ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชูวิสัยทัศน์องค์กรแห่งความยั่งยืนพัฒนา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จและแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ประกาศอีกหนึ่งความสำเร็จในระดับสากลที่อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง หรือ “อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน” ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวระดับโลก LEED v2009 HEALTHCARE ระดับ GOLD และ “อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน” ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED v2009 NEW CONSTRUCTION ระดับสูงสุด PLATINUM จาก U.S. Green Building Council (USGBC) ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำด้านการประเมินอาคารเขียวระดับสากลในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยถือเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์ของรัฐแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการให้บริการทางการแพทย์และการศึกษาที่เป็นเลิศ แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพชีวิต สุขอนามัยของผู้ป่วย บุคลากร และนักศึกษา ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และสร้างความสมดุลแห่งวิถีชีวิตที่ยั่งยืน โดยทางด้านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นระบบประเมินอาคารสีเขียวที่ได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือที่สุดในโลกนั้น อาคารของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างเข้มงวดและโดดเด่นใน 7 ประเด็น
การได้รับรองมาตรฐาน LEED GOLD และ LEED PLATINUM ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความสำเร็จด้านสถาปัตยกรรมและการบริหารจัดการอาคารเท่านั้น หากแต่เป็น “ก้าวสำคัญ” ที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มุ่งมั่นที่จะบูรณาการแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานนี้ ให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาว ทั้งในด้านการสร้างสรรค์งานวิจัย นวัตกรรมทางการแพทย์ และการบ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ เพื่อให้สถาบันแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการรักษาพยาบาลที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อชุมชนรอบข้าง และพร้อมเป็นองค์กรต้นแบบที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

