สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล

 การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล

 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569  สรุปผลได้ ดังนี้        

 

1. ประชาชนเห็นด้วยกับ 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลงเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานมากน้อยเพียงใด

 

อันดับ

แนวทาง

ระดับความคิดเห็น

มากที่สุด

มาก

ปานกลาง

น้อย

ไม่เห็นด้วยเลย

1

ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

72.27%

21.56%

4.50%

1.19%

0.48%

2

จัดมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่น                         คนละครึ่งพลัส / สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ SMEs

59.48%

28.67%

7.82%

2.84%

1.19%

3

ปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อนำมาช่วยเหลือลดผลกระทบแก่ประชาชนเป็นลำดับแรก

58.06%

22.75%

11.37%

6.64%

1.18%

 

2. ประชาชนคาดหวังว่าทั้ง 3 แนวทางนี้จะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จหรือไม่

อันดับ 1

น่าจะสำเร็จ

34.36%

อันดับ 2

ไม่แน่ใจ

32.23%

อันดับ 3

สำเร็จแน่นอน

14.69%

อันดับ 4

ไม่น่าจะสำเร็จ

13.98%

อันดับ 5

ไม่สำเร็จ

 4.74%

3. นอกจาก 3 แนวทางที่ประกาศแล้ว ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องใดเพิ่มเติม

อันดับ 1

ลดภาษีน้ำมัน / ภาษีสรรพสามิต

76.07%

อันดับ 2

ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

75.12%

อันดับ 3

เพิ่มเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อย

54.74%

อันดับ 4

ส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว

54.27%

อันดับ 5

บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่หาประโยชน์จากวิกฤตพลังงาน

46.05%

  

* หมายเหตุ   ข้อ 3 ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)  

 

สรุปวิเคราะห์ผลโพล : การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล

 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569  ผลการสำรวจ พบว่า จาก 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลง กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยกับแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้ามากที่สุด ร้อยละ 72.27 โดยคาดหวังว่าจาก 3 แนวทางนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จ ร้อยละ 34.36 (ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.23) และอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องลดภาษีน้ำมัน ภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม ร้อยละ 76.07

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม  โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการหรือความเห็นทั่วไปที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน สะท้อนว่าการสื่อสารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องชัดเจน ตรงจุด และตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

 

ดร.พรพรรณ บัวทอง

ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

          

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลในการ “ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน” เพราะมองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการ    ทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน “ไม่แน่ใจ” สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจำกัด อย่างไรก็ตาม ความต้องการให้ “ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม” ในสัดส่วนสูงมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นที่เห็นผลได้ทันที ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ในมุมของการบริหารภาครัฐจึงเป็นโจทย์ใหญ่ในการผสานระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนกับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายของรัฐ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์

ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา

โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

 

 

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ