สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“บิ๊กหม่อง” ร้อง “ทรงศักดิ์” ทบทวนนโยบายจัดสรรงบประมาณสู่สมาคมกีฬาฯ หลังปี 70 งบเหลือ 1,300 ลบ.

 “บิ๊กหม่อง” ร้อง “ทรงศักดิ์” ทบทวนนโยบายจัดสรรงบประมาณสู่สมาคมกีฬาฯ หลังปี 70 งบเหลือ 1,300 ลบ.

“บิ๊กหม่อง”นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา นายกสมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ไปสู่สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ว่า

วันนี้ตนขอออกมาพูดในนามตัวแทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย อย่างแรกคือ ได้รับแจ้งมาว่า งบประมาณที่ค้างในปี 2567 และ ปี 2568 ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย กับ กองทุนฯ ยังติดค้างกับสมาคมกีฬา เนื่องจากถูกดึงไปใช้ในส่วนอื่นๆ อย่าง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอื่นๆ สมาคมกีฬา จะไม่ได้รับ นี่ถือว่าเสียไปส่วนหนึ่งล่ะ พอมางบประมาณปี 2570 กองทุนฯ ก็จะจัดสรรงบประมาณเพียงแค่ 1,300 ล้านบาทให้กับกิจกรรมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และ จะไม่มีเพิ่มมากกว่านี้

ซึ่งปกติฝ่ายเป็นเลิศที่ดูแลโดยสมาคมกีฬาจะใช้งบประมาณรวมทุกสมาคมกีฬาอยู่ที่ราวๆ 2,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งงบประมาณตรงนี้ก็จะรวมทุกกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และ บุคคลากรกีฬา นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดการแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทย รายการนานาชาติ การส่งนักกีฬาไปแข่งขันยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือ สร้างผลงาน เก็บคะแนนสะสมโลก เพื่อต่อยอดไปสู่รายการสำคัญๆของภูมิภาคและของโลก

“ในเรื่องนี้ ผมได้เคยแย้งไปแล้วว่า งบประมาณใหม่ที่กองทุนฯจัดสรรเพื่อให้สนับสนุนกิจกรรมการพัฒนากีฬาเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศนั้นน้อยเกินไป อีกทั้งยังจะมีการแจกจ่ายให้สมาคมกีฬาด้วยวิธีใหม่ คือ การกำหนดให้งบประมาณตามศักยภาพของแต่ละสมาคมกีฬา โดนแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งอันดับสูงสุดจะไก้รับงบประมาณ ไม่เกิน 35 ล้านบาท อันดับรองลงมาก็ 14 ล้านบาท, 8 ล้านบาท และ 2 ล้านบาท สุดท้ายก็คือ สมาคมที่กำลังพัฒนาก็จะได้แค่ 2 ล้าน ในปี 2570

ผมก็เชื่อว่า สมาคมกีฬาใหญ่ๆ กับงบประมาณที่จัดสรรมานี้ยังไงก็ไม่พอสำหรับการพัฒนานักกีฬาไปสู่เป็นเลิศ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องไปสะสมคะแนนเพื่อจะได้โควต้าเข้าแข่งขันเอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และ รายการนานาชาติที่ต้องใช้อันดับโลกเป็นเกณฑ์พิจารณา”

นายชลิตรัตน์ ยังได้กล่าวอีกว่า ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณตามศักยภาพของสมาคมกีฬานั้นตนได้สอบถามไปในที่ประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนพัฒนากีฬาฯ ซึ่งนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ ได้แจ้งว่า นี่คือนโยบายของประธานฯ คือนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลงานด้านกีฬาของชาติ ได้ให้นโยบายมาให้ทำแบบนี้ ซึ่งในการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ได้รับปากว่าจะนำประเด็นนี้กลับไปหารือกันใหม่ระหว่างการกีฬาฯ กับ กองทุนฯ

“การที่ผู้จัดการกองทุนฯพูดมาแบบนี้ผมก็ถือว่านี่คือนโยบายของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี และผมก็เชื่อว่าด้วยนโยบายนี้จะทำให้การกีฬาของประเทศถดถอยลงแน่นอน และ ผมก็ขอร้อง ขอวิงวอนไปยังรองนายกรัฐมนตรีฯได้กรุณาทบทวนแก้ไขเถอะนะครับ หากยังคงเดินหน้าตามนโยบายนี้ต่อ ท่านก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายชลิตรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

porntep

น่าสนใจสำครับคุณ