สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“ชัชชาติ” ไหว้ลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสาชิงช้า ปิดฉาก 4 ปีผู้ว่าฯ กทม. ฝากคำอธิษฐานเพื่อประเทศ ก่อนกลับไปเป็น “ประชาชนเต็มขั้น”

 “ชัชชาติ” ไหว้ลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสาชิงช้า ปิดฉาก 4 ปีผู้ว่าฯ กทม. ฝากคำอธิษฐานเพื่อประเทศ ก่อนกลับไปเป็น “ประชาชนเต็มขั้น”

ผู้ว่าฯ กทม. อำลาศาลาว่าการกรุงเทพมหานครอย่างเรียบง่าย ขอเพียงสิ่งที่ดีที่สุดเกิดกับประเทศชาติ พร้อมเผยแรงบันดาลใจสำคัญสู่การลงสมัครสมัย 2 มาจากประชาชนและ “น้องแสนดี”

เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน เมื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเวลา 17.00 น.

โดยมีคณะผู้บริหาร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะที่ปรึกษา และข้าราชการบางส่วนร่วมส่งและร่วมสักการะ “พระพุทธนวราชบพิตร” พระพุทธรูปประจำกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย

ฝากคำอธิษฐาน “ขอให้ประเทศชาติได้สิ่งที่ดีที่สุด”

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า การเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ ไม่ได้มีฤกษ์ยามพิเศษ เพียงต้องการมาก่อนหมดเวลาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกล่าวติดตลกว่า หากหมดวาระแล้ว ครั้งหน้าคงต้องแลกบัตรเข้าศาลาว่าการเหมือนประชาชนทั่วไป

เมื่อถูกถามว่าขอพรเรื่องใด เจ้าตัวตอบอย่างนิ่งสงบว่า

“ขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ ไม่ได้ขอให้ตัวเองกลับมา แต่ถ้าการกลับมาของเราจะเกิดประโยชน์ก็ขอให้เกิดขึ้น แต่ถ้าจะนำไปสู่สิ่งที่ไม่ดี ก็อย่าให้เกิดขึ้นเลย”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนมุมมองทางการเมืองและบทบาทของผู้บริหารเมือง ที่ยังคงให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าตัวบุคคล

“4 ปีที่สนุกมาก” กับภารกิจเปลี่ยนกรุงเทพฯ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวย้อนถึงการทำงานตลอดวาระแรกว่า เวลาผ่านไปเร็วมาก ราวกับเพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทำงานด้วยความสุขและความหวัง

เขาระบุว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เร่งแก้ปัญหา “เส้นเลือดใหญ่” ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ ระบบรถไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แม้ประชาชนอาจยังไม่เห็นผลชัดทันที แต่ทั้งหมดคือรากฐานสำคัญของเมืองในอนาคต

ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแล “เส้นเลือดฝอย” หรือปัญหาใกล้ตัวของประชาชนควบคู่กัน ทั้งการยกระดับบริการเมือง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาพัฒนาเมืองให้แข่งขันกับมหานครระดับโลกได้

แรงบันดาลใจสมัย 2 มาจาก “ประชาชน” และ “ลูกชาย”

เมื่อถูกถามถึงแรงบันดาลใจในการตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยที่ 2 นายชัชชาติ ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะนั่นคือแรงผลักดันของคนทำงานเมือง

นอกจากนี้ เขายังเผยอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญคือ “น้องแสนดี” ลูกชาย ที่สนับสนุนให้ลงสมัครต่อ พร้อมหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดสั้น ๆ ว่า

“ต้องเชื่อลูก”

บรรยากาศอำลาอบอุ่น ข้าราชการโบกมือลาจากหน้าต่าง

ตลอดช่วงบ่าย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครจำนวนหนึ่งต่างมารอส่งผู้ว่าฯ ชัชชาติ บริเวณลานองค์พระ ขณะที่อีกหลายคนยืนโบกมือลาจากหน้าต่างอาคารศาลาว่าการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ โบกมือตอบกลับด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย ก่อนเดินทางไปสักการะศาลพระภูมิ หลวงปู่มงคลประสาท และศาลเจ้าจีน “เจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

จากนั้น ยังพาสื่อมวลชนเข้าชมห้องทำงานที่เก็บสิ่งของเรียบร้อยแล้ว เป็นภาพปิดท้ายของผู้บริหารเมืองที่ใช้ชีวิตทำงานอย่างเรียบง่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“กลับไปเป็นประชาชนเต็มขั้น” ก่อนพักไปงานรับปริญญาลูกชาย

ก่อนเดินทางออกจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า

“วันนี้ก็จากไปด้วยความสุข 4 ปีที่ผ่านมาเป็น 4 ปีที่สนุกมาก หวังว่าสิ่งที่ทำลงไปจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไม่มากก็น้อย หากมีอะไรที่ทำแล้วไม่ถูกใจ ก็ต้องขออภัย ไม่เคยคิดทำให้ใครเดือดร้อน แต่อยากเห็นเมืองดีขึ้น”

พร้อมกล่าวขอบคุณข้าราชการ ทีมงาน และสื่อมวลชนที่ร่วมกันสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับรู้มาตลอด

ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังว่า

“ตอนนี้ก็กลับไปเป็นประชาชนเต็มขั้น แล้วขออนุญาตลาไปแป๊บนึง ไปงานรับปริญญาน้องแสนดีก่อน แล้วเดี๋ยวจะกลับมาลุยต่ออีกรอบหนึ่ง”

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ