สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“เท้ง” จ่อแฉซักฟอกเขย่าเก้าอี้ “ค่ายน้ำเงิน”

 “เท้ง” จ่อแฉซักฟอกเขย่าเก้าอี้ “ค่ายน้ำเงิน”

“เท้ง” ขยับเกมรุก! ปลุกใจ “ค่ายส้ม” เตรียมซักฟอกเขย่าเก้าอี้ “ค่ายน้ำเงิน” แฉโจรไซเบอร์ปล้นข้อมูลคนไทย 9.6 ล้านชื่อ!

การเมืองไทยกลับมาคุกกรุ่นอีกครั้ง เมื่อแม่ทัพคนใหม่ของพรรคสีส้มออกโรงขู่ล้มกระดานรัฐบาลด้วยอาวุธ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พุ่งเป้าไปที่กลุ่มอำนาจ “สีน้ำเงิน” ที่กำลังเรืองอำนาจ ขณะที่สังคมไทยถึงคราวสั่นสะพัด หลังตำรวจสอบสวนกลางทลายขุมทรัพย์มลพิษ แฉรายชื่อคนไทยหลุดว่อนเน็ตเกือบ 10 ล้านราย!

“ส้ม” ลับดาบรอเชือด “น้ำเงิน“ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลอนุทินอย่างเป็นทางการ โดยประกาศชัดว่าพรรคฝ่ายค้านกำลังรอจังหวะน็อกที่เหมาะสมในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

หัวหน้าพรรคสีส้มคนปัจจุบันแสดงทัศนะอย่างเผ็ดร้อนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน“ ว่าหาได้มีความมั่นคงอย่างที่หลายคนประเมินไว้ แต่กลับมองว่าเป็นระบอบที่ “ไม่มีเสถียรภาพและอยู่ได้ไม่นาน“ พร้อมทั้งฝากข้อความถึงขั้วรัฐบาลว่า อย่าได้ย่ามใจในคะแนนเสียงที่มีอยู่ เพราะอย่าเพิ่งมั่นใจว่าเสียงของฝ่ายค้านจะไม่สามารถล้มรัฐบาลลงได้

ดราม่า “เรือโจร” และเสียงสะอื้นของผู้นำ 

ทว่า ท่ามกลางการเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล พรรคประชาชนกลับต้องเผชิญกับคลื่นใต้น้ำจากฐานเสียงของตนเอง เมื่อปรากฏภาพเหตุการณ์โหวตเตอร์หญิงรายหนึ่งลุกขึ้นแสดงความอัดอั้นตันใจกลางวงพรรคประชาชน โดยกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าพรรคที่ตนรักกลับทิ้งคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปให้ “โจร“ คาบอำนาจไปใช้ ประเด็นนี้ทำให้ นายณัฐพงษ์ 

ถึงกับมีอาการเสียงสั่นเครือขณะชี้แจง เจ้าตัวยอมรับว่าผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาล่วงหน้าได้ และพรรคเองก็มีข้อจำกัดเรื่องไม่มีแคนดิเดตนายกฯ พร้อมทั้งตั้งคำถามกลับอย่างเจ็บแสบถึงทิศทางของประเทศว่า “ต่อให้ขึ้นไปนั่งเรือโจร ประเทศจะไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า“ นับเป็นวาทะทางการเมืองที่ตอกย้ำจุดยืนของพรรคที่เลือกจะเป็นฝ่ายค้านอย่างแข็งกร้าว

วิกฤตไซเบอร์! ข้อมูลคนไทย 9.6 ล้านชื่อว่อน ในมิติของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้สร้างผลงานชิ้นโบแดงหลังแฝงตัวแกะรอยนานนับปีเพื่อทลายแก๊งขายข้อมูลส่วนบุคคลให้สแกมเมอร์ จากการจับกุมพบข้อมูลที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อมีรายชื่อคนไทยถูกนำไปเร่ขายมากถึง 9.6 ล้านรายชื่อ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน แต่ลึกไปถึงเลขบัตรประชาชน ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน อายุ ตำแหน่งหน้าที่ รวมถึงเลขบัญชีธนาคาร ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งสังคายนาโดยด่วน

มหาดไทย “ถอยเพื่อก้าว” ขยายเวลาบัตรคนจน 

ทางด้านฟากฝั่งการบริหารงานของรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ได้ออกมาเป็นตัวแทนกระทรวงมหาดไทยกล่าวคำขอโทษต่อประชาชนต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น พร้อมแจ้งข่าวสำคัญเรื่องการ “ขยายเวลา“ การยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. นี้ เพื่อลดช่องว่างและให้โอกาสประชาชนที่ตกหล่น นอกจากนี้ยังมีการสั่งการให้จัดตั้งระบบ One Stop Service เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงชุมชนและให้บริการเชิงรุกในทุกพื้นที่

ขอโทษ “พลายสาริกา” – สีสันข่าวทั่วไทย 

เรื่องราวการจัดการสัตว์ป่าก็กลายเป็นประเด็นร้อน หลังมีการเผยแพร่ภาพการต้อน “พลายสาริกา“ ช้างป่าเจ้าถิ่นในพื้นที่นครนายก ล่าสุด ทางอำเภอเมืองนครนายกและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ออกมาขออภัยต่อภาพที่อาจสร้างความสะเทือนใจ โดยชี้แจงว่าการใช้ไฟเย็นในการต้อนเป็นวิธีที่ปลอดภัย มีเพียงประกายไฟแต่ไร้เสียงรบกวน เพื่อเป็นการต้อนช้างเข้าป่าแบบรักษาระยะห่าง พร้อมยืนยันจะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมสถานการณ์ในขณะนี้สะท้อนให้เห็นถึง “พายุการเมือง” ที่กำลังตั้งเค้าจากการขยับตัวของพรรคประชาชน ขณะที่ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ