ครม.จัดทัพ 27 บิ๊ก-ยื้อ VAT 7%!
ทำเนียบรัฐบาลร้อนระอุ! “อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะถก ครม. นัดสำคัญ สั่งลุยจัดทัพข้าราชการชุดใหญ่ไฟกะพริบ ปันเก้าอี้ดนตรี 27 ตำแหน่งรวด ทั้งบิ๊กเกษตรฯ-ศึกษาฯ-คมนาคม ไม่พลาดปูนบำเหน็จคนกันเองนั่งข้าราชการการเมืองพ่วงลูกสาวอดีตบิ๊กฝนหลวง ด้านมาตรการเศรษฐกิจจัดเต็ม ยืด VAT 7% อีกปี พ่วงระเบิดงบสายสีส้มหมื่นล้าน ขณะที่ “บัตรคนจน” ปรับเกณฑ์ใหม่เอาใจรากหญ้า ปลดล็อกรถเก่า-นักศึกษาอาชีวะ
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ท่ามกลางกระแสการจับจ้องถึงการ “จัดทัพ” ข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวงที่ถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยมติ ครม. ในวันนี้มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและข้าราชการการเมืองรวมถึง 27 ตำแหน่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการหมุนเวียนเพื่อความต่อเนื่องในการทำงานและทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้
เกษตรฯ-ศึกษาฯ ปรับทัพใหญ่ “วิทยา” ผงาดคุมชลประทาน
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่จัดทัพข้าราชการระดับบริหารสูงถึง 9 ตำแหน่ง โดยมีชื่อของ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขยับไปนั่งเก้าอี้ทองคำอย่าง “อธิบดีกรมชลประทาน” แทนที่นายสุริยพล นุชอนงค์ ที่ถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ขณะที่ นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ จากรองปลัดกระทรวงฯ ข้ามไปเป็นอธิบดีกรมหม่อนไหม และ นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม สลับมาคุมกรมฝนหลวงฯ แทน
นอกจากนี้ยังมีการเติมช่องว่างตำแหน่งเกษียณอายุราชการ โดยดันผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ อย่างนายธิติ โลหะปิยะพรรณ และนายพงศ์ไท ไทโยธิน ขึ้นนั่งรองปลัดกระทรวงฯ ส่วนกรมปศุสัตว์ได้ นายชัยวัฒน์ โยธคล จากเลขาธิการ มกอช. มาคุมทัพ โดยนายสุริยะยืนยันเสียงแข็งว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ยึดหลักความรู้ความสามารถและความโปร่งใส ไม่มีการแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านกระทรวงศึกษาธิการก็ไม่น้อยหน้า ครม. เคาะแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 5 รายรวด เพื่อเติมเต็มตำแหน่งศึกษาธิการภาคที่ว่างลง ทั้งในภาค 5, 7, 8, 10 และ 15 เพื่อรื้อฟื้นระบบการศึกษาในระดับภูมิภาคให้กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง
ปูนบำเหน็จคนกันเอง “ลูกสาวอดีตบิ๊กฝนหลวง” นั่งเก้าอี้การเมือง
ที่น่าสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย คือการแต่งตั้ง “ข้าราชการการเมือง” ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ นางสาวณภัชชา ศิลปะรายะ อดีตผู้สมัคร สส.สกลนคร พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ที่เคยลาออกจากราชการประชดมติ ครม.
หลังถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ นอกจากนี้ยังมีชื่อของนายภูบดินทร์ ปกป้อง คนใกล้ชิดนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย และนางสาวพิชฎาภา อายุวัฒน์ อดีตผู้สมัคร สส.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การตอบแทนคนในเครือข่ายทางการเมืองอย่างชัดเจน
ยื้อ VAT 7% พยุงเศรษฐกิจ – บัตรคนจนปรับเกณฑ์ใหม่
ในส่วนของมาตรการเศรษฐกิจ ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ร้อยละ 7 ต่อไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แม้กรมสรรพากรจะรายงานว่าหากปรับเป็นร้อยละ 11.11 จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 3 แสนล้านบาทก็ตาม
ขณะที่โครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 หรือ “บัตรคนจน” มีการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อความแม่นยำและเอาใจฐานเสียงรากหญ้ามากขึ้น โดย ครม. เห็นชอบให้ผู้ได้รับสิทธิเดิมรับสิทธิต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ และเริ่มรับสิทธิใหม่พร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่สำคัญมีการ “ปลดล็อก” เกณฑ์ผู้ที่ไม่มีสิทธิ เช่น ไม่นับรวมนักศึกษาอาชีวะในโครงการพัฒนาชนบท และปลดล็อกกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี รวมถึงมอเตอร์ไซค์อายุเกิน 15 ปี เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนจริง
ทุ่มงบสายสีส้ม – ดัน Big Data – ลุยแก้ไฟใต้
ด้านคมนาคม ครม. อนุมัติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำเงินสะสมทดรองจ่ายค่างานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม จำนวนกว่า 9,414 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้งานก่อสร้างเดินหน้าต่อได้โดยไม่ติดขัดและป้องกันการพิพาทกับผู้ร่วมลงทุน พร้อมกันนี้ยังได้รับทราบร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data พ.ศ. 2568-2570 เพื่อหวังใช้ข้อมูลขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยตั้งเป้าดันอันดับขีดความสามารถดิจิทัลของไทยขึ้นสู่อันดับที่ 25 ภายในปี 2570
ในช่วงท้ายของการประชุม นายกฯ อนุทินยังได้สั่งการผ่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้เร่งล้างโกงการสอบท้องถิ่นอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันว่าคนผิดต้องไม่มีหลุด ขณะที่ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เตรียมเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเพื่อสางปมไฟใต้ในสัปดาห์หน้า พร้อมประสานมาเลเซียขอความร่วมมือไม่ให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุ เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน
