‘ประกันชีวิต’ ตัวช่วยวางแผนการใช้ชีวิตให้อุ่นใจ
ในชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝันต่าง ๆ การเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ซึ่งการวางแผนซื้อประกันชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเตรียมเงินก้อนไว้ให้คนข้างหลังเมื่อเราจากไปเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการเงินชั้นยอดที่ช่วยบริหารความเสี่ยง วางแผนเกษียณอายุ และยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างคุ้มค่า ดังนั้น หากยังไม่ได้วางแผนทำประกันชีวิตเอาไว้ การมองหาตัวเลือกที่ตอบโจทย์ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลยทีเดียว
ประกันชีวิต คืออะไร?
ประกันชีวิต (Life Insurance) คือ สัญญาทางการเงินที่ทำขึ้นระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกัน โดยผู้เอาประกันมีหน้าที่ชำระเบี้ยประกันให้กับบริษัทตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ และหากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาของสัญญา หรือมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญาตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิต บริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อนให้กับผู้เอาประกัน หรือผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัวหรือตัวผู้เอาประกันเอง
ทำไมถึงควรทำประกันชีวิต รวมข้อดีก่อนตัดสินใจทำ
หลายคนอาจมองว่าประกันชีวิตเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว แต่หากพิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะพบว่าประกันชีวิตสามารถสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยข้อดีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- บริหารความเสี่ยงและปกป้องครอบครัว : ประกันชีวิตเป็นหลักประกันว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับเสาหลักของบ้าน ครอบครัวและคนที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินก้อนสำหรับตั้งตัว จ่ายหนี้สิน หรือเป็นทุนการศึกษาให้ลูกหลานต่อไปได้
- สร้างวินัยการออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต : ประกันชีวิตบางประเภท เช่น ประกันชีวิตรายปี หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ช่วยให้เราออมเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นทุนเกษียณหรือเตรียมไว้เป็นเงินก้อนใหญ่ในอนาคต
- สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี : เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำมาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี และสูงสุด 300,000 บาทกรณีที่ใช้ 100,000 บาทแรกสำหรับประกันบำนาญ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจริงได้เป็นอย่างดี
- เพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิต : การทำประกันชีวิตช่วยลดความกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการทำงานและใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง
ประกันชีวิตแต่ละประเภทเป็นอย่างไร?
ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในปัจจุบันถูกออกแบบมาอย่างหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ซึ่งหากจะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกประกันชีวิตแบบไหนดี ควรทำความเข้าใจตัวเลือกต่าง ๆ เหล่านี้ให้ชัดเจนที่สุด
1. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance)
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นประกันที่เน้นทั้งการให้ความคุ้มครองชีวิตและการออมเงินควบคู่กันไป หากอยู่ครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันจะได้รับเงินก้อนคืนพร้อมผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาว และต้องการสิทธิลดหย่อนภาษีด้วยในเวลาเดียวกัน
2. ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance)
เน้นให้ความคุ้มครองชีวิตสูงแต่เบี้ยประกันต่ำ โดยคุ้มครองในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ซึ่งหากผู้เอาประกันเสียชีวิตในระยะเวลาสัญญา ผู้รับประโยชน์จะได้เงินก้อน แต่หากมีชีวิตอยู่จนครบสัญญาจะไม่มีเงินคืน เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบจำกัดแต่ต้องการความคุ้มครองสูงในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ช่วงที่กำลังผ่อนบ้านหรือลูกยังเล็ก และส่วนใหญ่มักเป็นประกันชีวิตที่คุ้มครองการเสียชีวิตแทบทุกกรณีเลยทีเดียว
3. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพให้ความคุ้มครองระยะยาวจนตลอดชีวิต หรืออายุสูงสุดประมาณ 90 ถึง 99 ปี โดยเบี้ยประกันจะคงที่ตลอดสัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมเงินมรดกก้อนใหญ่ไว้ให้ลูกหลาน หรือเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายในวาระสุดท้ายของชีวิตเพื่อไม่ให้เป็นภาระของครอบครัว
4. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)
เป็นการผสมผสานระหว่างประกันชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวม โดยผู้เอาประกันสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนความคุ้มครองและการลงทุนได้ตามความเสี่ยงที่รับได้ ทำให้ถึงแม้จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันทั่วไป แต่ก็มีความเสี่ยงจากการลงทุนที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
5. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance)
มักถูกเรียกว่าประกันชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งออกแบบมาเพื่อการวางแผนเกษียณอายุโดยเฉพาะ โดยผู้เอาประกันจะจ่ายเบี้ยในช่วงวัยทำงาน และบริษัทประกันจะทยอยจ่ายเงินคืนเป็นงวด ๆ เมื่อผู้เอาประกันถึงวัยเกษียณตามที่สัญญาระบุ เพื่อเป็นรายได้ประจำไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิต
แนะนำตัวเลือกประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัยจากเมืองไทยประกันชีวิต
เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น
นวัตกรรมประกันชีวิตรูปแบบใหม่แบบซื้อ 1 ได้ถึง 2 ที่ให้คุณหมดกังวลเรื่องภาระค่ารักษาพยาบาลในยามเกษียณ จุดเด่น คือ จ่ายเบี้ยประกันที่มีให้เลือกทั้งแบบ 5 ปี และ 20 ปี แต่ให้ความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี และอายุครบ 65 ปีสามารถปรับเปลี่ยนวงเงินความคุ้มครองชีวิต ให้กลายเป็นวงเงินค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นกรมธรรม์ประกันที่จบครบทั้งชีวิตและสุขภาพในเล่มเดียว
เมืองไทย 9901 ดี65 (บำนาญแบบลดหย่อนได้)
สำหรับใครที่ต้องการวางแผนเกษียณแบบม้วนเดียวจบ ประกันบำนาญตัวนี้ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะชำระเบี้ยประกันภัยเพียงแค่ครั้งเดียว และไม่ต้องมีภาระผูกพันระยะยาว แต่การันตีรับเงินบำนาญทุกปีปีละ 12% ตั้งแต่อายุ 65 ปี ไปจนถึงอายุ 99 ปี พร้อมทั้งสามารถนำเบี้ยที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี ช่วยให้คุณใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีอิสระตามไลฟ์สไตล์ที่วางไว้
เมืองไทย ซุปเปอร์ เซฟเวอร์ 25/16
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่ให้คุณชำระเบี้ยประกันเพียง 16 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองยาวนานถึง 25 ปี ซึ่งจุดเด่น คือ มีเงินคืนระหว่างสัญญาให้ทุกปีรวม 33% และเมื่ออยู่ครบสัญญาปีที่ 25 จะได้รับเงินก้อนสูงถึง 150% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทำให้มีผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงสุดถึง 183% และเป็นการออมที่ให้ความคุ้มค่าและสร้างความอุ่นใจได้ตลอดเส้นทางชีวิต
ส่งต่อความห่วงใย เลือกความคุ้มครองประกันชีวิตที่ใช่เพื่อคุณและครอบครัว
การเลือกทำประกันชีวิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นการแสดงออกถึงความรักและการวางแผนอนาคตอย่างชาญฉลาด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณและคนที่คุณรักจะมีความมั่นคงในชีวิตเสมอ โดยหากคุณสนใจผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและเข้าใจทุกจังหวะชีวิต เมืองไทยประกันชีวิตถือเป็นผู้ดูแลและช่วยคุณวางแผนอนาคตที่เข้าใจ และพร้อมให้คุณวางแผนได้อย่างหลากหลาย จากตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ แต่ก่อนทำประกันโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
☑️ โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
☑️ Facebook : Muang Thai Life
☑️ @muangthailife
https://www.muangthai.co.th/th/life-insurance
