TLI กำไรโต 22% ชูดิจิทัล-เอไอหนุนธุรกิจยั่งยืน
ไทยประกันชีวิต เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 3,267 ล้านบาท เติบโต 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการทำกำไรและฐานะเงินทุน พร้อมเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันลูกค้าและฝ่ายขาย ยกระดับบริการด้วยดิจิทัลและ AI รองรับการเติบโตระยะยาว
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.5% สะท้อนถึงเสถียรภาพในการสร้างผลกำไรของบริษัท
ขณะที่กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 2,678 ล้านบาท ส่วนยอดคงเหลือของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 92,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจใหม่ในช่วงไตรมาสแรก
ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% โดยเป็นกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก จำนวน 2,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากการลดลงของสินไหมค่ารักษาพยาบาล
ส่วนกำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากตลาดอยู่ที่ 624 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 92.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลตอบแทนเงินปันผลของการลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น
นายไชย กล่าวว่า บริษัทมีการบริหารพอร์ตลงทุนอย่างรอบคอบ โดยมากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมดอยู่ในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน ส่งผลให้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ที่ 463.3% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของสำนักงาน คปภ. ที่กำหนดไว้ 140% สะท้อนฐานะเงินทุนที่แข็งแกร่งและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
สำหรับทิศทางดำเนินธุรกิจ บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แผน “Transforming Tomorrow” ควบคู่กับแนวคิด “Care with Heart” หรือการดูแลด้วยหัวใจ โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัล
ล่าสุด บริษัทได้พัฒนา “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมและการดูแลสุขภาพลูกค้า อาทิ บริการ “ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์” หรือ Tele Pharmacy ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงบริการ “e-Document” ที่ช่วยให้ลูกค้ารับเอกสารสำคัญผ่านอีเมลได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมช่วยลดการใช้กระดาษตามแนวทางธุรกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนา “แอปพลิเคชัน TL SMART” สำหรับตัวแทนประกันชีวิต โดยเพิ่มฟีเจอร์ “Agent Role Play” ที่นำ AI มาใช้จำลองสถานการณ์การขายและการบริการ พร้อมวิเคราะห์และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับทักษะและประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายขาย
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแล้ว ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยล่าสุดได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3% ภายในปี 2569 และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย
