‘เอพริล เบเกอรี่ เส้นทางนางฟ้า สู่ “เจ้าแม่พายร้อยล้าน”
ท่ามกลางความวุ่นวายในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ หลายคนอาจคุ้นเคยกับร้านเบเกอรี่ที่มีโลโก้รูปม้าและชื่อ “April’s Bakery” ที่วางจำหน่ายทั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่มียอดขายกว่าร้อยล้านชิ้นต่อปีนี้ เริ่มต้นจากหยาดเหงื่อและน้ำตาของอดีตนางฟ้าบนเครื่องบินที่ยอมทิ้งเงินเดือนมั่นคงมาสับหมู อบขนมจนถึงรุ่งสาง และเคยเผชิญสภาวะขาดทุนต่อเนื่องถึง 3 ปีเต็ม
วันนี้ “คุณอร – กนกกัญจน์ มธุรพร” ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหา ฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้มองแค่การขายพายหมูแดงอีกต่อไป แต่เธอกำลังพาอาณาจักรเบเกอรี่สัญชาติไทยนี้ไปไกลถึงตลาดเกาหลีใต้ ไต้หวัน
เมื่อปีกนางฟ้าหัก… แต่หัวใจนักสู้ยังเต้น
จุดเริ่มต้นของอาณาจักรเอพริล เบเกอรี่ ไม่ได้สวยหรูเหมือนชื่อเดือนเกิดที่แสนสดใส คุณอรเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะแอร์โฮสเตสของสายการบินต่างชาติ แต่หลังจากบินได้เพียง 3 ปี เธอก็ตัดสินใจลาออกด้วยปัญหาสุขภาพและการถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมจากเพื่อนร่วมงาน
“ตอนนั้นไม่อยากกลับไปช่วยงานที่บ้านที่นครสวรรค์ เพราะงานนับสต็อกทอนเงินมันน่าเบื่อเกินไปสำหรับคนที่มีฝัน” คุณอรย้อนความหลัง เธอจึงนำเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุนเปิดคาเฟ่ แต่เพียงปีเดียวก็ต้องปิดตัวลงเพราะรายได้ไม่เข้าเป้า ความล้มเหลวครั้งแรกไม่ได้ทำให้เธอหยุด เธอเปลี่ยนมาเช่าเคาน์เตอร์ขายเบเกอรี่ในห้างสรรพสินค้าภายใต้ชื่อ April’s Bakery ซึ่งเป็นชื่อเล่นของเธอสมัยเป็นแอร์โฮสเตส
ความจริงอันเจ็บปวดในตอนนั้นคือ ยอดขายวันแรกเริ่มที่ 20,000 บาท แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ลดลงเหลือเพียงหลักร้อยบาทต่อวัน “คนไทยแค่เห่อของใหม่ แต่เบเกอรี่ตะวันตกไม่ใช่เมนูที่คนจะกินได้ทุกวัน” นี่คือบทเรียนแรกที่คุณอรได้รับ
“พายหมูแดงสูตรฮ่องกง” จุดเปลี่ยนที่ต้องแลกด้วยน้ำตา
ในวันที่ธุรกิจกำลังจะไปไม่รอด ความบังเอิญจากการไปเที่ยวฮ่องกงทำให้คุณอรได้พบกับ “พายหมูแดง” ที่คนเข้าแถวซื้อยาวเหยียด เธอจึงนำไอเดียนั้นมาแกะสูตรเอง ลองผิดลองถูกจนได้พายสูตรเฉพาะที่ไม่มีส่วนผสมของเนยและนม แป้งบาง ไส้แน่น และรสชาติถูกปากคนไทย
ในช่วง 3 ปีแรกของการปลุกปั้นพายหมูแดง คุณอรต้องทำงานหนักเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ เธอไปซื้อของตอน 3 ทุ่ม กลับมาสับหมู อบขนมจนถึงตี 4 แล้วนำไปขายตอน 10 โมงเช้า เป็นเช่นนี้ซ้ำๆ ทุกวัน สภาวะการเงินในตอนนั้นฝืดเคืองจนถึงขั้นต้องกู้หนี้นอกระบบและขายสมบัติส่วนตัวเพื่อมาหมุนเวียนธุรกิจ
“ตอนนั้นโทรกลับไปหาที่บ้านที่นครสวรรค์ ก็ต้องบอกเขาว่าขายดีมาก ทั้งที่จริงขาดทุน เพราะไม่อยากให้เขาเสียใจและอยากพิสูจน์ตัวเอง” คุณอรเผยความในใจ ในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล พายหมูแดงกลายเป็นกระแสปากต่อปาก ยอดขายเริ่มพุ่งทะยานจนเริ่มมีคนมาขอซื้อแฟรนไชส์ และขยายสาขาไปได้ถึง 50 แห่งภายในเวลา 10 ปี
ก้าวที่กล้าใน 7-Eleven สู่โรงงานมาตรฐานสากล
เมื่อธุรกิจหน้าร้านเริ่มนิ่ง คุณอรไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เธอตัดสินใจควักเงินลงทุนอีก 50 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP ตามเกณฑ์ของ 7-Eleven ก้าวย่างนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด เพราะทำให้สินค้าของเอพริล เบเกอรี่ กระจายไปทั่วประเทศผ่านเครือข่ายร้านสะดวกซื้อกว่า 13,000 สาขา
ปัจจุบัน รายได้หลักกว่า 70-80% ของบริษัทมาจากช่องทาง 7-Eleven โดยมียอดขายสูงถึง 270,000 ชิ้นต่อวัน ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการเป็น “Fast-Mover” ที่ออกสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น “ดูไบช็อกโกแลต” ที่สร้างกระแสไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดีย
อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมความท้าทาย บริษัทต้องแบกรับต้นทุนค่าแรงของพนักงานกว่า 1,200 คน ซึ่งมียอดจ่ายกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน และต้องรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบอย่าง น้ำมัน บรรจุภัณฑ์พลาสติก และถั่วพิตาชิโอที่ราคาสูงขึ้นอย่างมหาศาล แต่คุณอรยังคงนโยบาย “ตรึงราคา” เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตแทน
สำหรับในปี 2569 นี้ คุณอรตัดสินใจทำการ Rebranding ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต และปรับภาพลักษณ์สู่ Lifestyle Bakery
“อรอยากให้คนจำได้ว่าพายหมูแดงที่เขาชอบกินชื่อแบรนด์อะไร เพราะที่ผ่านมาลูกค้ามักจะจำแค่ว่าเป็นร้านพายหมูแดงแต่จำชื่อไม่ได้” โลโก้ใหม่ของ APY ถูกออกแบบให้ชัดเจนขึ้นเพื่อสร้างการจดจำ พร้อมทั้งทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาทในการปรับโฉมร้านสาขาเดิมให้กลายเป็น “คาเฟ่อบสด” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า
กลยุทธ์ของ APY คือการเป็นแบรนด์ “Masstige” (Mass + Prestige) ที่นำเสนอสินค้าพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ และการขยายตลาด OEM ไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบันได้เริ่มส่งออกไปยังไต้หวันและเกาหลีใต้แล้ว เพื่อรองรับกำลังผลิตที่จะพุ่งสูงขึ้น บริษัทจึงวางแผนสร้างโรงงานอัจฉริยะแห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ในย่านสุขสวัสดิ์
โรดแมป 2,500 ล้าน และขยายสาขาให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ
เป้าหมายถัดไปของ เอพริล เบเกอรี่ คือการพาธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2572 โดยตั้งเป้ารายได้แตะระดับ 2,500 ล้านบาท และขยายสาขาให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ แม้แผนการเข้าตลาดจะถูกขยับออกไปจากเดิมเล็กน้อยเพื่อเตรียมระบบหลังบ้านและทีมงานให้แข็งแกร่งที่สุด แต่คุณอรก็มั่นใจว่าศักยภาพของแบรนด์จะไปได้ไกลกว่าที่ตั้งเป้าไว้
“เราได้วางโรดแมปด้วยการมุ่งสู่การเป็น Regional Lifestyle Bakery Brand ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อเป็นการยกระดับองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นับเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของแบรนด์เบเกอรี่ไทยที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในขณะนี้”
แต่ท่ามกลางความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่คุณอรให้ความสำคัญมากที่สุดกลับไม่ใช่แค่ตัวเลขผลกำไร “ความฝันอันสูงสุดคือเมื่อมีรายได้ที่แน่นอน (Passive Income) อรอยากไปทำหน้าที่ดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คนในช่วงที่เขาไปเรียนต่อที่อังกฤษ อรอยากสร้างคนที่มีคุณภาพให้สังคม”
เบเกอรี่ คือข้อพิสูจน์ว่า แบรนด์ไทยที่เริ่มจากร้านเล็กๆ สามารถเติบโตเป็นอาณาจักรพันล้านได้ด้วยความพยายามและความกล้าที่จะปรับตัว จาก “นางฟ้า” สู่ “แม่ค้า” และวันนี้สู่ “นักธุรกิจหญิงระดับสากล” เส้นทางของเธอยังคงก้าวเดินต่อไป พร้อมกับกลิ่นหอมของขนมอบสดใหม่ที่จะอยู่คู่กับคนไทยตลอดไป
