เจาะอาณาจักร ‘อัศวโภคิน’ กำไร Q1 ทะลุ 4.5 พันล้าน
สแกน 7 หุ้น ‘อัศวโภคิน’ กำไร 4.5 พันล้าน ท่ามกลางอสังหาฯ ซึม ‘แลนด์–คิวเฮ้าส์’ ชูหมัดเด็ดปันผล–ซื้อหุ้นคืนพยุงราคาสู้ศึกเศรษฐกิจ
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงส่งสัญญาณอ่อนแอ อาณาจักร “อัศวโภคิน“ ภายใต้การนำของเจ้าพ่อแลนด์ลอร์ดเบอร์ต้นของเมืองไทย ยังคงแสดงความแข็งแกร่งด้วยการทำกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/2568 (Q1/68) ได้กว่า 4,482.72 ล้านบาท จาก 7 บริษัทจดทะเบียนหลัก
แม้ส่วนใหญ่จะเผชิญกับตัวเลขกำไรที่ลดลงตามสภาพตลาด แต่กลยุทธ์การบริหารงานแบบมืออาชีพและการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจหลากหลาย ทั้งค้าปลีก ธนาคาร และโรงแรม ยังคงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ทำให้กลุ่มอัศวโภคินยังคงยืนหยัดอยู่ในแถวหน้าของกระดานหุ้นไทย
HMPRO-LHFG ทัพหน้าโกยกำไร
ในบรรดา 7 หุ้นบิ๊กเนม บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ภายใต้การบริหารของ “วีรพันธ์ อังสุมาลี” ยังคงเป็นหัวหอกสำคัญที่สร้างกำไรสูงสุดให้กลุ่ม โดยใน Q1/68 ฟันกำไรไปถึง 1,707.38 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย 0.32% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH)
และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (QH) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายหลัก ขณะที่ทางโบรกเกอร์มองว่าแนวโน้มไตรมาส 2 ยังมีความท้าทายจากปัจจัยฤดูกาล แต่ HMPRO ได้ปรับกลยุทธ์เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและขยายสาขาในโมเดลผสม (Hybrid) ระหว่าง Homepro และ Mega Home เพื่อดึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น
ด้านสายการเงินอย่าง บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG กลับทำผลงานได้โดดเด่น สวนกระแสกลุ่มอสังหาฯ โดยมีกำไรสุทธิ 569.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 17.97% แม้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะลดลงตามสภาวะการลงทุน แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโตได้ดีกว่า 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
LH-AP กอดคอประคองยอดโอน
ฟากพี่ใหญ่วงการบ้านจัดสรรอย่าง LH ของ “อนันต์ อัศวโภคิน” เผชิญความท้าทายหนักใน Q1/68 โดยกำไรลดลงถึง 31.98% มาอยู่ที่ 837.40 ล้านบาท จากรายได้ที่ลดลงเกือบ 30% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าใน Q2/68 จะมีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการขายสินทรัพย์อพาร์ทเม้นท์ในสหรัฐอเมริกา มูลค่ากว่า 7.9 พันล้านบาท ซึ่งจะบันทึกเป็นกำไรพิเศษราว 560 ล้านบาท เข้ามาช่วยพยุงฐานะการเงินและหนุนการจ่ายปันผลที่ยังคงจูงใจในระดับ 6-8% ต่อปี
ขณะที่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ภายใต้บังเหียนของ “อนุพงษ์ อัศวโภคิน” แม้กำไร Q1/68 จะลดลง 14.34% มาอยู่ที่ 863.72 ล้านบาท แต่ยังคงมีจุดแข็งที่ยอด Presales แนวราบที่เร่งตัวขึ้นกว่า 40% และมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่รอโอนอีกหลายแห่ง ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาช่วยหนุนส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้าได้ดีในช่วงครึ่งปีหลัง
QH ชูไม้ตาย “ซื้อหุ้นคืน” แก้เกมราคาถูก
หนึ่งในหุ้นที่ถูกจับตามากที่สุดคือ QH ซึ่งเผชิญกับภาวะกำไรอ่อนตัวเหลือ 402.01 ล้านบาทในไตรมาสแรก แต่บริษัทได้งัดมาตรการ “ซื้อหุ้นคืน” (Share Repurchase) วงเงินไม่เกิน 1,200 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 750 ล้านหุ้น หรือประมาณ 7% ของหุ้นทั้งหมด โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นโอกาส (Opportunity) ในจังหวะที่ราคาหุ้นเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV) เพียง 0.55 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าราคาในกระดานถูกเกินกว่าพื้นฐาน การซื้อหุ้นคืนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยพยุงราคาหุ้น แต่ยังช่วยเพิ่มค่า EPS และ ROE ของบริษัทให้ดูดีขึ้นในระยะยาว
ย้อนรอยมรสุมและการปรับตัวสู่อนาคต
หากมองลึกไปถึงประวัติศาสตร์ของอาณาจักรแลนด์ฯ จะพบว่าเคยผ่านคลื่นลมแรงมาไม่น้อย ทั้งกรณีที่ “อนันต์ อัศวโภคิน” ต้องลาออกจากตำแหน่งในบอร์ดบริษัทหลังถูกโยงคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นในปี 2560 หรือเหตุการณ์ประกาศยกเลิกการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้น LH ของนายอนันต์ในปี 2561 เนื่องจากเงื่อนไขเงินกู้จาก SCB ไม่ลงตัว จนส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงแรงถึง 5% ในขณะนั้น
แต่ถึงกระนั้น อาณาจักรแห่งนี้ยังคงพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) ในการบริหารงานที่แยกขาดจากตัวบุคคล ในปี 2568 นี้ กลุ่มอสังหาฯ ของอัศวโภคินยังคงเน้นกลยุทธ์แบบระมัดระวัง (Conservative) เช่น Q-CON ที่หันไปขยายตลาดอิฐมวลเบาในภาคใต้เพื่อรองรับการเติบโตของภูเก็ต หรือ MANRIN (โรงแรมแมนดาริน) ที่ปรับกลยุทธ์เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ (OTA) และเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรเพื่อเพิ่มรายได้ห้องพัก
ปันผลคือเกราะคุ้มกัน
แม้ภาพรวมกำไรปีนี้จะดูซบเซาตามวัฏจักร (Cyclical) ของธุรกิจอสังหาฯ ที่มีทั้งขึ้นและลง แต่กลุ่มหุ้นอัศวโภคินยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจด้วยอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงระดับ 7-9% ในขณะที่ค่า PE ลงมาต่ำเพียง 4-5 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับ Bottom หรือจุดต่ำสุดที่สะท้อนปัจจัยลบไปเกือบหมดแล้ว สำหรับนักลงทุนที่มองหาความปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน หุ้นในอาณาจักร “อัศวโภคิน” ยังคงเป็นทางเลือกที่ “ราคาถูกและปันผลดี” ซึ่งยากจะปฏิเสธได้ในโมงยามนี้
