“นักกีฬาไทย” ร้องจ๊าก ตัดโควต้า “เอเชียนเกมส์” ที่ญี่ปุ่น เหลือแค่ 600 กว่าคน ส.กีฬา เตรียมเข้าพบ “รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา”
“นักกีฬาไทย” ที่เข้าร่วมศึก “เอเชียนเกมส์” ที่ญี่ปุ่น โวยลั่นหลังถูกตัดโควต้า จากเดิม 7 ร้อยกว่า เหลือแค่ 6 ร้อยกว่าคน เหตุติดเรื่องงบประมาณล่าช้า “สมาคมกีฬา” เตรียมรวมตัวเข้าชื่อยื่นหนังสือขอเข้าพบ “รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา” ช่วยดูแลจริงจัง เหตุปล่อยไว้อย่างนี้ พังทั้งวงการกีฬาไทย
ภายหลังจากที่ พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย ชุดทำศึกเอเชี่ยนเกมส ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค 69 เปิดเผยว่า ไทยเตรียมส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 719 คน จาก 46 สมาคมกีฬา ซึ่งลดลงกว่าเดิม ที่ส่งแข่งขันในเอเชี่ยนเกมส์ 2022 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ที่ส่งไปจำนวน 937 คนจาก 40 ชนิดกีฬานั้น
ล่าสุดมีการเปิดเผยว่า ตัวเลขดังกล่าวได้ถูกปรับลดลงอีก และเหลือเพียง 685 คนเท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่เป็นเพราะเรื่องงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ถูกปรับลดลง และเบิกจ่ายล่าช้ามาตั้งแต่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทย เป็นเจ้าภาพ เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยจนถึงตอนนี้ หลายสมาคมกีฬา ก็ยังได้รับเงินไม่ครบถ้วน จึงน่าเป็นห่วงว่าทัพนักกีฬาไทยจะทำได้ถึงเป้าหมายที่ประเมินกันไว้เบื้องต้น ที่จะต้องได้เหรียญไม่ต่ำกว่าเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่แล้วคือ 12 เหรียญทอง, 14 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง
ตอนนี้ มีเงินจากรายการที่คณะกรรมการกองทุนฯ ได้อนุมัติในหลักการว่า ให้การสนับสนุนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบ ระหว่างปี 2567-2569 อีกถึงจำนวน 749 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2569 จำนวน 333 ล้านบาท, ปี 2568 จำนวน 394 ล้านบาท และปี 2567 จำนวน 21 ล้านบาท เมื่อไม่ได้รับงบประมาณเหล่านี้ ทำให้สมาคมฯ ไม่สามารถส่งแข่งหรือจัดแข่งที่นักกีฬาควอลิฟายไปมหกรรมกรรมกีฬาใหญ่ๆ เช่นเอเชี่ยนเกมส์ หรือโอลิมปิก ได้ จึงเป็นเหตุให้จำนวนนักกีฬาที่ได้ร่วมการแข่งขันลดลงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับปีนี้ งบประมาณของฝ่ายกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งจะนำไปใช้ในการเก็บตัว และส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ ได้ถูกปรับลดลง 1,000 ล้านบาท คือจากเดิมที่ได้อยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท แต่ปีนี้เหลือ 1,200 ล้านบาท
เมื่อประกอบกับการเบิกจ่ายที่ล่าช้า ทำให้ถึงแม้ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ จะเคยชี้แจงตอนซีเกมส์ 68 ว่า เหตุผลที่ล่าช้าเป็นเพราะกองทุนฯ ต้องทำตามขั้นตอน และรอบคอบ แต่ในเมื่อเงินไม่ออกก็ย่อมส่งผลต่อการเตรียมตัวของสมาคมกีฬา และขวัญกำลังใจของนักกีฬาอย่างเลี่ยงไม่ได้
มีการยืนยันด้วยว่า หลายสมาคมกีฬากำลังวิตกกังวลกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ทำงานกันยากอยู่แล้ว โดยการที่โดนตัดงบไม่ได้ส่งผลเพียงแค่เรื่องผลงานหรือความเป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการจัดการแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทย ที่เป็นหน้าที่ของสมาคมจะต้องจัดทุกปีด้วย แต่เมื่อไม่มีงบ ทำให้จัดชิงแชมป์ประเทศไทยไม่ได้ แต่ละสมาคมจึงไม่มีนักกีฬาหน้าใหม่หรือดาวรุ่งขึ้นมาติดทีมชาติ จึงจะส่งผลต่อวงการกีฬาไทยในระยะยาว
ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้สมาคมกีฬากว่า 20 สมาคม เตรียมขอทำเรื่องเข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้ช่วยเข้ามาจัดการดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากนี่เป็นปัญหาที่ฝังรากมานหลายปี และมีปัญหาทุกครั้งเมื่อถึงมหกรรมกีฬารายการใหญ่ๆ ทำให้ถ้าหากไม่มีการบูรณาการทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาให้หมดไป พร้อมกับวางพื้นฐานหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน และถูกต้อง ไม่อย่างนั้นวงการกีฬาไทยก็จะไม่มีทางเดินไปข้างหน้าได้
