เมื่อผู้ชายอายุเข้าสู่เลข 3 ขึ้นไป ความสามารถในการต่อรอบจะลดลง ทำให้ปัญหาหลั่งเร็วมีความเด่นชัดขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด”

สัญญาณเตือนภัย: นกเขาไม่ขัน = สัญญาณเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
นอกจากนี้ หมอบียร์ ยังบอกอีกว่า หนึ่งในข้อคิดสำคัญจากวงการแพทย์ ได้ย้ำว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง แต่เป็น “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ของโรคร้ายแรง ก็ได้ “ทฤษฎีขนาดหลอดเลือด อธิบายไว้ว่า หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงองคชาติจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1–2 มิลลิเมตร ขณะที่หลอดเลือดหัวใจมีขนาด 3–4 มิลลิเมตร และหลอดเลือดสมองมีขนาด 5–7 มิลลิเมตร”
“ดังนั้น หากหลอดเลือดขนาดเล็กที่สุดเกิดการอุดตัน หรือไหลเวียนไม่ดีจนเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพ ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและเส้นเลือดในสมองแตก/ตบ สูงกว่าคนปกติถึง 50 เท่า นอกจากนี้ พฤติกรรมนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSAS) ที่เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายหลับไม่ลึก ก็ส่งผลให้กระบวนการสร้างฮอร์โมนช่วงเช้าชะงัก ซึ่งเป็นอีกปัจจัย และสัญญาณสำคัญ ที่บ่งบอกให้รู้ว่า ไม่เพียงจะทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังอาจเกี่ยวพันไปถึงสุขภาพร่างกายอีกด้วย”
กลุ่ม LGBTQ+ กับนวัตกรรมสุขภาวะเพศชาย
หมอเบียร์ เล่าในช่วงท้ายด้วยว่า วันนี้ นวัตกรรมสุขภาพเพศชาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของผู้ชายรักผู้หญิง เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง กลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ด้วย กลุ่ม ทรานส์วูแมน หรือ กลุ่มสาวสอง ที่ไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนเพศ พวกเขาก็มีเทรนด์เข้ารับบริการเพิ่มขนาด และเพิ่มความยาว รวมถึง เพิ่มความอึด และทน เช่นกัน ทั้งนี้ ก็เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางเพศแบบ Versatile (ที่สามารถเป็นได้ ทั้งฝ่ายรุก และฝ่ายรับ) “ในส่วนนี้ เรามีการยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดขององคชาต รวมถึง การยุติการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศด้วย”
“ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เรามักเห็นว่า มีการแอบฉีดน้ำมันมะกอก หรือ ชี้ผึ้ง รวมไปถึง จารบี หรือสารแปลกปลอมกันเพื่อเป็นการเพิ่มขนาดให้กับอวัยวะเพศ แต่ผลที่ตามมาคือ การติดเชื้อ และลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งกันแบบนับไม่ถ้วน แต่วันนี้ ทางการแพทย์มีการเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มีความประสงค์ดังกล่าว สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างปลอดภัย และมีการใช้ของเหลวที่มีความปลอดภัย ตลอดจน มีมาตรฐานวิชาชีพรองรับ และยิ่งกว่านั้น ราคาของการรับบริการ ก็เรียกว่า สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น”
อย่างไรก็ดี หมอเบียร์ สรุปปิดท้ายได้อย่าวน่าฟัง ด้วยว่า การดูแลสุขภาพเพศชายในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องน่าอาย หรือคิดเป็นเรื่องหมกมุ่นอีกต่อไป แต่เป็น “เวชศาสตร์ป้องกัน” และ “การส่งเสริมคุณภาพชีวิต” ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ และยังเป็นการช่วยกระชับความสัมพันธ์ ของคู่รักให้ยืนยาว “และที่สำคัญที่สุด คือการเข้ารับการตรวจเช็กระบบหลอดเลือด และฮอร์โมน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากพบความผิดปกติ ขณะที่ การรีบเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะแรก ไม่เพียงจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษา ไม่สูงมาก ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดใหญ่ก็ได้”
…..แอบกระซิบ หากท่านชายคนใด ต้องการปรึกษาปัญหา สมรรถภาพ ก็สามารถปรึกษา “หมอเบียร์” – นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน” ได้ที่ Eternity Clinic กันได้เลย…
