สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ปชป.เปิดปม สสว. 994 ล้าน ร้องสอบคัดเลือกโครงการ

 ปชป.เปิดปม สสว. 994 ล้าน ร้องสอบคัดเลือกโครงการ

ปชป.รับเรื่องร้องเรียนจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งข้อสังเกตกระบวนการคัดเลือกโครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม SME วงเงินรวม 994 ล้านบาท อ้างพบข้อพิรุธหลายประเด็น ทั้งการใช้เกณฑ์ประเมิน การดำเนินการระหว่างอุทธรณ์ และการคุกคามผู้เกี่ยวข้อง

ขณะที่ รมว.อว. สั่งรวบรวมข้อเท็จจริง ด้าน สสว. ยืนยันดำเนินการตามระเบียบและปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนจากมหาวิทยาลัยศิลปากรเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงินรวม 994 ล้านบาท

นายกรณ์กล่าวว่า พรรคไม่ได้คัดค้านการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่เห็นว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากควรอยู่บนหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันได้รับความเป็นธรรม โดยข้อร้องเรียนที่ได้รับมีประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่าอาจไม่เป็นไปตามหลักการแข่งขันที่เป็นธรรม

โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME สู่ตลาด e-Commerce และ Live Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท และโครงการ Marketplace & Open Commerce Network วงเงิน 499 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 994 ล้านบาท โดยผลการพิจารณาปรากฏว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินการทั้งสองโครงการ

ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการอาจใช้หลักเกณฑ์ย่อยบางประการที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ส่งผลต่อการให้คะแนนผู้เข้าร่วมแข่งขัน พร้อมตั้งคำถามถึงการที่โครงการดังกล่าวไม่ได้ใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) แต่ใช้หลักเกณฑ์ตามระเบียบของกองทุน สสว. ซึ่งเห็นว่าควรได้รับคำชี้แจงอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่าพบข้อมูลการสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีขึ้นก่อนการประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการ โดยผู้ร้องเรียนเห็นว่าควรมีการตรวจสอบว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคัดเลือกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือรับรองจากหน่วยงานผู้มีอำนาจ

อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นคือ การกล่าวอ้างว่ามีบุคคลภายนอกนัดหมายตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรเพื่อขอตรวจสอบเอกสารข้อเสนอโครงการก่อนยื่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้ร้องเรียนมองว่าอาจส่งผลต่อความเป็นธรรมในการแข่งขัน หากมีการเข้าถึงข้อมูลของผู้เข้าร่วมแข่งขันโดยมิชอบ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว

ในส่วนของการคุกคามผู้เกี่ยวข้อง นายตฤณ วุ่นกลิ่นหอม ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน หลังถูกบุคคลที่แนะนำตัวว่าเกี่ยวข้องกับผู้บริหารของ สสว. โทรศัพท์มาในลักษณะกดดันให้ถอนอุทธรณ์ พร้อมพาดพิงถึงสมาชิกในครอบครัว โดยคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ใช้สิทธิตามกฎหมายจะได้รับความคุ้มครอง

ดร.การดีกล่าวว่า หากข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความจริง จะถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการใช้งบประมาณของภาครัฐและต่อสถาบันการศึกษา จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน และเปิดเผยผลต่อสาธารณชน

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังเสนอให้มีการตรวจสอบประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การใช้หลักเกณฑ์การให้คะแนน การไม่ใช้ระบบ e-Bidding การคัดเลือกผู้ชนะทั้งสองโครงการ การลงนามสัญญาและการเบิกจ่ายงบประมาณระหว่างที่มีการอุทธรณ์ การว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง รวมถึงความเหมาะสมของการบริหารงบประมาณกองทุน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ได้มีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรให้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดมายังกระทรวง พร้อมย้ำว่าหากพบการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการคุกคามบุคลากรของมหาวิทยาลัย ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

“กระทรวงไม่มีอำนาจเข้าไปกำหนดผลการพิจารณาโครงการของ สสว. และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม”นายยศชนัน กล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวจาก สสว. ระบุว่า การดำเนินโครงการเป็นไปตามระเบียบของกองทุน และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกระบวนการคัดเลือกกับฝ่ายการเมือง พร้อมยืนยันว่าจะให้ข้อมูลกับหน่วยงานตรวจสอบตามขั้นตอน

ล่าสุด มหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ระหว่างดำเนินการใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลปกครองผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการดำเนินโครงการ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าจะใช้กลไกของรัฐสภาติดตามเรื่องดังกล่าว และผลักดันให้หน่วยงานอิสระที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทุกประเด็น

สำหรับคดีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญที่สังคมจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐมูลค่าสูง การจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจ และยังไม่มีข้อยุติหรือคำวินิจฉัยทางกฎหมาย จึงต้องติดตามผลการสอบสวนและคำชี้แจงจากทุกฝ่ายต่อไป เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างรอบด้านและเป็นธรรม

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ